กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478
305 รายการ · หน้า 4 จาก 16
- ฎีกาที่ 8486/2538
โจทก์ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา จำเลยคัดค้านว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงปนข้อกฎหมาย ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมาตรา 223 ทวิ แห่ง ป.วิ.พ. ขอให้ยกคำร้อง ซึ่งตามคำคัดค้านของจำเลยแปลความหมายได้ว่า หากอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยไม่มีปัญหาข้อเท็จจริงปนอยู่ด้วยก็ไม่คัดค้าน เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย กรณีจึงถือได้ว่าจำเลยไม่คัดค้าน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาจึงชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ โจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพนันชนไก่และกัดปลา พ.ศ.2525 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกใช้บังคับ โดยอ้างว่ามิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นคดีปกครอง เมื่อยังไม่มีการจัดตั้งศาลปกครอง ศาลยุติธรรมย่อมเป็นสถาบันที่มีอำนาจหน้าที่รับฟ้องคดีปกครองเพื่อเยียวยาตรวจสอบกฎหมายหรือระเบียบที่ฝ่ายบริหารตราออ …
- ฎีกาที่ 5792/2537
ผู้ร้องซื้อโต๊ะสนุกเกอร์ของกลางมาจาก ส. จำเลยที่ 1ได้ทำสัญญาเช่าโต๊ะสนุกเกอร์ของกลางจากผู้ร้อง สัญญาเช่าระบุห้ามนำไปใช้เล่นการพนันหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการพนันต่อมาผู้ร้องไปหาจำเลยที่ 1 จึงทราบว่าจำเลยทั้งสามถูกจับกุมข้อหาเล่นการพนันสนุกเกอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตและศาลมีคำสั่งริบโต๊ะสนุกเกอร์ของกลาง ดังนี้ โต๊ะสนุกเกอร์ของกลางเป็นของผู้ร้องและผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้คืนโต๊ะสนุกเกอร์ของกลางแก่ผู้ร้องชอบแล้ว
- ฎีกาที่ 5792/2537
ผู้ร้องซื้อโต๊ะสนุกเกอร์ของกลางมาจาก ส. จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าโต๊ะสนุกเกอร์ของกลางจากผู้ร้อง สัญญาเช่าระบุห้ามนำไปใช้เล่นการพนันหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการพนัน ต่อมาผู้ร้องไปหาจำเลยที่ 1 จึงทราบว่าจำเลยทั้งสามถูกจับกุมข้อหาเล่นการพนันสนุกเกอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตและศาลมีคำสั่งริบโต๊ะสนุกเกอร์ของกลาง ดังนี้ โต๊ะสนุกเกอร์ของกลางเป็นของผู้ร้องและผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้คืนโต๊ะสนุกเกอร์ของกลางแก่ผู้ร้องชอบแล้ว
- ฎีกาที่ 7101/2537
ตามบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ระบุว่าจำเลยที่ 1 เคยถูกศาลพิพากษาปรับฐานเล่นการพนันไพ่ผสมสิบเมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี กลับมากระทำผิดคดีนี้ฐานเล่นการพนันไพ่ผสมสิบซ้ำอีก ขอให้ศาลวางโทษจำเลยที่ 1 ทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 14 ทวิ (2) บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ด้วยส่วนหนึ่ง เมื่อจำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพโดยไม่ได้โต้แย้งประการใด ก็ ถือว่าจำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ รวมทั้งข้อเท็จจริงที่เคยต้องโทษด้วย
- ฎีกาที่ 7101/2537
ตามบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ระบุว่า จำเลยที่ 1 เคยถูกศาลพิพากษาปรับฐานเล่นการพนันไพ่ผสมสิบ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปีกลับมากระทำผิดคดีนี้ฐานเล่นการพนันไพ่ผสมสิบซ้ำอีก ขอให้ศาลวางโทษจำเลยที่ 1ทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 14 ทวิ (2) บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ด้วยส่วนหนึ่ง เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพโดยไม่ได้โต้แย้งประการใด ก็ถือว่าจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการ รวมทั้งข้อเท็จจริงที่เคยต้องโทษด้วย
- ฎีกาที่ 1693/2536
จำเลยที่ 1 เป็นสมาคมได้จัดตั้งโต๊ะบิลเลียดเพียง4 โต๊ะโดยจำเลยที่ 1 เก็บเงินค่าเกมส์ จากผู้เล่นในอัตราชั่วโมงละ 60 บาทต่อหนึ่งโต๊ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าเกมส์ตามสมควร และไม่ปรากฏว่ามีการพนันเอาทรัพย์สินกันจึงเป็นการจัดขึ้นเพื่อความรื่นเริงในสมาคม การจัดให้มีการเล่นในสมาคมของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องมีใบอนุญาตตามกฎกระทรวงฉบับที่ 17 พ.ศ. 2503 ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 18(พ.ศ. 2504) ข้อ 5 ส่วนการที่จำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์จะไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียดไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้นแต่กลับมาจัดตั้งโต๊ะบิลเลียดดังกล่าวก็เป็นเพียงฝ่าฝืนกฎหมายอื่นเท่านั้น หาเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ไม่
- ฎีกาที่ 2092/2536
การริบทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) เป็นดุลพินิจของศาลจะริบหรือไม่ก็ได้ โต๊ะบิลเลียดซึ่งเป็นของกลางคดีนี้ไม่ใช่มีไว้เฉพาะการเล่นการพนันโดยตรง แต่อาจจะนำไปใช้ในทางอื่นได้เช่น การกีฬา จึงยังไม่สมควรริบ
- ฎีกาที่ 3847/2536
การที่จำเลยนำใบใบ้หวยซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่เจ้าพนักงานการพิมพ์ได้ห้ามการขายหรือจ่ายแจกมาเสนอขายอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพิมพ์พ.ศ. 2484 มาตรา 9,52 นั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวก็โดยมีเจตนาเพื่อชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันสลากกินรวบอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 12(1) นั้นเอง กรณีจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
- ฎีกาที่ 3847/2536
การที่จำเลยนำใบใบ้หวยซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่เจ้าพนักงานการพิมพ์ได้ห้ามการขายหรือจ่ายแจก มาเสนอขายอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 9,52ก็โดยมีเจตนาเพื่อชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันสลากกินรวบอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 12(1) นั้นเอง จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
- ฎีกาที่ 3847/2536
การที่จำเลยนำใบใบ้หวยซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่เจ้าพนักงานการพิมพ์ได้ห้ามการขายหรือจ่ายแจก มาเสนอขายอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพิมพ์พ.ศ.2484 มาตรา 9, 52 นั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวก็โดยมีเจตนาเพื่อชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันสลากกินรวบอันเป็นความผิดตาม พ.ณ.บ.การพนันพ.ศ.2478 มาตรา 12 (1) นั่นเอง กรณีจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
- ฎีกาที่ 2950/2535
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(15) ที่บัญญัติถึงบุคคลที่ทางราชการได้ตั้งแต่งหรืออนุญาตให้จัดกิจการเฉพาะบางอย่างเรียกเอาค่าธรรมเนียมเพียงที่มิใช่เป็นเงินอันอยู่ในประเภทจะต้องส่งเข้าท้องพระคลัง มีอายุความสองปี นั้น หมายถึง จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จัดกิจการนั้น ๆ และเป็นกิจการที่จะต้องมีการออกใบอนุญาตจึงจะสามารถกระทำได้ กฎกระทรวงฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2507) ข้อ 4(1) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 กำหนดให้ โจทก์ซึ่งดำรงตำแหน่งสารวัตรเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ออกใบอนุญาตเล่นการพนันไพ่ผ่องจีน และรับค่าธรรมเนียมที่จะส่งเข้าเป็นรายได้ให้รัฐและเทศบาล แสดงว่าโจทก์ในฐานะเจ้าพนักงานได้รับแต่งตั้งหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการให้มีอำนาจและหน้าที่ออกใบอนุญาตเล่นการพนันไพ่ผ่องจีนและรับค่าธรรมเนียมได้โดยไม่จำต้องให้ทางราชการแต่งตั้งโจทก์ให้มีหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนี …
- ฎีกาที่ 1600/2534
โจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่า จำเลยได้ขายสลากกินรวบ แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะจับ ศ. ซึ่งเป็นผู้ซื้อสลากกินรวบมาได้ในขณะเกิดเหตุศ. ก็ให้การว่า ได้มาซื้อสลากกินรวบที่บ้านจำเลยมิได้ระบุว่าซื้อจากจำเลย โจทก์ไม่ได้ตัว ศ. มาสืบ คงส่งแต่บันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนของ ศ. เป็นพยานต่อศาล บันทึกคำให้การดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่าซึ่งมีน้ำหนักน้อย ไม่พอฟังว่า ศ. ซื้อสลากกินรวบจากจำเลย โพยของกลางก็ไม่ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้เขียนและขายโพยนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยเขียนเลขสลากกินรวบไว้เพื่อขาย แต่ยังไม่ทันลงมือขายก็ถูกจับ ดังนี้ จำเลยยังไม่มีความผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบ เป็นเพียงขั้นเตรียมการกระทำผิดเท่านั้น.
