กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
553 รายการ · หน้า 26 จาก 28
- ฎีกาที่ 825/2498
พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ม.5 กำหนดวิธีปฏิบัติในเรื่องประกาศไว้เป็นพิเศษคือให้คัดสำเนาประกาศปิดไว้ ณที่ว่าการอำเภอและที่ทำการกำนันหรือสาธารณะสถานดังนี้ เมื่อปรากฎว่าประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้เรื่องนี้ได้ปิดประกาศไว้ที่ว่าการอำเภอเพียงแห่งเดียว จึงเป็นการปฏิบัติที่ยังไม่ยอม จะลงโทษจำเลยหาได้ไม่ ข้อความเรื่องปิดประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้นี้ เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องพิสูจน์จะอ้างว่าจำเลยไม่ได้ให้การโต้เถียงไว้ย่อมฟังไม่ได้
- ฎีกาที่ 1003/2497
ผู้ใดมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองเกินกว่า 0.20 เมตรลูกบาศก์โดยได้รับจำหน่ายมาจากโรงงานแปรรูปไม้หรือโรงค้าไม้แปรรูปอีกทอดหนึ่งทอดเดียวเท่านั้นโดยมีหนังสือกำกับไม้แปรรูปนั้นแล้ว ไม่จำต้องไปขออนุญาตมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองอีกครั้งหนึ่ง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6/2498)
- ฎีกาที่ 1089/2497
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยมีไม้หวงห้ามโดยมิได้มีตรารอยค่าภาคหลวงประทับไว้ในความครอบครอง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 69 ซึ่งได้แก้ไขใหม่โดย พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3)2494 มาตรา 16 แม้จำเลยให้การรับสารภาพศาลก็ลงโทษจำเลยตามขอไม่ได้เพราะบทมาตราดังกล่าวเป็นเรื่องมีไม้หวงห้ามที่ยังไม่ได้แปรรูปไว้ในความครอบครอง
- ฎีกาที่ 1551/2497
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม้สักของกลางจึงเป็นไม้ที่มีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงต้องริบตามมาตรา 74 และโจทก์ไม่จำต้องบรรยายไว้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่จำเลยมีไว้หรือได้มาเนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้(อ้างฎีกาที่ 283/2496)
- ฎีกาที่ 1551/2497
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองจำนวนเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์ โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ไม้สักของกลางจึงเป็นไม้ที่มีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงต้องริบตามมาตรา 74 และโจทก์ไม่จำต้องบรรยายไว้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่จำเลยมีไว้หรือได้มาเนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติป่าไม้
- ฎีกาที่ 1745/2497
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิดพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบ และในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3)2494 มาตรา 4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
- ฎีกาที่ 1745/2497
การมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน .02 ม.ลูกบาศก์โดยมิได้รับอนุญาตเป็นการผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ม.48 ฉะนั้นไม้สักของกลางต้องริบและในฟ้องไม่ต้องกล่าวว่าไม้สักรายนี้เป็นไม้หวงห้าม เพราะ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) 2494 ม.4 บัญญัติว่าไม้สักเป็นไม้หวงห้ามทั้งสิ้น
- ฎีกาที่ 270/2497
ไม้กระดานที่ได้เคยประกอบเป็นสิ่งปลูกสร้างคือเป็นเรือนมาแล้วเมื่อรื้อออกมาเป็นแผ่นไม้กระดานอีกก็ไม่ถือว่าเป็นไม้แปรรูปตามความหมายของ พระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 3
- ฎีกาที่ 546/2497
การมีไม้แปรรูปไว้ภายในเขตการควบคุมการแปรรูปไม้ โดยไม่ขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ ย่อมมีความผิด การแปรรูปไม้ที่แปรรูปแล้วจากไม้ซุงตามมาตรา 50 ข้อ2 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2494มาตรา 13 เป็นบทที่ใช้ในการแปรรูปไม้ไม่ใช่ในเรื่องที่มีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง
- ฎีกาที่ 546/2497
การมีไม้แปรรูปไว้ภายในเขตการควบคุมการแปรรูปไม้ โดยไม่ขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ ย่อมมีความผิด การแปรรูปไม้ที่แปรรูปแล้วจากไม้ซุงตามมาตรา 50 ข้อ 2 แก้ไขโดย พ.ร.บ.ป่าไม้ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2494 ม. 13 เป็นบทที่ใช้ในการแปรรูปไม้ ไม่ใช่ในเรื่องที่มีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง
- ฎีกาที่ 1018/2496
ความผิดฐานนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ล่วงด่านป่าไม้ไม่มีใบเบิกทางกำกับตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 39 นั้น มุ่งหมายถึงไม้ที่ทำออกได้โดยรับอนุญาตจากเจ้าพนักงานภายหลังที่นำไปถึงที่อันระบุไว้ในใบอนุญาตแล้วประการหนึ่ง กับไม้ที่ทำออกโดยไม่ต้องรับอนุญาต ภายหลังที่นำไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้ว อีกประการหนึ่ง เท่านั้น ถ้าหากนำไม้ที่ทำออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือนำไม้ที่มีไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตเคลื่อนล่วงด่านป่าไม้แล้วย่อมไม่อยู่ในบังคับแห่งบทมาตรานี้ (อ้างฎีกาที่ 38/2496)
- ฎีกาที่ 1018/2496
ความผิดฐานนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ล่วงด่านป่าไม้ ไม่มีใบเบิกทางกำกับตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39 นั้น มุ่งหมายถึงไม้ที่ทำออกได้โดยรับอนุญาตจากเจ้าพนักงานภายหลังที่นำไปถึงที่อันระบุไว้ในใบอนุญาตแล้วประการ หนึ่ง กับไม้ที่ทำออกโดยไม่ต้องรับอนุญาต ภายหลังที่นำไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้ว อีกประการหนึ่ง เท่านั้น ถ้า หากนำไม้ที่ทำออกโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือนำไม้ที่มีไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตเคลื่อนล่วงด่านป่าไม้แล้ว ย่อมไม่อยู่ ในบังคับแห่งบทมาตรานี้. (อ้างฎีกาที่ 38/2492)
- ฎีกาที่ 1391/2493
ตัดฟันไม้ยางในสวนของเอกชน แล้วนำเคลื่อนที่มาไว้ที่บ้านเรือนของตนนั้น แม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนก็ยังไม่เป็นผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะไม่ใช่ไม้ในป่าหรือนำออกจากป่า
- ฎีกาที่ 1391/2493
ตัดฟันไม้ยางในส่วนของเอกชน แล้วนำเคลื่อนที่มาไว้ที่บ้านเรือนของตนนั้น แม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนก็ยังไม่เป็นผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่ โดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะไม่ใช่ไม้ในป่าหรือนำออกจากป่า
- ฎีกาที่ 140/2493
จำเลยได้ซื้อไม้ยางแปรรูปแล้ว เพื่อใช้ในการปลูกห้องแถวของจำเลยเอง จำเลยย่อมได้รับยกเว้นโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 50(4) เมื่อจำเลยมิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้ คำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
- ฎีกาที่ 140/2493
จำเลยได้ซื้อไม้ยางแปรรูปแล้ว เพื่อใช้ในการปลูกห้องแถวของจำเลยเอง จำเลยย่อมได้รับยกเว้นโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 50(4) เมื่อจำเลยมิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อ พ.ร.บ. ป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้ คำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
- ฎีกาที่ 1562/2493
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 บัญญัติเป็นพิเศษให้ผู้ครอบครองไม้ประเภทหวงห้ามซึ่งยังมิได้แปรรูปและไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับ อันมีรูปลักษณะซึ่งเห็นได้ชัดว่าน่าจะเป็นไม้ป่านั้น เป็นผู้นำสืบพิสูจน์หักล้างความผิดคือสืบว่าตนได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยต่อสู้ว่า ซื้อไม้ดังกล่าวไว้โดยสุจริตจากผู้ซึ่งได้ตัดไม้นั้นมาจากที่ดินตามใบเหยียบย่ำ เมื่อสืบฟังได้แต่เพียงว่า ซื้อไม้นั้นไว้จากผู้มีชื่อ ส่วนการที่ได้ตัดไม้นั้นจากที่ดินตามใบเหยียบย่ำนั้นสืบฟังไม่ได้ดังนี้ จำเลยยังไม่พ้นผิด คงต้องมีความผิดตามมาตรา 69
- ฎีกาที่ 1562/2493
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 บัญญัติเป็นพิเศษให้ผู้ครอบครองไม้ประเภทหวงห้ามซึ่งยังมิได้แปรรูปและไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงประทับ อันมีรูปลักษณะซึ่งเห็นได้ชัดว่าน่าจะเป็นไม้ป่านั้น เป็นผู้นำสืบพิศูจน์หักล้างความผิด คือสืบว่าตนได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยต่อสู้ว่าซื้อไม้ดังกล่าวไว้โดยสุจริตจากผู้ซึ่งได้ตัดไม้นั้นจากที่ดินตามใบเหยียบย่ำเมื่อสืบฟังได้แต่เพียงว่าซื้อ ไม้นั้นไว้จากผู้มีชื่อ ส่วนการที่ได้ตัดไม้นั้นจากที่ดินตามใบเหยียบย่ำนั้นสืบฟังไม่ได้ ดังนี้ จำเลยยังไม่พ้นผิดคงต้องมีความผิดตามมาตรา 69
- ฎีกาที่ 30/2493
คดีที่หาว่า จำเลยตัดฟันและชักลากไม้หวงห้ามจากที่ป่าหากข้อเท็จจริงพอสันนิษฐานได้ในเบื้องต้นว่าที่รายพิพาทเป็นที่ป่า แต่จำเลยจะขอนำสืบพยานต่อไปว่าไม่ใช่ที่ป่า จึงจะพ้นผิด ดังนี้ ศาลต้องดำเนินการสืบพยานจำเลยต่อไป จะสั่งงดเสียมิได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่28/2492)
- ฎีกาที่ 30/2493
คดีที่หาว่าจำเลยตัดฟันและชักลากไม้หวงห้ามจากที่ป่าหากข้อเท็จจริงพอสันนิษฐานได้ในเบื้องต้นว่าที่รายพิพาท เป็นที่ป่าแต่จำเลยจะขอนำสืบพะยานต่อไปวาไม่ใช่ที่ป่า จึงจะพ้นผิด ดังนี้ ศาลต้องดำเนินการสืบพะยานจำเลยต่อไป จะสั่งงดเสียมิได้