กฎหมายที่อ้างถึง: พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
329 รายการ · หน้า 16 จาก 17
- ฎีกาที่ 1196/2491
คดีที่โจทก์ฟ้องขอไถ่ที่นาซึ่งขายฝากแก่จำเลยไว้เป็นราคา 2,200 บาทจำเลยแก้ว่าตามสัญญาขายฝากเมื่อพ้นกำหนด 7 ปีให้ที่เป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยโจทก์ได้ขอไถ่ถอนเมื่อพ้นกำหนดแล้ว จึงไม่มีอำนาจถอน ดังนี้ เป็นคดีพิพาทเรื่องการไถ่ถอนซึ่งกำหนดเป็นราคาเงินได้เกินกว่า 2,000 บาท ไม่เป็นคดีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 31/2491)
- ฎีกาที่ 1196/2491
คดีโจทก์ฟ้องขอไถ่ที่นาซึ่งขายฝากแก่จำเลยไว้เป็นราคา 2200 บาทจำเลยแก้ว่า ตามสัญญาขายฝากเมื่อพ้นกำหนด 7 ปี ให้ที่เป็นกรรมสิทธิแก่จำเลย โจทก์ได้ขอไถ่ถอนเมื่อพ้นกำหนดแล้ว จึงไม่มีอำนาจถอน ดังนี้ เป็นคดีพิพาทเรื่องการไถ่ถอน ซึ่งกำหนดเป็นราคาเงินได้เกินกว่า 2,000 บาท ไม่เป็นคดต้องห้ามฎีกาตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 248
- ฎีกาที่ 561/2491
เช่าที่ดินปลูกตึกโดยมีข้อสัญญาว่าจะให้ตึกที่ปลูกตกเป็นของเจ้าของที่ดินในภายหน้านั้น เมื่อถึงกำหนดแล้วตึกย่อมตกเป็นของเจ้าของที่ดินตามสัญญาในฐานะเป็นส่วนควบที่ดินหาจำต้องไปทำการโอนไม่(อ้างฎีกาที่ 561/2488) โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึกโดยตกลงให้ตึกตกเป็นของโจทก์ครบกำหนดตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ยอมโอนตึกให้เป็นของโจทก์ จึงขอให้ศาลแสดงว่า ตึกตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และขอให้จำเลยไปทำการโอนให้ดังนี้เป็นเรื่องขอให้ศาลแสดงสิทธิตามสัญญาและบังคับให้จำเลยไปทำการโอนตามสัญญา แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าตามสัญญาตึกยังคงเป็นของจำเลย ก็เป็นเรื่องต่อสู้ในทางแปลสัญญา จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ตกอยู่ในอำนาจศาลแขวงตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะฟ้องแย้งเรียกจำนวนเงินเกินอำนาจของศาลแขวง ก็ไม่ทำให้คดีเดิมที่โจทก์ฟ้องเสียไปเพราะคดีเดิมโจทก์ฟ้องอยู่ในอำนาจศาลแขวงอยู่แล้ว …
- ฎีกาที่ 561/2491
เช่าที่ดินปลูกตึกโดยมีข้อสัญญาว่า+ให้ตึกที่ปลูกตกเป็นของเจ้าของที่ดิน+นายหน้านั้น เมื่อถึงกำหนดแล้วตึก+ตกเป็นของเจ้าของที่ดินตามสัญญา+ฐานะเป็นส่วนควบที่ดิน หาจำต้อง+ทำการโอนไม่(อ้างฎีกาที่ 561/2488) โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินปลูกตึก+ตกลงให้ตึกตกเป็นของโจทก์ ครบกำหนดตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ยอมโอนตึกให้เป็นของโจทก์ จึงขอให้ศาลแสดงว่า ตึกตกเป็นกรรมสิทธิของโจทก์และขอให้จำเลยไปทำการโอนให้ ดังนี้เป็นเรื่องขอให้ศาลแสดงสิทธิตามสัญญาและบังคับให้จำเลยไปทำการโอนตามสัญญา แม้จำเลยจะต่อสู้ว่าตามสัญญาตึกยังคงเป็นของจำเลย ก็เป็นเรื่องต่อสู้ในทางแปลสัญญา จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ตกอยู่ในอำนาจศาลแขวง ตามพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ต่อศาลแขวง แม้จำเลยจะฟ้องแย้งเรียกจำนวนเงิน+อำนาจของศาลแขวง ก็ไม่ทำให้คดีเดิมที่โจทก์ฟ้องเสียไป เพราะคดีเดิมโจทก์ต้องอยู่ในอำนาจศาลแขวงอยู่แล้ว เมื่ …
- ฎีกาที่ 180/2490
ในคดีเรื่องลักทรัพย์ซึ่งอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวงนั้นแม้โจทก์จะขอให้ใช้ราคาทรัพย์มากมายเพียงไรศาลแขวงก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ ศาลแขวงลงโทษฐานลักทรัพย์แต่ไม่รับพิจารณาในเรื่องที่ขอให้ใช้ทรัพย์เมื่อศาลสูงเห็นว่าการไม่รับพิจารณานั้นไม่ถูกต้อง ก็ย้อนสำนวนให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาในเรื่องใช้ทรัพย์ใหม่
- ฎีกาที่ 303/2490
ในคดีเรื่องยักยอกทรัพย์ซึ่งอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวงนั้นแม้โจทก์จะขอให้ใช้ราคาทรัพย์มากมายเพียงใดศาลแขวงก็มีอำนาจพิพากษาได้ ศาลแขวงลงโทษฐานยักยอกทรัพย์ แต่ไม่รับพิจารณาในเรื่องที่ขอให้ใช้ทรัพย์ เมื่อศาลสูงเห็นว่า การไม่รับพิจารณานั้นทำไม่ถูกต้อง ก็ย้อนสำนวนให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาในเรื่องใช้ทรัพย์ใหม่ (อ้างฎีกาที่ 180/2490)
- ฎีกาที่ 303/2490
ในคดีเรื่องยักยอกทรัพย์ซึ่งอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวงนั้น แม้โจทก์จะขอให้ใช้ราคาทรัพย์มากมายเพียงใดศาลแขวงก็มีอำนาจพิพากษาได้ ศาลแขวงลงโทษฐานยักยอกทรัพย์ แต่ไม่รับพิจารณาในเรื่องที่ขอให้ใช้ทรัพย์ เมื่อศาลสูงเห็นว่า การไม่รับพิจารณานั้นทำไม่ถูกต้อง ก็ย้อนสำนวนให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาในเรื่องใช้ทรัพย์ใหม่. (อ้างฎีกาที่ 180/2490)
- ฎีกาที่ 611/2489
เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนั้น แม้มิได้นั่งพิจารณาก็มีอำนาจพิพากษาคดีเพียงคนเดียวได้ ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2489
- ฎีกาที่ 611/2489
เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วย
- ฎีกาที่ 85/2489
ปัญหาข้อใดที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วจะฎีกาคัดค้านอีกไม่ได้ ปัญหาใดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จะฎีกาไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา249
- ฎีกาที่ 177/2488
ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยให้โจทก์ไถ่ทรัพย์สินขายฝากคืนและรับเงิน 2,600 บาท ดังนี้เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์กำหนดลงเป็นราคาเงินมิได้ เพราะจำนวนเงินมิใช่วัตถุประสงค์ของโจทก์ทั้งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นนายเดียวนั่งพิจารณาได้
- ฎีกาที่ 398/2486
คดีอาญาที่การกระทำผิดเกิดขึ้นคาบเกี่ยวกับศาลพลเรือนและศาลทหารเมื่อไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นภายในเวลาที่บัญญัติว่าจะต้องดำเนินคดีทางศาลทหารเช่นนี้ ต้องนำคดีขึ้นศาลพลเรือน
- ฎีกาที่ 398/2486
คดีอาญาที่การกะทำผิดเกิดขึ้นคาบเกี่ยวกับสาลพลเรือนและสาลทหาน เมื่อไม่ปรากดแน่ชัดว่าเปนกรนีที่เกิดขึ้นพายไหเวลาที่บัญญัติว่าจะต้องดำเนินคดีทางสาลทหานเช่นนี้ ต้องนำคดีขึ้นสาลพลเรือน
- ฎีกาที่ 1015/2484
คู่กรณีทำสัญญากันในต่างประเทศระบุว่าให้นำคดีสู่ศาลใดและใช้กฎหมายของประเทศใดแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลงนั้น คู่กรณีทำสัญญากันให้นำคดีสู่ศาลไทย ศาลก็ย่อมใช้กฎหมายไทยบังคับคดี เว้นแต่จะมีตกลงกันให้ใช้กฎหมายต่างประเทศผู้รับขนส่งจะเรียกค่านำเรือเข้าท่าหนีภัยสงครามจากผู้ส่งสินค้าได้เท่าใดนั้นต้องนำสืบว่าเป็นค่าอะไรเท่าใด
- ฎีกาที่ 321-322/2483
คดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้นั้น ศาลแขวงมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าไม่มีมูลก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ บทบัญญัติในมาตรา 167 แห่ง ประมวล วิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นบทบัญญัติเกี่ยวแก่กระบวนพิจารณาบรรยายกระบวน พิจารณาบรรยายวิธีการที่จะพึงปฏิบัติ มิใช่เป็นบทกำหนดอำนาจศาล
- ฎีกาที่ 500/2483
คดีที่เกินอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงทำความเห็นส่งสำนวนไปยังศาลอาญานั้นแม้ความเห็นศาลแขวงจะผิดถูกประการใดโจทก์ก็ไม่มีหน้าที่ อุทธรณ์
- ฎีกาที่ 1125/2481
ผู้พิพากษานายเดียวพิพากษาวางโทษจำคุกจำเลย 1 ปีลดกึ่งหนึ่งคงเหลือ 6 เดือนได้ไม่เป็นการเกินอำนาจตามพระธรรมนูญประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218
- ฎีกาที่ 1286/2481
+พิพาทในเรื่องมฤดกของ+ถือสาสนาอิศลามในจังหวัดสตูลนั้น ย่อมตกอยู่+อำนาจของศาลจังหวัดทูลที่จะพิจารณาพิพากษาการที่มฤดกบางอย่างเป็นอสังหาริมทรัพย์อยู่ในจังหวัดพระนครไม่ทำให้ศาลแพ่งมีอำนาจรับคดีไว้พิจารณาได้ +ารตราของกระทรวงยุตติธรรมที่ 30/4353 มีผลเท่ากับกฎหมายเพราะได้ออกโดยพระบรมราชโองการและยังคงมีผลอยู่จนบัดนี้ เมื่อโจทก์นำฟ้องมายื่นต่อศาลที่ไม่มีอำนาจก็ให้ศาลนั้นคืนฟ้องนั้นไปเพื่อให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตต์อำนาจเหนือคดีนั้น
- ฎีกาที่ 218/2481
นำเอาประเด็นข้อพิพาทที่ศาลพิพากษาเด็ดขาดแล้วมาฟ้องอีก ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนข้ออ้างในกฎหมายเสียละเป็นการกลับตัวโจทก์จำเลยกันกับคดีเรื่องก่อนก็ตามก็ต้องถือว่าเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมายข้างต้นการคัดค้านว่าผู้พิพากษานั่งพิจารณาไม่ครบคณะนั้นต้องคัดค้านเสียแต่ในชั้นแรกจะยกขึ้นมาคัดค้านในชั้นศาลสูงมิได้
- ฎีกาที่ 350/2481
จำเลยเป็นผู้จัดหาอาวุธปืนและเครื่องแบบตำรวจให้ผู้ร้ายไปใช้ในการปล้นทรัพย์ต้องมีความผิดฐานสมรู้ กำหนดโทษสำหรับผู้สมรู้กฎหมายบัญญัติว่าให้ลงโทษ 2 ใน 3 จากอาญาที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิด มิได้ให้ถือเอากำหนดโทษแห่งตัวการเป็นเกณฑ์ จำเลยให้ความช่วยเหลือผู้ร้ายในพระนครแล้วผู้ร้ายไปทำการปล้นทรัพย์ในเขตต์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นศาลที่ชำระตัวการปล้นทรัพย์นั้น มีอำนาจชำระจำเลยซึ่งเป็นผู้สมรู้ในการปล้นได้ด้วย