- ฎีกาที่ 333/2534
ในคดีร้องขอคืนของกลาง เมื่อได้ความว่าโทรทัศน์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด ซึ่งศาลไม่มีอำนาจสั่งริบ จึงต้องคืนโทรทัศน์ของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของ.
- ฎีกาที่ 333/2534
++ เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน (ชั้นขอคืนของกลาง) ++ ++ โจทก์ฎีกา ++ ++ ++ คำพิพากษาสั่งออก - รอย่อ ++ แจ้งการอ่านแล้ว / โปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++ ++ ในคดีร้องขอคืนของกลาง เมื่อได้ความว่าโทรทัศน์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดซึ่งศาลไม่มีอำนาจสั่งริบ จึงต้องคืนโทรทัศน์ของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของ
- ฎีกาที่ 5354/2534
คำฟ้องของโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงเพียงว่า จำเลยจัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นซึ่งใช้ไฟฟ้าจักรกล โดยมีการนับแต้มและเครื่องหมายอันเป็นการพนันตามบัญชี ข. อันดับที่ 28 ท้าย พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และกฎกระทรวงฉบับที่ 18(พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ข้อ 2 มิได้บรรยายว่าเครื่องเล่นดังกล่าวสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ ย่อมเป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญไม่ครบองค์ประกอบแห่งความผิดของกฎกระทรวง ฉบับที่ 23(พ.ศ. 2530) นอกจากนี้โจทก์มิได้บรรยายถึงวิธีการใช้เครื่องเล่นดังกล่าวว่าใช้วิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใด ถือว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับ การกระทำ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้ จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5).
- ฎีกาที่ 139/2533
ฟ้องว่า จำเลยบังอาจจัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล(วี.ดี.โอ.เกม) อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 โดยจำเลยเก็บเงินจากผู้เข้าเล่นในอัตราชั่วโมงละ 10 บาท อันเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่จำเลยผู้จัด โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ดังนี้ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด อีกทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล(วี.ดี.โอ.เกม) อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่ 28เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่จำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจำเลยย่อมมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องให้ปรากฏว่า ผู้เล่นจะได้เล่นพนันเอาทรัพย์สินกันหรือไม่ …
- ฎีกาที่ 139/2533
ฟ้องว่า จำเลยบังอาจจัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล(วี.ดี.โอ.เกม) อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่ 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 โดยจำเลยเก็บเงินจากผู้เข้าเล่นในอัตราชั่วโมงละ 10 บาท อันเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่จำเลยผู้จัด โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด อีกทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงสมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว เมื่อจำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นเครื่องเล่นไฟฟ้าจักรกล(วี.ดี.โอ.เกม) อันเป็นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ข. ลำดับที่ 28 เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่จำเลยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จำเลยย่อมมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยไม่จำต้องบรรยายฟ้องให้ปรากฏว่า ผู้เล่นจะได้เล่นพนันเอาทรัพย์สินกันหรื …
- ฎีกาที่ 1876/2533
การกระทำความผิดใด เป็นภัยร้ายแรงต่อ ส่วนรวมหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โจทก์มิต้องนำสืบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84(1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และสภาพความผิดดังกล่าว ศาลอาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ การที่ศาลอุทธรณ์ใช้ ดุลพินิจ กำหนดโทษจำคุกจำเลยเสียใหม่ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ตลอดจนคำแก้ อุทธรณ์ของจำเลยประกอบกันด้วย แล้ว ไม่จำเป็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้อง หยิบยกเอาคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยขึ้นมาว่ากล่าวให้ปรากฏรายละเอียดประการอื่นโดยเฉพาะ แต่ ประการใด.
- ฎีกาที่ 2421/2533
เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตาม ลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐาน กันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐาน เป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐาน เป็นผู้เล่นพนันอันเป็นความผิดหลายกรรมต่าง กัน.
- ฎีกาที่ 2421/2533
เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน