กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
161 รายการ · หน้า 8 จาก 9
- ฎีกาที่ 866/2492
โจทก์ผู้เป็นเจ้าของเคหะได้เคยยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าและมีการสอบสวนแล้วมาครั้งหนึ่ง คณะกรรมการได้มีมติให้ความยินยอมให้โจทก์เข้าอยู่ในเคหะได้ แต่ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของคณะกรรมการนั้นไม่ชอบ ใช้ไม่ได้ เนื่องจากกรรมการที่เป็นอธิบดีไม่ได้มาประชุมเอง เป็นแต่แต่งตั้งผู้แทนไปประชุม โจทก์จึงยื่นคำร้องใหม่ โดยยื่นตรงถึงคณะกรรมการท้าวความดังกล่าวมาแล้วได้โดยไม่ต้องทำคำร้องแบบ ค.ช. 2 และไม่ต้องยื่นต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าส่วนท้องถิ่นตามกฎกระทรวงมหาดไทย เพราะคำร้องของโจทก์เพื่อที่จะให้ได้รับความยินยอมในครั้งที่ 2 นี้มิใช่เป็นคำร้องขอตั้งต้นกรณีใหม่ หากเป็นเรื่องติดต่อกับการเริ่มต้นและการสอบสวนที่ได้มีมาโดยถูกต้องแล้วแต่เดิม กรณีเป็นเรื่องเดียวกับ มติของคณะกรรมการในครั้งที่ 2 นี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นมติเพื่อคำร้องขอฉะบับต้นและสำหรับการสอบสวนของอนุกรรมการที่กระทำมาแล้วเป็นความยินยอมที่ชอบด้ว …
- ฎีกาที่ 1023/2491
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองการเช่าที่ใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย คือว่า เมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ไม่จำต้องคำนึงว่าจะได้ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจอย่างอื่นอีกหรือไม่ จะเป็นส่วนประธานหรืออุปกรณ์ไม่ต้องคำนึงถึง (อ้างฎีกา 591/2491) โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าช่วงไปเพื่อทำการค้า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าช่วงทำการค้ามาหลายปี หาได้เถียงว่าเป็นการเช่าอยู่อาศัยไม่ต้องถือว่า จำเลยเช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า มิใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าดังกล่าวข้างต้น
- ฎีกาที่ 1023/2491
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองการเช่าที่ใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย คือว่า เมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ไม่จำต้องคำนึงว่าจะได้ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจอย่างอื่นอีกหรือไม่ จะเป็นส่วนประธานหรืออุปกรณ์ไม่ต้องคำนึงถึง (อ้างฎีกา 581/2491) โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าช่วงไปเพื่อทำการค้า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าช่วงทำการค้ามาหลายปี หาได้เถียงว่าเป็นการเช่าอยู่อาศัยไม่ต้องถือว่า จำเลยเช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า มิใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าดังกล่าวข้างต้น
- ฎีกาที่ 591/2491
'เคหะ' ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น'เคหะ' แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'เคหะ' แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้ โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า'เคหะ' ตามความในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489
- ฎีกาที่ 591/2491
"เคหะ" ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 มาตรา 5 นั้น มีความหมายในเบื้องต้นว่า ต้องเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ถึงประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรมด้วย ก็ยังนับว่าเป็น "เคหะ" แต่ถ้าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหกรรม ซึ่งไม่อยู่ในความหมายของคำว่า "เคหะ" แล้ว แม้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ก็ไม่กลับกลายเป็นเคหะขึ้นมาได้ โจทก์เช่าโรงเลื่อยเพื่อเลื่อยไม้จำหน่าย นับว่าเช่าสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่ประกอบธุระกิจการค้า หรืออุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ต้องด้วยลักษณะของคำว่า "เคหะ" ตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าปี 2489.
- ฎีกาที่ 615/2491
ในหนังสือมอบอำนาจข้อ 5 มีว่าให้นายบานเย็นมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้รับมอบอำนาจคนอื่นที่ได้แต่งตั้งไว้เพื่อการให้เช่าทรัพย์สินของตัวการ และข้อ 6 มีว่าให้นายบานเย็นมีอำนาจอีกหลายประการ เช่นประนีประนอมยอมความและยื่นฟ้องต่อศาลด้วย ดังนี้ เมื่ออ่านรวมกันทั้งหมดต้องแปลว่าผู้มอบอำนาจประสงค์ให้นายบานเย็นมีอำนาจตั้งตัวแทนช่วงเพื่อฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ การเช่าที่ดินมาโดยประสงค์จะปลูกสร้างโรงเรือนให้คนอื่นเช่า มิใช่เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเอง ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า พ.ศ.2489
- ฎีกาที่ 736/2491
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489มาตรา 16(6) ย่อมหมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ให้เช่าเดิมด้วย(อ้างฎีกา 845/2490)
- ฎีกาที่ 736/2491
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 16(6) ย่อมหมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิจากผู้ให้เช่าเดิมด้วย (อ้างฎีกา 845/2490)
- ฎีกาที่ 848/2491
คำว่า "ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า" ตามมาตรา 16(5) แห่งพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 หมายความเฉพาะถึงกรณีที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเท่านั้น ผู้ให้เช่าจึงจะมีสิทธิบังคับให้ผู้เช่าเลิกใช้ได้ ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้
- ฎีกาที่ 848/2491
คำว่า "ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า" ตามมาตรา 16 (5) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 หมายความฉะเพาะถึงกรณีย์ที่ผู้เช่ายินยอมเลิกใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าเท่านั้น ผู้ให้เช่าจึงจะมีสิทธิบังคับให้ผู้เช่าเลิกใช้ได้ ความยินยอมที่จะให้ไว้ล่วงหน้าโดยที่ผู้ให้เช่ายังไม่ได้เรียกร้องให้เลิกใช้ ไม่ใช่เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามความหมายของกฎหมายนี้
- ฎีกาที่ 857/2491
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489มาตรา 16(6) นั้น หมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ให้เช่าเดิมด้วย(อ้างฎีกา 845/2490)
- ฎีกาที่ 857/2491
ผู้ให้เช่าเดิมตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 มาตรา 16(6) นั้น หมายความถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิจากผู้ให้เช่าเดิมด้วย (อ้างฎีกา 845/2490)
- ฎีกาที่ 898/2491
เมื่อผู้เช่าตาย บุคคลภายนอกจะเข้ามาเป็นคู่สัญญาสืบแทนคู่สัญญาต่อไป โดยได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติ ได้ ต่อแต่เมื่อได้มีฐานะ และได้ปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 3) 2489 มาตรา 17 บัญญัติไว้ กล่าวคือ (1) เป็นบุคคลในครอบครัวของผู้เช่า (2) ได้อาศัยอยู่ในทรัพย์สินที่เช่าขณะที่ผู้เช่าตาย และ (3) ได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือไปยังผู้ให้เช่าภายใน30 วัน นับแต่วันผู้เช่าตาย
- ฎีกาที่ 898/2491
เมื่อผู้เช่าตายบุคคลภายนอกจะเข้ามาเป็นคู่สัญญาสืบแทนคู่สัญญาต่อไป โดยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ได้ ต่อแต่เมื่อได้มีฐานะ และได้ปฏิบัติตามที่ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉะบับที่ 3) 2489 มาตรา 17 บัญญัติไว้ กล่าวคือ (1) เป็นบุคคลในครอบครัวของผู้เช่า (2) ได้อาศัยอยู่ในทรัพย์สินที่เช่าขณะที่ผู้เช่าตาย และ (3) ได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือไปยังผู้ให้เช่าภายใน 30 วัน นับแต่วันผู้เช่าตาย
- ฎีกาที่ 924/2491
การค้างชำระค่าเช่ากับการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่านั้นต่างกัน จำเลยค้างชำระค่าเช่า 12 เดือน จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าถึง 2 คราวยังไม่ได้ เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยผิดนัดเพียงครั้งเดียวกรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489มาตรา 16(1) ที่จะฟ้องขับไล่ได้
- ฎีกาที่ 924/2491
การค้างชำระค่าเช่ากับการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่านั้นต่างกัน จำเลยค้างชำระค่าเช่า 12 เดือน จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวยังไม่ได้ เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยผิดนัดเพียงครั้งเดียว กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 มาตรา 16(1) ที่จะฟ้องขับไล่ได้
- ฎีกาที่ 533/2490
เดิมมีสัญญาเช่า ภายหลังได้ทำสัญญายอมความกำหนดนัดเวลาที่จะออกจากที่เช่า ดังนี้ถือว่า จำเลยอยู่ในที่พิพาทตามสัญญายอมความไม่ใช่ตามสัญญาเช่า พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489 ไม่คุ้มครองถึงการอยู่ในที่เช่าตามกำหนดนัดที่ทำสัญญายอมกันซึ่งได้ทำกันไว้ก่อน
- ฎีกาที่ 533/2490
เดิมมีสัญญาเช่า ภายหลังได้ทำสัญญายอมความกำหนดผัดเวลที่จะออกจากที่เช่าดังนี้ถือว่า จำเลยอยู่ในที่พิพาทตามสัญญายอมความ ไม่ใช่ตามสัญญาเช่า พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489 ไม่คุ้มครองถึงการอยู่ในที่เช่าตามกำหนดผัดที่ทำสัญญายอมกันซึ่งได้ทำกันไว้ก่อน
- ฎีกาที่ 845/2490
คำว่าผู้ให้เช่าเดิมในมาตรา 16(6) มิได้หมายความเฉพาะแต่ผู้ให้เช่าเดิมแต่ผู้เดียวเท่านั้น ย่อมหมายถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ด้วย ผู้รับซื้อกรรมสิทธิ์บ้านเช่ามาจากผู้ให้เช่าเดิม เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้เข้าอยู่แล้วย่อมฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2490)
- ฎีกาที่ 845/2490
คำว่าผู้ให้เช่าเดิมในมาตรา 16 (6) มิได้หมายความฉะเพาะแต่ผู้เดียวเท่านั้น ย่อมหมายถึงผู้รับโอนกรรมสิทธิด้วย ผู้รับซื้อกรรมสิทธิบ้านเช่ามาจากผู้ให้เช่าเดิม เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้เข้าอยู่แล้วย่อมฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้