กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478
305 รายการ · หน้า 8 จาก 16
- ฎีกาที่ 470/2508
การพนันสลากกินรวบนั้น ไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่นสองฝ่า เพียงแต่จำเลยทำการขายสลากกินรวบ แม้จะไม่มีคนซื้อก็เป็นความผิดแล้วเพราะจำเลยได้จัดให้มีการเล่นการพนันขึ้น การที่ไปซื้อสลากินรวบจากจำเลยเพื่อประสงค์จะทำการจับกุมจำเลยนั้น เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานแห่งการกระทำผิดของจำเลย ไม่เป็นเหตุให้จำเลยอ้างเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดไปได้
- ฎีกาที่ 114/2506
ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจทำการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันที่บ้านผู้มีชื่อนั้น ตำรวจเห็นจำเลยยืนอยู่คนเดียวที่ชานเรือนซึ่งอยู่ห่างจากวงเล่นประมาณ 5 วา นั้น เพียงเท่านี้จะฟังว่าจำเลยอยู่ในวงการเล่นด้วยยังไม่ได้
- ฎีกาที่ 1438/2506
ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 15 ประกอบกับพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2490 นั้น ในกรณีมีผู้นำจับ ให้อัยการร้องขอและให้ศาลสั่งให้ผู้กระทำผิดใช้เงินสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับด้วยนั้น เงินสินบนนำจับนี้ ศาลจะสั่งให้จ่ายก็ต่อเมื่อมีการลงโทษปรับแก่ผู้กระทำผิดด้วย เพราะเป็นเกณฑ์คำนวณว่าผู้กระทำผิดจะต้องจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับเท่าใด ในคดีที่ศาลลงโทษจำคุกแต่อย่างเดียว โดยไม่ลงโทษปรับ ศาลไม่สั่งเรื่องให้จำเลย จ่ายเงินสินบนนำจับ แม้คดีนั้นจะมีเงินของกลางที่ศาลสั่งให้ริบอยู่ การจ่ายเงินของกลางเป็นเงินสินบนนำจับนั้น ก็ต้องมีการวางโทษปรับเป็นหลักด้วยเมื่อจำเลยไม่ชำระเงินสินบน จึงเอาเงินของกลางจ่ายเป็นค่าสินบนนำจับได้
- ฎีกาที่ 657/2506
เมื่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายเดิมมิได้ถูกยกเลิกไปเพียงแต่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมและยังคงเป็นบทบังคับอยู่อย่างเก่าแล้ว แม้โจทก์ฟ้องจะอ้างแต่พระราชบัญญัติและมาตราเดิมไม่อ้างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นบทลงโทษด้วยก็ใช้ได้.และถือเป็นหน้าที่ของศาลต้องรู้เองด้วย
- ฎีกาที่ 657/2506
เมื่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายเดิมมิได้ถูกยกเลิกไป เพียงแต่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมและยังคงเป็นบทบังคับอยู่อย่างเก่าแล้ว แม้โจทก์ฟ้องจะอ้างแต่พระราชบัญญัติและมาตราเดิม ไม่อ้างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นบทลงโทษด้วยก็ใช้ได้ และถือเป็นหน้าที่ของศาลต้องรู้เองด้วย
- ฎีกาที่ 1899/2505
1. เสื่อปรือที่ใช้รองโขกโบกจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 10 วรรคสองหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย 2. เสื่อปรือแม้โดยสภาพจะใช้สำหรับรองก็จริงแต่ถ้าผู้เล่นพนันได้นำมาใช้ในการเล่นพนันแล้ว เสื่อปรือก็อาจเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนันได้ 3. ในกรณีที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่า เสื่อปรือของกลางใช้สำหรับรองโขกโบกเป็นเครื่องมือที่จำเลยใช้เล่นพนันและจับได้ในวงเล่น จำเลยก็รับสารภาพแปลได้ว่าจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ศาลมีอำนาจที่จะริบในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 10 วรรคสองการริบหรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของศาลแต่พิเคราะห์ดูพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีแล้วเห็นไม่ควรริบก็สั่งไม่ริบได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 35/2505)
- ฎีกาที่ 1899/2505
1. เสื่อปรือที่ใช้รองโขกโบกจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 10 วรรค 2 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย 2. เสื่อปรือแม้โดยสภาพจะใช้สำหรับรองก็จริง แต่ถ้าผู้เล่นพนันได้นำมาใช้ในการเล่นพนันแล้ว เสื่อหรือก็อาจเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นพนันได้ 3. ในกรณีที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่า เสื่อปรือของกลางใช้สำหรับรองโขกโบกเป้นเครื่องมือที่จำเลยใช้เล่นพนันและจับได้ในวงเล่น จำเลยก็รับสารภาพแปลได้ว่าจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ศาลมีอำนาจที่จะริบในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 10 วรรค 2 การริบหรือไม่อยู่ในดุลพินิจของศาล แต่พิเคราะห์ดูพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีแล้วเห็นไม่ควรริบ ก็สั่งไม่ริบได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 35/2505)
- ฎีกาที่ 230/2504
มีผู้แจ้งความแก่เจ้าพนักงานว่า จำเลยขายสลากกินรวบโดยไม่รับอนุญาต เจ้าพนักงานจึงพากันไปซุ่มคอยจับโดยจัดให้ตำรวจคนหนึ่งปลอมตัวเป็นราษฎรเข้าไปขอซื้อสลากกินรวบจากจำเลยๆ ก็ขายให้ แล้วเจ้าพนักงานจึงเข้าจับจำเลยพร้อมของกลาง ดังนี้ จำเลยต้องมีความผิดฐานเล่นการพนันเป็นเจ้ามือขายสลากกินรวบ เพราะการที่ตำรวจปลอมตัวไปซื้อสลากกินรวบจากจำเลยเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาพยานหลักฐานแห่งการกระทำผิดของจำเลยตามที่มีผู้แจ้งความไว้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2504)
- ฎีกาที่ 394/2504
จำเลยเขียนเลขสลากกินรวบไว้สำหรับขาย แต่ยังไม่ทันลงมือขายก็ถูกจับ ดังนี้ ยังไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นแล้ว พิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามขายสลากกินรวบ ถ้าโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับในข้อกฎหมายว่า ไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบแล้ว โจทก์จะฎีกาข้อเท็จจริงว่าจำเลยลงมือขายแล้วจึงถูกจับ หรือฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้เล่นสลากกินรวบ หาได้ไม่
- ฎีกาที่ 394/2504
จำเลยเขียนเลขสลากกินรวบไว้สำหรับขาย แต่ยังไม่ทันลงมือขายก็ถูกจับ ดังนี้ ยังไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นแล้ว พิพากษาลงโทษจำเลยฐานพยายามขายสลากกินรวบ ถ้าโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับในข้อกฎหมายว่า ไม่ผิดฐานพยายามขายสลากกินรวบแล้ว โจทก์จะฎีกาข้อเท็จจริงว่าจำเลยลงมือขายแล้วจึงถูกจับหรือฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้สลากกินรวม หาได้ไม่.
- ฎีกาที่ 476/2504
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 28 มกราคม 2502 เวลากลางวันและกลางคืน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
- ฎีกาที่ 476/2504
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำผิดระหว่างวันที่ 25 ถึงวันที่ 28 มกราคม 2502 เวลากลางวันและกลางคืน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
- ฎีกาที่ 540/2504
ฟ้องว่าเล่นการพนัน โจทก์ไม่มีหลักฐานอย่างใด นอกจากคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวน ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธแต่เมื่อจำเลยเบิกความเป็นพยานอ้างตนเอง ได้เบิกความตอบคำซักค้านของโจทก์ว่า ได้เล่นการพนันจริงดังนี้ไม่พอฟังลงโทษจำเลย
- ฎีกาที่ 540/2504
ฟ้องว่าเล่นการพนัน โจทก์ไม่มีหลักฐานอย่างใด นอกจากคำรับของจำเลยในชั้นสอบสวน ในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อจำเลยเบิกความเป็นพยานอ้างตนเอง ได้เบิกความตอบคำซักค้านของโจทก์ว่า ได้เล่นการพนันจริงดังนี้ ไม่พอฟังลงโทษจำเลย
- ฎีกาที่ 1245/2503
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันไฮโลว์ โดยทุกคนผลัดกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ นั้น ตามกฎหมายเป็นการพนันชนิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการพนันหมาย ก. ลำดับที่ 23 ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 2. ซึ่งมิได้กำหนดโทษขั้นต่ำไว้ มิใช่ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 1 ซึ่งกำหนดจำคุกขั้นต่ำไว้ 3 เดือน ปรับ 500 บาท
- ฎีกาที่ 1245/2503
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันไฮโลว์ โดยทุกคนผลัดกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ นั้น ตามกฎหมายเป็นการพนันชนิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการพนัน หมาย ก. ลำดับที่ 23 ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 2 ซึ่งมิได้กำหนดโทษคั่นต่ำไว้ มิใช่ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 1 ซึ่งกำหนดจำคุกคั่นต่ำไว้ 3 เดือน ปรับ 500 บาท
- ฎีกาที่ 708/2503
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับจำเลยในคดีที่ศาลพิพากษาไปแล้ว เล่นการพนันไพ่ผ่องไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตดังนี้ถือว่าจำเลยที่โจทก์ฟ้องนี้ยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดประการใดเพราะจำเลยยังไม่เคยถูกฟ้องโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยอยู่ในวงเล่นการพนันแล้วคดีก็เข้าอยู่ในข้อสันนิษฐานของ พระราชบัญญัติการพนันพ.ศ.2478 มาตรา 6 เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบหักล้าง
- ฎีกาที่ 708/2503
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับจำเลยในคดีที่ศาลพิพากษาไปแล้ว เล่นการพนันไพ่ผ่องไทยโดยไม่ได้รับอนุญาติ ดังนี้ ถือว่า จำเลยที่โจทก์ฟ้องนี้ ยังมิได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด ประการใด เพราะจำเลยยังไม่เคยถูกฟ้อง โจกท์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยยังไม่เคยถูกฟ้อง โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ เมื่อศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยอยู่ในวงเล่นการพนันแล้ว คดีก็เข้าอยู่ในข้อสันนิษฐาน ของ พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 6 เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสือหักล้าง
- ฎีกาที่ 394/2502
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่ผ่องไม่รับอนุญาตเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นผู้เข้าเล่นพนันแม้จำเลยที่ 1 รับสารภาพตามฟ้อง ก็ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานสมรู้หรือสนับสนุนผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 ไม่ได้เพราะแม้ว่าประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ให้นำบทบัญญัติในภาค1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ก็ตาม. แต่ข้อความในตอนท้ายแห่ง ม.17 นี้เองก็มีข้อยกเว้นอยู่ว่า.'เว้นแต่กฎหมายนั้นๆ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น'. กรณีสำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงผู้จัดให้มีการเล่นพนันก็ได้มี พ.ร.บ.การพนันพ.ศ.2478 ม.4,12 บัญญัติความผิดไว้เป็นอย่างอื่นชัดแจ้งแล้ว. จึงเข้าข้อยกเว้นที่จะนำเอาบทบัญญัติเรื่องสนับสนุนผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.86 มาใช้ หาได้ไม่.
- ฎีกาที่ 394/2502
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่ผ่องไม่รับอนุญาตเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นผู้เข้าเล่นพนัน แม้จำเลยที่ 1 รับสารภาพตามฟ้อง ก็ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐาน สมรู้หรือสนับสนุนผู้กระทำผิดตามประมวลก.ม. อาญา ม. 86 ไม่ได้ เพราะแม้ว่าประมวล ก.ม. อาญา ม.17 ให้นำบทบัญญัติในภาค 1 แห่งประมวล ก.ม. อาญา มาใช้ในกรณีแห่งความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ก็ตาม แต่ข้อความในตอนท้ายแห่ง ม. 17 นี้เองก็มีข้อยกเว้นอยู่ว่า "เว้นแต่กฎหมายนั้น ๆ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น" กรณีสำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเพียงผู้จัดให้มีการเล่นพนันก็ได้มี พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 ม. 4, 12 บัญญัติความผิดไว้เป็นอย่างอื่นชัดแจ้งแล้ว จึงเข้าข้อยกเว้นที่จะนำเอาบทบัญญัติเรื่องสนับสนุนผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 86 มาใช้ หาได้ไม่