กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497
821 รายการ · หน้า 17 จาก 42
- ฎีกาที่ 2845/2531
โจทก์ร่วมได้รับโอนเช็คพิพาทซึ่งจำเลยเป็นผู้ออกเช็คมาจากป. ผู้ทรงคนก่อน โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลย มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 28 การที่ ป. ซึ่งเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาทได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ร่วมในภายหลังนั้นเป็นกรณีที่ ป. ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมตามความผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งตนจะต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังเช็คพิพาทไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดของจำเลยซึ่งถูกฟ้องคดีนี้เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก จึงไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีอาญามาฟ้องจำเลยระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39
- ฎีกาที่ 2845/2531
โจทก์ร่วมได้รับโอนเช็คพิพาทซึ่งจำเลยเป็นผู้ออกเช็คมาจาก ป. ผู้ทรงคนก่อน โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์ร่วมจึงเป็นบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 การที่ ป. ซึ่งเป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาทได้ชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ร่วมในภายหลังนั้น เป็นกรณีที่ ป. ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมตามความผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งตนจะต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังเช็คพิพาทไม่เกี่ยวกับการกระทำผิดของจำเลยซึ่งถูกฟ้องคดีนี้เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก จึงไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีอาญามาฟ้องจำเลยระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39.
- ฎีกาที่ 2859/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ โดยธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงิน แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตในการห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็ค แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว.
- ฎีกาที่ 2859/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ โดยธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงิน แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ในการห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คแต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ฟ้องโจทก์จึงเป็นการฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว
- ฎีกาที่ 2956/2531
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 ไม่ได้จำกัดเฉพาะว่า ผู้กระทำผิดคือผู้ออกเช็คเท่านั้น บุคคลอื่นก็อาจร่วมกระทำเป็นตัวการด้วยก็ได้จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ย่อมต้องทราบฐานะการเงินของบริษัท แม้จำเลยที่ 4 จะมิได้ลงชื่อสั่งจ่ายเช็ค แต่จำเลยที่ 4 ก็เป็นผู้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 ในเช็คและเป็นผู้ส่งมอบเช็คพิพาทให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว.
- ฎีกาที่ 2956/2531
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 ไม่ได้จำกัดเฉพาะว่า ผู้กระทำผิดคือผู้ออกเช็คเท่านั้นบุคคลอื่นก็อาจร่วมกระทำเป็นตัวการด้วยก็ได้ จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ย่อมต้องทราบฐานะการเงินของบริษัท แม้จำเลยที่ 4 จะมิได้ลงชื่อสั่งจ่ายเช็ค แต่จำเลยที่ 4 ก็เป็นผู้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 ในเช็คและเป็นผู้ส่งมอบเช็คพิพาทให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
- ฎีกาที่ 2956/2531
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 ไม่ได้จำกัดเฉพาะว่า ผู้กระทำผิดคือผู้ออกเช็คเท่านั้น บุคคลอื่นก็อาจร่วมกระทำเป็นตัวการด้วยก็ได้จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ย่อมต้องทราบฐานะการเงินของบริษัท แม้จำเลยที่ 4 จะมิได้ลงชื่อสั่งจ่ายเช็ค แต่จำเลยที่ 4 ก็เป็นผู้ประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 ในเช็คและเป็นผู้ส่งมอบเช็คพิพาทให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว.
- ฎีกาที่ 3046/2531
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 7(1) หมายความว่า ขณะที่เขียนเช็คผู้ออกเช็คมีเจตนาที่จะไม่ให้ขึ้นเงินได้ตามเช็คตั้งแต่แรก ความผิดตามอนุมาตรานี้โจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบถึงเงินในบัญชีของจำเลยในวันที่เช็คถึงกำหนด แต่จำเลยมีพฤติการณ์อย่างไรบ้างที่แสดงให้เห็นว่าออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แม้จะเป็นขั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ยังมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย ข้อที่ว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพียงประการเดียว ไม่ได้แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าได้ออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค.
- ฎีกาที่ 3046/2531
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3(1) หมายความว่า ขณะที่เขียนเช็คผู้ออกเช็คมีเจตนาที่จะไม่ให้ขึ้นเงินได้ตามเช็คตั้งแต่แรก ความผิดตามอนุมาตรานี้โจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบถึงเงินในบัญชีของจำเลยในวันที่เช็คถึงกำหนด แต่จำเลยมีพฤติการณ์อย่างไรบ้างที่แสดงให้เห็นว่าออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค แม้จะเป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ก็ยังมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย ข้อที่ว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพียงประการเดียว ไม่ได้แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าได้ออกเช็คโดยมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
- ฎีกาที่ 3047/2531
จำเลยออกเช็คให้แก่โจทก์โดยมีข้อตกลงกันไม่ให้โจทก์แข่งขันประมูลงานก่อสร้างของทางราชการกับจำเลย ข้อตกลงดังกล่าวย่อมขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หนี้ตามเช็คที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงเช่นนั้นเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ ไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง.
- ฎีกาที่ 3047/2531
จำเลยออกเช็คให้แก่โจทก์โดยมีข้อตกลงกันไม่ให้โจทก์แข่งขันประมูลงานก่อสร้างของทางราชการกับจำเลย ข้อตกลงดังกล่าวย่อมขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หนี้ตามเช็คที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงเช่นนั้นเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 3047-3048/2531
จำเลยออกเช็คให้แก่โจทก์โดยมีข้อตกลงกันไม่ให้โจทก์แข่งขันประมูลงานก่อสร้างของทางราชการกับจำเลย ข้อตกลงดังกล่าวย่อมขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หนี้ตามเช็คที่เกิดขึ้นจากข้อตกลงเช่นนั้นเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ ไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 3167/2531
จำเลยขีดฆ่าคำว่า 'หรือผู้ถือ' ในเช็คฉบับพิพาทออก และเขียนคำว่า 'สด' ลงในช่องผู้รับเงิน การกระทำของจำเลยดังกล่าวจำเลยย่อมทราบอยู่แล้วว่าธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คฉบับพิพาท การกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1).
- ฎีกาที่ 3325/2531
จำเลยออกเช็คให้ จ. ไว้เพื่อเป็นประกันหนี้ตามบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ และเพื่อใช้เช็คนั้นดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยเพื่อบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามบันทึกดังกล่าวโจทก์ผู้รับโอนเช็คจาก จ. ทราบถึงความผูกพันเรื่องเช็คพิพาทระหว่าง จ. กับจำเลยมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497.
- ฎีกาที่ 3325/2531
จำเลยออกเช็คให้ จ.ไว้เพื่อเป็นประกันหนี้ตามบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ และเพื่อใช้เช็คนั้นดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยเพื่อบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามบันทึกดังกล่าว โจทก์ผู้รับโอนเช็คจากจ. ทราบถึงความผูกพันเรื่องเช็คพิพาทระหว่าง จ.กับจำเลยมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497
- ฎีกาที่ 3325/2531
จำเลยออกเช็คให้ จ. ไว้เพื่อเป็นประกันหนี้ตามบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ และเพื่อใช้เช็คนั้นดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยเพื่อบีบบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามบันทึกดังกล่าวโจทก์ผู้รับโอน เช็คจาก จ. ทราบถึงความผูกพันเรื่องเช็คพิพาทระหว่าง จ. กับจำเลยมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497
- ฎีกาที่ 3329/2531
เช็คพิพาทเป็นเช็คระบุชื่อ ด. เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออกกับขีดคร่อมและมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า ACPAYEEONLY ซึ่งแปลว่า เฉพาะบัญชีผู้รับเงินเท่านั้นจึงแสดงว่าเช็คพิพาทเปลี่ยนมือไม่ได้ ดังนี้นอกจาก ด. แล้วบุคคลอื่นใดจะอ้างตนเป็นผู้ทรงโดยได้รับโอนเช็คดังกล่าวหาได้ไม่ แม้ ด. จะโอนเช็คให้แก่โจทก์โดยการสลักหลังและส่งมอบเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้รับเงินและไม่ถือว่าเป็นผู้ทรงตามกฎหมาย โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้.
- ฎีกาที่ 3329/2531
เช็คพิพาทเป็นเช็คระบุชื่อ ด. เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออก กับขีดคร่อมและมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า ACPAYEEONLYซึ่งแปลว่า เฉพาะบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น จึงแสดงว่าเช็คพิพาทเปลี่ยนมือไม่ได้ดังนี้ นอกจาก ด. แล้ว บุคคลอื่นใดจะอ้างตนเป็นผู้ทรงโดยได้รับโอนเช็คดังกล่าวหาได้ไม่ แม้ ด. จะโอนเช็คให้แก่โจทก์โดยการสลักหลังและส่งมอบเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้รับเงินและไม่ถือว่าเป็นผู้ทรงตามกฎหมายโจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้
- ฎีกาที่ 3388/2531
การซื้อลดเช็คกับการให้กู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมคนละประเภทมีกฎหมายรองรับในเรื่องรูปแบบและผลประโยชน์ผิดแผกแตกต่างกันดังนั้น การที่บริษัทโจทก์มีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงิน จึงไม่อาจฟังว่า การซื้อลดเช็คอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทโจทก์ บริษัทโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการรับซื้อลดเช็ค แต่รับซื้อลดเช็คไว้ ถือว่าบริษัทโจทก์ได้เช็คมาโดยการประกอบกิจการนอกขอบวัตถุประสงค์ ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ และไม่เป็นผู้เสียหายดำเนินคดีแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
- ฎีกาที่ 3388/2531
การซื้อลดเช็คกับการให้กู้ยืนเงินเป็นนิติกรรมคนละประเภทมีกฎหมายรองรับในเรื่องรูปแบบและผลประโยชน์ผิดแยกแตกต่างกัน ดังนั้น การที่บริษัทโจทก์มีวัตถุประสงค์ให้กู้ยืมเงิน จึงไม่อาจฟังว่า การซื้อลดเช็คอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของบริษัทโจทก์ บริษัทโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการรับซื้อลดเช็ค แต่รับซื้อลดเช็คไว้ ถือว่าบริษัทโจทก์ได้เช็คมาโดยการประกอบกิจการนอกขอบวัตถุประสงค์ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ และไม่เป็นผู้เสียหายดำเนินคดีแก่จำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันกิดจากการใช้เช็ค