กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
553 รายการ · หน้า 25 จาก 28
- ฎีกาที่ 1938/2500
ไม้ไข่เขียวเป็นไม้หวงห้าม ซึ่งตามหลักวิชาแล้วฟังว่าอยู่ในจำพวก "ไม้ตะเคียนชนิดอื่นๆ" แต่กรมป่าไม้เพิ่งชี้ขาดและทางราชการเพิ่งประกาศเมื่อ 8 มิ.ย. 2498 หลังจากที่จำเลยไปตัดไม้นี้มาไว้แล้วถือว่าจำเลยยังไม่ควรมีผิด ตามพระราชกฤษฎีกาไม้หวงห้าม "ไม้ตะเคียนสามพอน" ถือว่าเป็นไม้ตะเคียนอยู่ในพวก "ไม้ตะเคียนชนิดอื่นๆ" นี้ครอบคลุมถึงไม้ตะเคียนทุกชนิด และคำนี้ก็แสดงว่าเป็นไม้ตะเคียนอยู่ในตัวแล้ว จำเลยมิได้เป็นเจ้าของโรงงานไม้แปรรูป ขนไม้ที่ยังมิได้เสียค่าภาคหลวงเข้าไปในโรงงานไม้แปรรูปเพื่อทำการแปรรูปจำเลยยังไม่ผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2494 มาตรา 16 เพราะไม่ใช่เจ้าของโรงงานไม้แปรรูป จึงไม่ใช่ผู้รับอนุญาตทำการแปรรูปไม้ฯ
- ฎีกาที่ 1938/2500
ไม้ไข่เขียวเป็นไม้หวงห้าม ซึ่งตามหลักวิชาแล้วฟังว่าอยู่ในจำพวก "ไม้ตะเคียนชนิดอื่น ๆ " แต่กรมป่าไม้เพิ่งชี้ขาดและทางราชการเพิ่งประกาศเมื่อ 8 มิ.ย. 2498 หลังจากที่จำเลยไปตัดไม้นี้มาไว้แล้ว ถือว่าจำเลยยังไม่ควรมีผิด ตามพระราชกฤษฎีกาไม้หวงห้าม "ไม้ตะเคียนสามพอน" ถือว่าเป็นไม้ตะเคียนอยู่ในพวก "ไม้ตะเคียนชนิดอื่น ๆ " นี้ครอบคลุมถึงไม้ตะเคียนทุกชนิด และคำนี้ก็แสดงว่าเป็นไม้ตะเคียนอยู่ในตัวแล้ว จำเลยมิได้เป็นเจ้าของโรงงานไม้แปรรูป ขนไม้ที่ยังมิได้เสียค่าภาคหลวงเข้าไปในโรงงานไม้แปรรูปเพื่อทำการแปรรูปจำเลยยังไม่ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2494 ม.16 เพราะไม่ใช่เจ้าของโรงงานไม้แปรรูป จึงไม่ใช่ผู้รับอนุญาตทำการแปรรูปไม้ ฯ.
- ฎีกาที่ 572/2499
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต โดยกล่าวในฟ้องว่าประกาศของกระทรวงเกษตรได้คัดสำเนาปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอที่ว่าการกำนันและที่สาธารณะแล้วนั้นเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158 แล้ว ไม่จำต้องมีสำเนาประกาศแนบมาท้ายฟ้องด้วย
- ฎีกาที่ 572/2499
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต โดยกล่าวในฟ้องว่าประกาศของกระทรวงเกษตรได้คัดสำเนาปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกำนันและที่สาธารณะแล้วนั้น เป็นฟ้องที่ชอบด้วย วิ.อาญา ม.158 แล้ว ไม่จำเต้องมีสำเนาประกาศแนบมาท้ายฟ้องด้วย.
