กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
161 รายการ · หน้า 4 จาก 9
- ฎีกาที่ 1369/2500
โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกเพื่อทำการค้า เป็นการเพียงพอที่แสดงว่าจำเลยเช่าเพื่อทำการค้า ไม่ใช่เพื่ออยู่อาศัย โจทก์ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าจำเลยทำการค้าอะไร จำเลยไม่เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ฟ้องไม่เคลือบคลุม
- ฎีกาที่ 1369/2500
โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกเพื่อทำการค้า เป็นการเพียงพอที่แสดงว่าจำเลยเช่าเพื่อทำการค้า ไม่ใช่เพื่ออยู่อาศัย โจทก์ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าจำเลยทำการค้าอะไร จำเลยไม่เสียเปรียบในการต่อสู้คดี ฟ้องไม่เคลือบคลุม.
- ฎีกาที่ 1468/2500
การบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่า ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวถึง 2 ครั้ง
- ฎีกาที่ 1468/2500
การบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าไม่มีบทกฏหมายใด บัญญัติให้ต้องบอกกล่าวถึง 2 ครั้ง.
- ฎีกาที่ 1537/2500
สามีเช่าเคหะ เมื่อสามีตาย ภริยาซึ่งอยู่ร่วมกันเช่าเป็นเคหะต่อไปดังนี้ เมื่อบุตรเลี้ยงซึ่งเป็นผู้อาศัยแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการครอบครองเคหะภริยาหรือมารดาเลี้ยงนั้นฟ้องขับไล่ได้ ข้ออ้างที่ว่าโจทก์มิได้บอกกล่าวเลิกสิทธิอาศัยก่อนฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้อ้างไว้ในศาลชั้นต้น จึงมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายก็ย่อมระงับไป ไม่เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาท
- ฎีกาที่ 1537/2500
สามีเช่าเคหะ เมื่อสามีตาย ภริยาซึ่งอยู่ร่วมกันเช่าเป็นเคหะต่อไปดังนี้ เมือบุตรเลี้ยงซึ่งเป็นผู้อาศัยแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการครอบครองเคหะ ภริยาหรือมารดาเลี้ยงนั้นฟ้องขับไล่ได้ ข้ออ้างที่ว่าโจทก์มิได้บอกกล่าวเลิกสิทธิอาศัยก่อนฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้อ้างไว้ในศาลชั้นต้น จึงมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายก็ย่อมระงับไปไม่เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาท.
- ฎีกาที่ 1548/2500
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า โดยจำเลยเอาที่ดินบางส่วนให้บุคคลอื่นครอบครอง เพราะสัญญาห้ามมิให้นำเอาที่ดินไปให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าอยู่แทนโดยเด็ดขาด แต่โจทก์แถลงรับในรายงานพิจารณาว่าหาได้ให้คำเตือนอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 16(2) ไม่ ดังนี้โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิ์ฟ้องขับไล่
- ฎีกาที่ 1548/2500
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าโดยจำเลยเอาที่ดินบางส่วนให้บุคคลอื่นครอบครอง เพราะสัญญาห้ามมิให้นำเอาที่ดินไปให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าอยู่แทนโดยเด็ดขาด แต่โจทก์แถลงรับในรายงานพิจารณาว่าหาได้ให้คำเตือนอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 มาตรา 16 (2) ไม่ ดังนี้โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิ์ฟ้องขับไล่.
- ฎีกาที่ 1651/2500
จำเลยรับว่าเช่าที่จากโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่เช่าโดยไม่จำเป็นต้องเรียกคนอื่นที่ร่วมเช่าที่กับโจทก์มาเข้าชื่อฟ้องด้วย จำเลยปลูกห้องแถว 5 ห้อง 2 ชั้น กั้นอยู่เฉพาะชั้นบน ติดป้ายว่าเป็นบริษัทรับก่อสร้าง อยู่ในที่ทำเลการค้าถือว่าห้องนั้นไม่ใช่เคหะ ผู้แทนโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว แม้จำเลยจะอยู่ต่อมาและโจทก์ก็ยังเก็บค่าเช่า ถือว่าโจทก์ผ่อนผันให้จำเลย มิใช่เจตนาต่อสัญญาเช่ากับจำเลย โจทก์เบิกความยืนยันว่าโจทก์ได้ค่าเช่าจากจำเลยเดือนละ 56 บาท จำเลยไม่สืบคัดค้าน ศาลย่อมให้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามอัตรานี้ได้
- ฎีกาที่ 1651/2500
จำเลยรับว่าเช่าที่จากโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่เช่าโดยไม่จำเป็นต้องเรียกคนอื่นที่ร่วมเช่าที่กับโจทก์มาเข้าชื่อฟ้องด้วย จำเลยปลูกห้องแถว 5 ห้อง 2 ชั้น กั้นอยู่เฉพาะชั้นบน ติดป้ายว่าเป็นบริษัทรับก่อสร้าง อยู่ในที่ทำเลการค้าถือว่าห้องนั้นไม่ใช่เคหะ ผู้แทนโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว แม้จำเลยจะอยู่ต่อมาและโจทก์ก็ยังเก็บค่าเช่า ถือว่าโจทก์ผ่อนผันให้จำเลย มิใช่เจตนาต่อสัญญาเช่ากับจำเลย โจทก์เบิกความยืนยันว่าโจทก์ได้ค่าเช่าจากจำเลยเดือนละ 56 บาท จำเลยไม่สืบคัดค้าน ศาลย่อมให้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามอัตรานี้ได้.
- ฎีกาที่ 1667/2500
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันคุ้มครองแต่ผู้เช่าเท่านั้น เมื่อฟังว่าผู้ร้องเป็นแต่บริวารของจำเลยซึ่งยินยอมว่าจะออกไปจากที่ของโจทก์ ผู้ร้องก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย
- ฎีกาที่ 1667/2500
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันคุ้มครองแต่ผู้เช่าเท่านั้น เมื่อฟังว่าผู้ร้องเป็นแต่บริวารของจำเลยซึ่งยินยอมว่าจะออกไปจากที่ของโจทก์ ผู้ร้องก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย.
- ฎีกาที่ 1704/2500
เดิมจำเลยเช่าห้องพิพาทของโจทก์เป็นที่อยู่อาศัย และจำเลยก็ได้อยู่อาศัยตลอดมาแต่ต่อมาจำเลยได้เอาห้องพิพาทให้ผู้อื่นเช่าช่วงทำการค้าโดยจำเลยได้รับประโยชน์จากผู้เช่าช่วงมากมาย ทั้งห้องพิพาทก็เป็นตึกแถวอยู่ในทำเลการค้าและแม้จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมา ก็ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยได้เปลี่ยนการใช้ห้องพิพาทให้เป็นสถานที่ทำการค้าไปเสียแล้ว ห้องพิพาทจึงไม่เป็นเคหะซึ่งจำเลยจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯต่อไปได้ และเมื่อเช่นนี้ การที่จำเลยยังคงพักพิงอาศัยอยู่ในห้องพิพาทตลอดมาก็ดี ข้อที่ว่าจำเลยให้เช่าช่วงไปโดยได้รับความยินยอมจากผู้แทนของโจทก์ก็ดี หาเป็นข้อสำคัญที่จะทำให้ห้องพิพาทคงเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ อยู่ต่อไปไม่.
- ฎีกาที่ 1742/2500
จำเลยเช่าห้องซึ่งตั้งอยู่ในทำเลการค้า สัญญาเช่าก็ระบุว่าเช่าเพื่อทำการค้า และเมื่อทำสัญญาแล้วจำเลยไปจดทะเบียนการค้าและยกป้ายร้านไว้หน้าห้อง การค้าของจำเลยคือรับผลไม้มาขายโดยนำไปขายที่แผงลอยอีกแห่งหนึ่ง และที่ห้องพิพาทก็มีการขายของอื่นอีกบ้าง แม้จำเลยจะใช้ห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยก็ต้องถือว่าเช่าเพื่อการค้าไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
- ฎีกาที่ 1742/2500
จำเลยเช่าห้องซึ่งตั้งอยู่ในทำเลการค้า สัญญาเช่าก็ระบุว่าเช่าเพื่อทำการค้า และเมื่อทำสัญญาแล้วจำเลยไปจดทะเบียนการค้าและยกป้ายร้านไว้หน้าห้อง การค้าของจำเลยคือรับผลไม้มาขายโดยนำไปขายที่แผงลอยอีกแห่งหนึ่ง และที่ห้องพิพาทก็มีการขายของอื่นอีกบ้าง แม้จำเลยจะใช้ห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยก็ต้องถือว่าเช่าเพื่อการค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ.
- ฎีกาที่ 1962/2500
เมื่อจำเลยจำต้องชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์หรือผู้ซื้อบ้านเช่าที่จำเลยเช่าอยู่ จำเลยก็ย่อมต้องขวนขวายตามสมควรในการส่งมอบค่าเช่าแก่ผู้รับหรือทนายไว้ให้ได้ มิฉะนั้นแล้วถ้าจำเลยค้างส่งค่าเช่า 2 เดือนติดกัน จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
- ฎีกาที่ 1962/2500
เมื่อจำเลยจำต้องชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์หรือผู้ซื้อบ้านเช่าที่จำเลยเช่าอยู่ จำเลยก็ย่อมต้องขวนขวายตามสมควรในการส่งมอบ ค่าเช่าแก่ผู้รับ หรือทนายไว้ให้ได้ มิฉะนั้นแล้ว ถ้าจำเลยค้างส่งค่าเช่า 2 เดือนติดกัน จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน.
- ฎีกาที่ 569/2500
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ธรรมดาโดยหลักกฎหมายธรรมดาศาลต้องวินิจฉัยข้อความตามที่ปรากฏในสัญญาเช่าแต่เมื่อการเช่านั้นจำเลยอ้างว่าเช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษคุ้มครองการเช่าเคหะเพื่ออยู่อาศัยศาลจึงไม่ต้องแปลข้อความในเอกสารการเช่าเพราะกฎหมายไม่ประสงค์ที่จะให้เลี่ยงพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ศาลต้องวินิจฉัยตามสภาพที่เป็นจริงแห่งการเช่าว่าเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯหรือไม่เท่านั้น เมื่อโจทก์รับว่าจำเลยอยู่อาศัยดังนี้ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้แล้ว ไม่ต้องสืบพยานต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยสืบพยานต่อไปได้คำสั่งเช่นนี้จะเป็นการขัดต่อ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87-88 หรือไม่นั้น ก็ไม่ทำให้โจทก์ชนะคดีได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ …
- ฎีกาที่ 569/2500
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ธรรมดาโดยหลักกฎหมายธรรมดา ศาลต้องวินิจฉัยข้อความตามที่ปรากฎในสัญญาเช่า แต่เมื่อการเช่านั้นจำเลยอ้างว่าเช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษคุ้มครองการเช่าเคหะเพื่ออยู่อาศัย ศาลจึงไม่ต้องแปลข้อความในเอกสารการเช่าเพราะกฎหมายไม่ประสงค์ที่จะให้เลี่ยง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ศาลต้องวินิจฉัยตามสภาพที่เป็นจริงแห่งการเช่าว่าเป็นการเช่าเพื่ออยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าหรือไม่เท่านั้น เมื่อโจทก์รับว่าจำเลยอยู่อาศัยดังนี้ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้แล้ว ไม่ต้องสืบพยานต่อไป การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยสืบพยานต่อไปได้ คำสั่งเช่นนี้จะเป็นการขัดต่อ ป.วิ. แพ่งมาตรา 87 - 88 หรือไม่นั้น ก็ไม่ทำให้โจทก์ชนะคดีได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรต้องวินิจฉัยตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 242 (1) และ 147 ซึ่งแก้ไขเพิ …
- ฎีกาที่ 1006/2499
จำเลยเช่าห้องโจทก์เพื่ออยู่อาศัยมีกำหนด 1 ปี และก่อนครบกำหนดตามสัญญาเช่าเล็กน้อยจำเลยมีหนังสือยินยอมแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าว่าจะเลิกการเช่า และสละสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489 ในเมื่อถึงกำหนดสัญญาเช่า เช่นนี้ถือว่าโจทก์ได้รับความยินยอมจากจำเลยผู้เช่าตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489 มาตรา 16 แล้ว