กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
161 รายการ · หน้า 7 จาก 9
- ฎีกาที่ 927/2497
เช่าเคหะโดยมีหนังสือสัญญาเช่าและมีข้อความห้ามเช่าช่วง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงได้ แม้การยินยอมจะไม่ได้มีปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้เช่าช่วงก็ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
- ฎีกาที่ 1368/2494
สามีเอาบ้านของภรรยาอันเป็นสินบริคณห์ ไปให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยนั้น ต้องถือว่าสามีเป็นผู้จัดการตามอำนาจของกฎหมาย ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1468 ฉะนั้น เมื่อภรรยาผู้เป็นเจ้าของได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ให้เข้าอยู่ในบ้านเช่านั้นได้ ก็เท่ากับสสามีผู้มีอำนาจจัดการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ ให้เข้าอยู่ด้วย สามีจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มาตรา16 (6) ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าบ้านกับผู้เช่า ให้ผู้เช่าออกจากบ้านไปภายในกำหนดและยังบอกกล่าวไปชัดแจ้งว่าถ้าผู้ให้เช่าเข้าบ้านเช่านี้นตามกำหนดไม่ได้ ก็จะทำให้ผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่ทำสัญญาซื้อขายกันแล้ว ให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกำหนดและจะถูกผู้ซื้อปรับเป็นรายวัน ดังนี้ ถือได้ว่าผู้เช่าได้ทราบความเสียหายเป็นพิเศษของผู้ให้เช่าแล้ว ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ออกจากบ้านเช่าภายในกำหนด ทำให้ผู้ให้เช่าผิดสัญ …
- ฎีกาที่ 108/2493
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯมาตรา 16(6)นั้นหมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากผู้ให้เช่าเดิมด้วย (อ้างฎีกาที่ 845/2490) ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวที่ให้เช่า ย่อมมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้าอยู่ในเคหะที่ให้เช่าได้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่ยอมออกจากเคหะที่เช่านั้น ผู้ให้เช่ามีสิทธิให้ชดใช้ได้ตั้งแต่วันครบกำหนดที่มติกรรมการให้ออกจนกว่าผู้เช่าจะออกไปโดยพิเคราะห์ถึงทำเลการค้าและผลกำไรของร้านใกล้เคียง แต่ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายก่อนได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการฯ นอกจากค่าเช่าที่ค้างเท่านั้น แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ฟ้องเรียกค่าเช่า ศาลจะบังคับให้ใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่าไม่ได้
- ฎีกาที่ 108/2493
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(6)นั้น หมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิมาจากผู้เช่าเดิมด้วย (อ้างฎีกาที่ 845/2490) ผู้รับโอนกรรมสิทธิห้องแถวที่ให้เช่าย่อมมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้าอยู่ในในเคหะที่ให้เช่าได้ ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะผู้เช่าไม่ยอมออกจากเคหะที่เช่านั้น ผู้ให้เช่ามีสิทธิให้ชดใช้ได้ตั้งแต่วันครบกำหนดที่มติกรรมการให้ออกจนกว่าผู้เช่าจะออกไปโดยพิเคราะห์ถึงทำเล การค้าและผลกำไรของร้านใกล้เคียง แต่ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเลิกสัญญา และเรียกค่าเสียหายก่อนได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการฯ นอกจากค่าเช่าที่ค้างเท่านั้น แต่ถ้าผู้ให้เช่าไม่ฟ้องเรียกค่าเช่า ศาลจะบังคับให้ใช้ค่าเสียหายแทนค่าเช่าไม่ได้
- ฎีกาที่ 506/2493
การที่ผู้เช่าเอาห้องไปให้เช่าช่วงแล้ว ภายหลังกลับฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงโดยอ้างเหตุว่าผู้เช่าช่วงฝ่าฝืนทำสัญญาเช่าโดยรู้อยู่แล้วว่าผู้ให้เช่าเดิมห้ามเช่าช่วงนั้น ศาลยกฟ้อง คำฟ้องที่ประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยปัญหาอันหนึ่งด้วยแต่คู่ความต่างแถลงขอสืบในข้ออื่น ไม่ขอสืบในข้อนี้และฎีกาของโจทก์ก็มุ่งอ้างในข้ออื่น ดังนี้ศาลฎีกาไม่ยกปัญหานั้นขึ้นวินิจฉัยให้
- ฎีกาที่ 506/2493
การที่ผู้เช่าเอาห้องไปให้เช่าช่วงแล้ว ภายหลังกลับฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงโดยอ้างเหตุว่าผู้เช่าช่วงฝ่าฝืนทำสัญญาเช่าโดยรู้อยู่แล้วว่าผู้ให้เช่าเดิมห้ามเช่าช่วงนั้น ศาลยกฟ้อง คำฟ้องมีประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยปัญหาอันหนึ่งด้วย แต่คู่ความต่างแถลงขอสืบในข้ออื่น ไม่ขอสืบในข้อนี้ และฎีกาของโจทก์ก็มุ่งอ้างในข้ออื่น ดังนี้ศาลฎีกาไม่ยกปัญหานั้นขึ้นวินิจฉัยให้
- ฎีกาที่ 641/2493
คำว่าผู้ให้เช่าเดิมตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา16(6) นั้นหมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิ์มาจากผู้ให้เช่าเดิมด้วย(อ้างฎีกา 845/2490)
- ฎีกาที่ 641/2493
คำว่าผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ม. 16(6) นั้น หมายถึงผู้รับโอนกรรมสิ่ทธิ์มาจากผู้เช่าให้เดิมด้วย (อ้างฎีกา 845/2490)
- ฎีกาที่ 646/2493
ในกรณีที่สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วแต่ผู้เช่ายังอยู่ในความคุ้มครองของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ หากผู้เช่าทำผิดหน้าที่ไม่สงวนทรัพย์สินที่เช่าเสมอวิญญูชน ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าด้วยเหตุนี้ได้ ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4) โดยไม่จำต้องส่งคำเตือนตามมาตรา 554 ก่อน แต่ถ้าผู้ให้เช่าจะฟ้องขับไล่โดยอ้างเหตุว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าตามมาตรา 16(2) จะต้องส่งคำเตือนให้ผู้เช่าปฏิบัติก่อน คำให้การจำเลยที่อ้างสิทธิตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จะไม่มีข้อที่ว่าโจทก์ต้องบอกกล่าวก่อน ศาลก็ยกกฎหมายนั้นขึ้นวินิจฉัยได้
- ฎีกาที่ 808/2493
ทำสัญญาเช่าบ้านกับบิดาเจ้าของบ้าน เมื่อผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาเช่าบิดาเจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ให้เช่าย่อมมีอำนาจฟ้องผู้เช่าได้ เพราะเป็นคู่สัญญากับผู้เช่าและผู้เช่าได้รับประโยชน์ในสัญญาแล้ว ในกรณีที่ผู้เช่าไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง แม้ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวก่อนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 554 แต่ถ้าการเช่านั้นได้สิ้นสุดลงแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่าผู้ให้เช่าก็มีสิทธิฟ้องผู้เช่าในเหตุนี้ได้โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน เพราะ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4)มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวไม่ อยู่ในบ้านเช่า 8 ครัวต่างทำครัวของตนเองทั้งชั้นบนชั้นล่างและที่ระเบียงบ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุดเป็นพฤติการณ์ที่ขับไล่ได้ตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า มาตรา16(4)
- ฎีกาที่ 808/2493
ทำสัญญาเช่าบ้านกับบิดาเจ้าของบ้าน เมื่อผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาเช่า บิดาเจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ให้เช่าย่อมีอำนาจฟ้องผู้เช่าได้ เพราะเป็นคู่สัญญากับผู้เช่าได้รับประโยชน์ในสัญญาแล้ว ในกรณีที่ผู้เช่าไม่สงวนสถานที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะถึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง แม้ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาจะต้องบอกกล่าวก่อนตาม ป.ม. แพ่งมาตรา 554 แต่ถ้าการเช่นนั้นได้สิ้นสุดลงแล้วเพราะหมดอายุสัญญาเช่าผู้ให้เช่าก็มีสิทธิฟ้องผู้เช่าในเหตุนี้ได้ โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาตรา 16(4) มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องบอกกล่าวไม่ อยู่ในบ้านเช่า 5 ครัวต่างทำครัวของตนเองทั้งชั้นบนและชั้นล่างและที่ระเบียง บ้านมีลักษณะเก่าหน้าต่างชำรุด เป็นพฤติการณ์ที่ขับไล่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 16(4)
- ฎีกาที่ 87/2493
ผู้ให้เช่า ซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้เข้าอยู่ในสถานที่เช่าและได้ฟ้องคดีขับไล่ผู้เช่าไว้ก่อนตาย ถือว่าโจทก์ใหม่ผู้รับมรดกความของผู้ให้เช่ามีความจำเป็นเข้าอยู่ในสถานที่เช่ารายนี้ด้วย เมื่อคณะกรรมการฯ ยินยอมให้ผู้ให้เช่าเข้าอยู่ในสถานที่เช่าแล้วทำให้การเช่านั้นหลุดพ้นจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯฐานะของผู้เช่าและผู้ให้เช่ากลับคืนสู่สภาพเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือผู้ให้เช่าขับไล่ผู้เช่าได้หากมีสิทธิที่จะขับไล่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้เช่าทำสัญญาให้ขึ้นค่าเช่า ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา 10 ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2493
- ฎีกาที่ 1066/2492
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ และค้างค่าเช่า 4 เดือนขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่าโจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์เลยไม่มาเก็บจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ ขอให้เรียกโจทก์มารับค่าเช่า โจทก์รับหมายแล้วไม่มาอำเภอ ดังนี้ คดียังไม่พอชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดนัด เพราะการที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอให้อำเภอเรียกโจทก์มารับชำระค่าเช่านั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือได้โดยเด็ดขาดว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์คดีต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป
- ฎีกาที่ 1066/2492
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ และค้างค่าเช่า 4 เดือน ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่า โจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอม โจทก์เลยไม่มาเก็บ จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อกรมการอำเภอ ขอให้เรียกโจทก์มารับค่าเช่า โจทก์รับหมายแล้วไม่มาอำเภอ ดังนี้ คดียังไม่พอชี้ขาดว่าฝ่ายใดผิดนัด เพราะการที่จำเลยไปยื่นคำร้องขอให้อำเภอเรียกโจทก์มารับชำระค่าเช่านั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือได้โดยเด็ดขาดว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าแก่โจทก์ คดีต้องฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป.
- ฎีกาที่ 1163/2492
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มิได้เปลี่ยนแปลงหลักกฎหมายในเรื่องเช่าตามมาตรา 538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไปจนถึงว่าการเช่าแม้มิได้มีหนังสือเป็นหลักฐานก็ฟ้องร้องบังคับตามสัญญาได้ เพราะใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ นั้นเองมิได้มีข้อความใดอันจะชี้ให้เห็นได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายเดิม นอกจากจะจำกัดสิทธิผู้ให้เช่าไว้บางประการในภาวะที่เรียกว่าคับขันนี้เท่านั้น
- ฎีกาที่ 1163/2492
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มิได้เปลี่ยนแปลงหลักกฎหมายในเรื่องเช่าตามมาตรา 538 ป.ม.แพ่ง ฯ ไปจนถึงว่า การเช่าแม้มิได้มีหนังสือเป็นหลักฐานก็ฟ้องร้องบังคับตามสัญญาได้ เพราะใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ นั้นเองมิได้มีข้อความในอันจะชี้ให้เห็นได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายเดิม นอกจากจะจำกัดสิทธิผู้ให้เช่าไว้บางประการในภาวะที่เรียกว่าคับขันนี้เท่านั้น.
- ฎีกาที่ 1186/2492
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นตามธรรมดาย่อมระงับเมื่อผู้เช่าตาย เว้นแต่กรณีจะเข้ามาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 คำแถลงต่อศาลของบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีฐานะในคดี ศาลจะรับฟังเป็นข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาหาได้ไม่
- ฎีกาที่ 1186/2492
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นตามธรรมดาย่อมระงับเมื่อผู้เช่าตาย เว้นแต่กรณีจะเข้ามาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ 2489 คำแถลงต่อศาลของบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีฐานะในคดี ศาลจะรับฟังเป็นข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาหาได้ไม่.
- ฎีกาที่ 1784/2492
การบอกเลิกสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน มาตรา 16 ข้อ 4 นั้น หมายถึง ในกรณีที่ผู้เช่าทำทรัพย์ที่เช่าให้เป็นไปในทางที่เสื่อมเสีย.
- ฎีกาที่ 866/2492
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเคหะได้เคยยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าและมีการสอบสวนแล้วมาครั้งหนึ่งคณะกรรมการได้มีมติให้ความยินยอมให้โจทก์เข้าอยู่ในเคหะได้ แต่ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของคณะกรรมการนั้นไม่ชอบใช้ไม่ได้ เนื่องจากกรรมการที่เป็นอธิบดีไม่ได้มาประชุมเอง เป็นแต่แต่งตั้งผู้แทนไปประชุม โจทก์จึงยื่นคำร้องใหม่ โดยยื่นตรงถึงคณะกรรมการท้าวความดังกล่าวมาแล้วได้โดยไม่ต้องทำคำร้องแบบค.ช.2 และไม่ต้องยื่นต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าส่วนท้องถิ่นตามกฎกระทรวงมหาดไทยเพราะคำร้องของโจทก์เพื่อที่จะให้ได้รับความยินยอมในครั้งที่ 2 นี้ มิใช่เป็นคำร้องขอตั้งต้นกรณีใหม่ หากเป็นเรื่องติดต่อกับการเริ่มต้นและการสอบสวนที่ได้มีมาโดยถูกต้องแล้วแต่เดิม กรณีเป็นเรื่องเดียวกัน มติของคณะกรรมการในครั้งที่ 2 นี้ย่อมถือได้ว่าเป็นมติเพื่อคำร้องขอฉบับต้น และสำหรับการสอบสวนของอนุกรรมการที่กระทำมาแล้ว เป็นความยินยอมที่ชอบด้วยมาต …