- ฎีกาที่ 749-750/2499
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยให้วางโทษทั้งจำคุกและปรับ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเพียงเล็กน้อยในข้อให้ลดโทษฐานปราณีตาม กฎหมายอาญา มาตรา 59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 คำขอให้ลงโทษของโจทก์ โจทก์มิได้อ้าง พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69,73 คงอ้างมาแต่ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2494 มาตรา16,17 เช่นนี้ถือได้แล้วว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ.2484 มาตรา 69,73 ได้ถูกยกเลิกตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 16,17 แล้ว เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสมศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้แม้ศาลจะอ้าง มาตรา 69 และ 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่จึงถือว …
- ฎีกาที่ 749-750/2499
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยให้วางโทษฐานปาณีตาม ก.ม.อาญา ม.59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 คำขอให้ลงโทษของโจทก์ ๆ มิได้อ้าง พ.ร.บ.ป่ไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 คงอ้างมาแต่ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 เช่นนี้ถือได้แล้วว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราใน ก.ม.ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 แล้วเมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสม ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้แม้ศาลจะอ้าง ม.69 และ 73 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่จึงถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.158(6) และการที่ศาลลงโทษจำเลยก็ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาแล้ว ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้ว …
- ฎีกาที่ 144/2498
บทบัญญัติแห่ง มาตรา 38,39 แห่ง พระราชบัญญัติป่าไม้มีใช้บังคับแก่ไม้ที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การนำไม้ที่ได้มาโดยผิดกฎหมายเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางกำกับไปจึงไม่เป็นผิดตามมาตราทั้งสองนี้
- ฎีกาที่ 144/2498
บทบัญญัติแห่ง ม. 38,39 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ไม่ใช้บังคับแก่ไม้ที่ได้มาโดยมิชอบด้วย ก.ม. การนำไม้ที่ได้มาโดยผิด ก.ม. เคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางกำกับไปจึงไม่เป็นผิดตามมาตราทั้งสองนี้
- ฎีกาที่ 1569/2498
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษทางอาญาแก่จำเลยฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าได้รับยกเว้นโทษตาม มาตรา 50 จำเลยจะต้องนำสืบว่ากรณีต้องด้วยข้อยกเว้นนั้น มิฉะนั้นก็ไม่อาจพ้นผิดไปได้
- ฎีกาที่ 1569/2498
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษทางอาญาแก่จำเลยฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าได้รับยกเว้นโทษตาม มาตรา 50 จำเลยจะต้องนำสืบว่ากรณีต้องด้วยข้อยกเว้นนั้น มิฉะนั้นก็ไม่อาจพ้นผิดไปได้
- ฎีกาที่ 1569/2498
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษทางอาญาแก่จำเลยฐานมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองเกินกว่าปริมาณที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ม. 48 ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าได้รับยกเว้นโทษตาม ม. 50 จำเลยจะต้องนำสืบว่ากรณีต้องด้วยข้อยกเว้นนั้น มิฉะนั้นก็ไม่อาจพ้นผิดไปได้
- ฎีกาที่ 1664/2498
ฟ้องว่าจำเลยตัดไม้หวงห้ามประเภท ก. แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าตัดไม้ในที่หวงห้ามซึ่งทางการได้ประกาศตามกฎหมายแล้ว เช่นนี้เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2499) ฟ้องที่ไม่สมบูรณ์นั้นแม้จำเลยจะรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้
- ฎีกาที่ 1664/2498
ฟ้องว่าจำเลยตัดไม้หวงห้ามประเภท ก. แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าตัดไม้ในที่หวงห้ามซึ่งทางการได้ประกาศตามกฎหมายแล้ว เช่นนี้เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2499) ฟ้องที่ไม่สมบูรณ์นั้นแม้จำเลยจะรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้
- ฎีกาที่ 312/2498
ไม้ที่ตีทำนอง เป็นฝาแต่ตีผิดธรรมดา กล่าวคือตีตะปูหัวกระดานและท้ายกระดานข้างละ 1 ตัวไม้ที่ตีก็เหลื่อมยาวออกนอกเสาข้างละศอกเศษ บางด้านทำเป็นฝาซ้อน ฝาก็ตีไม่ชิดหรือซ้อนกัน(ทับเกล็ด) ตีห่างเป็นช่องเล็กบ้างใหญ่บ้างไม่เท่ากันทั้งเป็นไม้ที่ยังใหม่และยังไม่ไสกบเช่นนี้เป็นการกระทำขึ้นชั่วคราวไม่มีเจตนาจะประกอบเป็นสิ่งก่อสร้างจริงจังแต่อย่างใดหากแต่ทำพรางไว้เพื่อเลี่ยงกฎหมายจะฟังว่าเป็นไม้ที่ประกอบอยู่เป็นสิ่งก่อสร้างยังไม่ได้
- ฎีกาที่ 312/2498
ไม้ที่ตีทำนองเป็นฝาแต่ตีผิดธรรมดา กล่าวคือตีตะปูหัวกระดานและท้ายกระดานข้างละ 1 ตัว ไม้ที่ตีก็เหลื่อมยาวออกนอกเสาข้างละศอกเศษ บางด้านทำเป็นฝาซ้อน ฝาก็ตีไม่ชิดหรือซ้อนกัน (ทับเกล็ด) ตีห่างเป็นช่องเล็ก บ้างใหญ่บ้างไม่เท่ากัน ทั้งเป็นไม้ที่ยังใหม่ และยังไม่ไสกบเช่นนี้เป็นการกระทำขึ้นชั่วคราวไม่มีเจตนาจะประกอบเป็นสิ่งก่อสร้างจริงจังแต่อย่างใด หากแต่ทำพรางไว้เลี่ยงกฎหมายจะฟังว่าไม้ที่ประกอบอยู่เป็นสิ่งก่อสร้างยังไม่ได้
- ฎีกาที่ 341/2498
การนำไม้เคลื่อนที่ที่จะต้องมีใบเบิกทางตามความใน มาตรา39นั้น คือการนำเคลื่อนที่ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 38 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำไม้สักเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางตาม มาตรา 39 แต่ตามฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏข้อความตาม มาตรา 38 แต่ประการใดเลย ดังนี้ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 341/2498
การนำไม้เคลื่อนที่ที่จะต้องมีใบเบิกทางตามความใน ม.39 นั้นคือการนำเคลื่อนที่ตามที่บัญญัติไว้ใน ม.38 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำไม้สักเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางตาม ม. 39 แต่ตามฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฎข้อความตาม ม.38 แต่ประการใดเลยดังนี้ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
- ฎีกาที่ 39/2498
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้น โจทก์สืบสมแต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือมาตราผิดศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.20เมตรลูกบาศก์ โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่โจทก์ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48,71 ไม่ได้อ้าง มาตรา 73 มาดังนี้เมื่อศาลเห็นว่าโจทก์อ้างมาตราผิดไป ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยตาม มาตรา73 อันเป็นฐานความผิดที่ถูกได้(เนื้อฎีกาที่ 1285/92)
- ฎีกาที่ 39/2498
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้น โจทก์สืบสม แต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองเกินกว่า 0.20 เมตรลูกบาศก์ โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่โจทก์ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ม. 48,71 ไม่ได้อ้าง ม.73 มาดังนี้ เมื่อศาลเห็นว่าโจทก์อ้างมาตราผิดไป ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยตาม ม. 73 อันเป็นฐานความผิดที่ถูกได้.
- ฎีกาที่ 825/2498
พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ม.5 กำหนดวิธีปฏิบัติในเรื่องประกาศไว้เป็นพิเศษคือให้คัดสำเนาประกาศปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอและที่ทำการกำนันหรือสาธารณะสถาน.ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้เรื่องนี้ได้ปิดประกาศไว้ที่ว่าการอำเภอเพียงแห่งเดียวจึงเป็นการปฏิบัติที่ยังไม่ชอบ จะลงโทษจำเลยหาได้ไม่ ข้อความเรื่องปิดประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้นี้เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องพิสูจน์จะอ้างว่าจำเลยไม่ได้ให้การโต้เถียงไว้ย่อมฟังไม่ได้