กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
553 รายการ · หน้า 27 จาก 28
- ฎีกาที่ 832/2493
เอาที่ดินป่าไปจดทะเบียนบุริมสิทธิ ซื้อขายกันต่ออำเภอโดยอ้างว่าเป็นที่สวน จับจองเบิกบุกเอาเอง ซึ่งไม่ใช่ความจริง แม้เจ้าหน้าที่อำเภอจะจดทะเบียนบุริมสิทธิซื้อขายให้ก็ดี ก็ต้องถือว่ายังเป็นที่ดินซึ่งยังมิได้มีบุคคลได้มาตาม กฎหมายที่ดิน อีกนัยหนึ่งคือป่า ผู้ใดทำไม้ประเภทหวงห้ามในที่นี้โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องมีผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484
- ฎีกาที่ 832/2493
เอาที่ดินไปจดทะเบียนบุริมสิทธิ์ ซื้อขายต่อกันอำเภอโดยอ้างว่าเป็นที่สวน จับจองเบิกบุกเอาเอง ซึ่งไม่ใช่ความจริง แม้เจ้าหน้าที่อำเภอจะจดทะเบียนบุริมสิทธิ์ซื้อขายให้ก็ดี ก็ต้องถือว่ายังเป็นยังดินซึ่งยังมิได้มีบุคคลได้มาตาม ก.ม.ที่ดิน อีกนัยหนึ่งคือป่า ผู้ใดทำไม้ประเภทหวงห้ามในที่นี้โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484
- ฎีกาที่ 1464/2492
การนำไม้ซึ่งตีตราถูกต้องแล้วเคลื่อนย้ายที่มิได้รับอนุญาต มิใช่เป็นการมีไว้เนื่องจากการกระทำผิด จึงจะริบไม้มิได้ (อ้างฎีกา 846/2491)
- ฎีกาที่ 1464/2492
การนำไม้ซึ่งตีตราถูกต้องแล้วถอนย้ายที่มิได้รับอนุญาต มิใช่เป็นการมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดจึงจะริบไม้มิได้. (อ้างฎีกา 846/91)
- ฎีกาที่ 1518/2492
จำเลยซื้อซุงเหลี่ยมเนื้อไม้ 2.90 ลูกบาศก์เมตรจากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ตัดฟันไม้ซึ่งผู้ขายเลื่อยปีกทำเป็นซุงเหลี่ยมก่อนเคลื่อนที่จากที่ทำไม้ การกระทำของผู้ขายเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามมาตรา 50 ข้อ 1 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484. การที่จำเลยมีซุงเหลี่ยมรายนี้ไว้ในครอบครอง จึงไม่มีผิด
- ฎีกาที่ 1518/2492
จำเลยซื้อซุงเหลี่ยมเนื้อไม้ 2.90 เมตรลูกบาศก์จากผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ตัดพันไม้ซึ่งผู้ขายเลื่อยปีกทำเป็นซุงเหลี่ยมก่อนเคลื่อนที่จากที่ทำไม้ การกระทำของผู้ขายเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามมาตรา 50 ข้อ 1 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 การที่จำเลยมีซุงเหลี่ยมรายนี้ไว้ในครอบครอง จึงไม่มีผิด
- ฎีกาที่ 259/2492
ไม้สักได้กลายสภาพเป็นสิ่งของ คือล้อเกวียนไปแล้ว จึงไม่ใช่ไม้แปรรูปตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 4(4) โจทก์ฎีกาว่า วงล้อของกลางหามีเครื่องประกอบพร้อมทุกอย่างอันจะเรียกว่าวงล้อตามความหมายที่เข้าใจกันไม่จึงยังไม่กลายสภาพมาเป็นสิ่งของ คือล้อเกวียน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้าม
- ฎีกาที่ 259/2492
ไม้สักได้กลายสภาพเป็นสิ่งของ คือล้อเกวียนไปแล้ว จึงไม่ใช่ไม้แปรรูปตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ 2484 มาตรา 4 (4) โจทก์ฎีกาว่า วงล้อของกลางหามีเครื่องประกอบพร้อมทุกอย่างอันจะเรียกว่าวงล้อตามความหมายที่เข้าใจกันไม่ จึงยังไม่กลายสภาพมาเป็นสิ่งของ คือล้อเกวียน ดังนี้ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้าม
- ฎีกาที่ 795/2492
ไม้ของกลางในคดีเกี่ยวแก่ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป และมีไม้แปรรูปเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองไม่ได้รับอนุญาตเป็นของต้องริบ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74
- ฎีกาที่ 795/2492
ไม้ของกลางในคดีเกี่ยวแก่ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป และมีไม้แปรรูปเป็นจำนวนเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์ไว้ในครอบครองไม่ได้รับอนุญาตเป็นของต้องริบ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 74.
- ฎีกาที่ 846/2491
การที่จำเลยมีไม้ไว้และกระทำผิดฐานเคลื่อนย้ายโดยมิได้มีใบเบิกทางกำกับย่อมสั่งริบไม้ของกลางไม่ได้ เพราะไม่เป็นเรื่องที่จำเลยได้มาหรือมีไม้ไว้เนื่องจากการกระทำผิด ในอันที่ศาลจะสั่งริบไม้เสียได้ตามมาตรา 74 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 การขนลากไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ตับและไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39,71 การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่งซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตรธิการ (ฉบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
- ฎีกาที่ 846/2491
การที่จำเลยมีไม้ไว้ และกระทำผิดฐานเคลื่อนย้ายโดยมิได้มีใบเบิกทางกำกับ ย่อมสั่งริบไม้ของกลางไม่ได้ เพราะไม่เป็นเรื่องที่จำเลยได้มาหรือมีไม้ไว้ เนื่องจากการกระทำผิดในอันที่ศาลจะสั่งริบไม้เสียได้ ตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 การขนลาไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ดับ และไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39, 71. การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตราธิกา (ฉะบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
- ฎีกาที่ 116/2489
จำเลยนำน้ำมันยางที่เสียภาษีแล้วข้ามเขตจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย น้ำมันยางนั้นเป็นของต้องริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 74
- ฎีกาที่ 59/2489
พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 มาตรา13เพียงแต่บอกระเบียบให้จัดการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมายแต่บุคคลอาจได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนพ.ศ.2486 เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านว่า การให้ที่ดินไม่เป็นการได้มาตามกฎหมายที่ดินที่ใช้อยู่ก่อนนั้นแล้วก็ไม่พอฟังว่าที่ดินซึ่งจำเลยตัดต้นไม้ชนิดหวงห้ามนั้นตกเป็นป่าตามวิเคราะห์ศัพท์ใน พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา4(1) คดีจึงไม่พอลงโทษจำเลยฐานตัดต้นไม้หวงห้ามในที่ป่า
- ฎีกาที่ 59/2489
พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 ม.13 เพียงแต่บอกระเบียบให้จัดการขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมาย แต่บุคคลอาจได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ใช้อยู่ก่อนพ.ศ.2486 เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านว่า การให้ที่ดินไม่เป็นการได้มาตามกฎหมายที่ดินที่ใช้อยู่ก่อนนั้นแล้วก็ไม่พอฟังว่าที่ดินซึ่งจำเลยตัดต้นไม้ชะนิดหวงห้ามนั้นตกเป็นป่า ตามวิเคราะห์ศัพท์ใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา (1) คดีจึงไม่พอลงโทษจำเลยฐานตัดต้นไม้หวงห้ามในที่ป่า
- ฎีกาที่ 644/2489
พระราชบัญญัติป่าไม้มุ่งหมายคุ้มครองเฉพาะของอยู่ในป่ามิได้มุ่งหมายคุ้มครองของอันเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน การเผาไม้ของตนเองไม่มีกฎหมายห้าม การเผาไม้ป่าเป็นถ่านจะต้องขออนุญาตเฉพาะแต่การเผาไม้ประเภทหวงห้าม
- ฎีกาที่ 644/2489
พ.ร.บ.ป่าไม้มุ่งหมายคุ้มครองฉะเพาะของอยู่ในป่ามิได้มุ่งหมายคุ้มครองของอันเป็นกรรมสิทธิของเอกชน การเผาไม้ของตนเองไม่มีกฎหมายห้าม การเผาไม้ป่าเป็นถ่านจะต้องขออนุญาตฉะเพาะแต่การเผาไม้ประเภทหวงห้าม
- ฎีกาที่ 334/2488
จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ได้ จำเลยได้ทำการชักลากไม้มาก่อนที่เจ้าพนักงานป่าไม้ได้ตีตราอนุญาต โดยจำเลยได้รับคำสั่งอนุญาตด้วยวาจาจากเจ้าพนักงานให้ชักลากไม้มาก่อนแล้วจะตีตราให้ภายหลังซึ่งเป็นวิธีการที่เคยปฏิบัติกันมา ถือว่าจำเลยได้กระทำการไปโดยสุจริต ไม่เป็นบังอาจหรือเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา จำเลยจึงไม่ควรรับอาญา ไม้ของกลางไม่ริบ
- ฎีกาที่ 334/2488
จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้ทำไม้ได้ จำเลยได้ทำการชักลากไม้มาก่อนที่เจ้าพนักงานป่าไม้ได้ดีตีตราอนุญาต โดยจำเลยได้รับคำสั่งอนุญาตด้วยวาจาจากเจ้าพนักงานให้ชักลากไม้มาก่อนแล้วจะตีตราให้ภายหลังซึ่งเป็นวิธีการที่เคยปฏิบัติกันมา ถือว่าจำเลยได้กระทำการไปโดยสุจริต ไม่เป็นบังอาจหรือเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญา จำเลยจึงไม่ควรรับอาญา ไม้ของกลางไม่ริบ.
- ฎีกาที่ 354/2488
จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ยาง ได้ชักลากไม้ยางออกจากป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนี้จำเลยมีความผิดเพียงไม่ขออนุญาตชักลาก ส่วนไม้ของกลางจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและทำได้แล้วจึงไม่ใช่ของที่พึงริบตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา74