กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497
821 รายการ · หน้า 26 จาก 42
- ฎีกาที่ 3788/2527
การระบุถึงสถานที่ที่เกิดการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ไม่จำต้องระบุตำบลหรือแขวงของสถานที่เกิดเหตุเสมอไป โดยเพียงแต่กล่าวไว้พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีก็เป็นการเพียงพอแล้ว ฟ้องของโจทก์ระบุว่าเหตุเกิดที่ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัดสาขาทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร อันเป็นธนาคารตามเช็ครายพิพาทของจำเลย เป็นการบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดที่สมบูรณ์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) แล้ว
- ฎีกาที่ 3789/2527
เดิมคดีนี้และคดีอื่น ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้าด้วยกันแต่เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นได้แยกพิพากษาเป็นรายคดี ซึ่งโจทก์ได้ยื่นคำขอให้นับโทษต่อกันทุกสำนวนไว้ก่อนศาลพิพากษาในสำนวนหลักที่มีการรวมพิจารณา และศาลชั้นต้นก็ลงโทษจำคุกจำเลยทุกสำนวนจึงชอบที่ศาลจะนับโทษจำเลยติดต่อกันได้
- ฎีกาที่ 3789/2527
เดิมคดีนี้และคดีอื่น ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้าด้วยกันแต่เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นได้แยกพิพากษาเป็นรายคดีซึ่ง โจทก์ได้ยื่นคำขอให้นับโทษต่อกันทุกสำนวนไว้ก่อนศาลพิพากษาในสำนวนหลักที่มีการรวมพิจารณา และศาลชั้นต้นก็ลงโทษจำคุกจำเลยทุกสำนวน จึงชอบที่ศาลจะนับโทษจำเลยติดต่อกันได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:444/2527
คดีอาญาซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อศาลฎีกาได้อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งคำร้องขอให้รับฎีกาของจำเลยอีกต่อไป
- ฎีกาที่ 1023/2526
จำเลยสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็ค สืบเนื่องมาจากเหตุที่ ศ. มิได้นำเงินที่ขายลดไปให้จำเลยและมิได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้นำเช็คไปขายลดให้แก่ผู้ใดหรือไม่ เป็นการกระทำโดยสุจริตตามสิทธิที่จำเลยจะพึงกระทำได้ เมื่อจำเลยสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คก่อนที่เช็คจะถึงกำหนดโดยสุจริต การที่จำเลยไม่นำเงินเข้าบัญชีธนาคารให้มีจำนวนพอจ่ายตามเช็ค จึงเป็นการที่จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
- ฎีกาที่ 1023/2526
จำเลยสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็ค สืบเนื่องมาจากเหตุที่ ศ. มิได้นำเงินที่ขายลดไปให้จำเลยและมิได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้นำเช็คไปขายลดให้แก่ผู้ใดหรือไม่ เป็นการกระทำโดยสุจริตตามสิทธิที่จำเลยจะพึงกระทำได้ เมื่อจำเลยสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คก่อนที่เช็คจะถึงกำหนดโดยสุจริต การที่จำเลยไม่นำเงินเข้าบัญชีธนาคารให้มีจำนวนพอจ่ายตามเช็ค จึงเป็นการที่จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
- ฎีกาที่ 1241/2526
แม้ว่าในคำร้องของผู้เสียหายจะบรรยายว่าขอถอนฟ้องก็ตามแต่ในคำร้องก็ระบุข้อความชัดเจนว่าเนื่องจากผู้เสียหายและจำเลยตกลงกันได้แล้วผู้เสียหายจึงไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยต่อไปแสดงว่าผู้เสียหายไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยและประสงค์จะขอถอนคำร้องทุกข์นั่นเองแต่ใช้ข้อความผิดไปเป็นถอนฟ้องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2)
- ฎีกาที่ 1241/2526
แม้ว่าในคำร้องของผู้เสียหายจะบรรยายว่าขอถอนฟ้องก็ตาม แต่ในคำร้องก็ระบุข้อความชัดเจนว่า เนื่องจากผู้เสียหายและจำเลยตกลงกันได้แล้ว ผู้เสียหายจึงไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยต่อไป แสดงว่าผู้เสียหายไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยและประสงค์จะขอถอนคำร้องทุกข์นั่นเอง แต่ใช้ข้อความผิดไปเป็นถอนฟ้อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2)
- ฎีกาที่ 1261/2526
การที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเมื่อผู้ทรงนำเช็คไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินนั้น จะต้องเป็นการปฏิเสธเนื่องจากมีการยื่นให้ใช้เงินโดยชอบเมื่อเช็คถึงกำหนดชำระแล้ว เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงนำเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้ออกเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็คย่อมเป็นการยื่นให้ใช้เงินโดยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 989 ประกอบด้วยมาตรา 914 แม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะบัญชีของจำเลยถูกปิดมาก่อนที่จะมีการออกเช็คก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการปฏิเสธการจ่ายเงินในวันที่เช็คถึงกำหนด การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2497 มาตรา 3 (ประชุมใหญ่ครั้งที่7/2525)
- ฎีกาที่ 1261/2526
การที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเมื่อผู้ทรงนำเช็คไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินนั้น จะต้องเป็นการปฏิเสธเนื่องจากมีการยื่นให้ใช้เงินโดยชอบเมื่อเช็คถึงกำหนดชำระแล้ว เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงนำเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้ออกเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค ย่อมเป็นการยื่นให้ใช้เงินโดยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 989 ประกอบด้วยมาตรา 914 แม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะบัญชีของจำเลยถูกปิดมาก่อนที่จะมีการออกเช็ค ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการปฏิเสธการจ่ายเงินในวันที่เช็คถึงกำหนด การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2525)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1295-1296/2526
จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และที่จำเลยฎีกาว่าเช็คพิพาทเกิดจากมูลหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากโจทก์ร่วมคิดดอกเบี้ยเกินอัตราและคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยนั้นแท้จริงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อจะโยงมาสู่ข้อกฎหมายอีกชั้นหนึ่ง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
- ฎีกาที่ 1884/2526
จำเลยออกเช็คพิพาทโดยไม่ลงวันที่ ย่อมถือได้ว่าไม่มีวันที่ผู้ออกเช็คกระทำความผิดแม้ต่อมาจำเลยจะไม่ตอบโจทก์แจ้งขัดข้องในการที่โจทก์จะกรอกวันที่ลงในเช็คเสียเอง โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คตามที่แจ้งแก่จำเลยไว้โดยถือว่าจำเลยอนุญาต ก็มีผลเพียงให้เช็คพิพาทมีรายการสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้นหามีผลที่จะปรับเป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่251/2524)
- ฎีกาที่ 1884/2526
จำเลยออกเช็คพิพาทโดยไม่ลงวันที่ ย่อมถือได้ว่าไม่มีวันที่ผู้ออกเช็คกระทำความผิด แม้ต่อมาจำเลยจะไม่ตอบโจทก์แจ้งขัดข้องในการที่โจทก์จะกรอกวันที่ลงในเช็คเสียเอง โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คตามที่แจ้งแก่จำเลยไว้โดยถือว่าจำเลยอนุญาต ก็มีผลเพียงให้เช็คพิพาทมีรายการสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น หามีผลที่จะปรับเป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 251/2524)
- ฎีกาที่ 2000/2526
จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท ธ. การที่จำเลยออกเช็คโดยลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและประทับตราของบริษัทให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ของบริษัท เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเพราะจำเลยมีคำสั่งห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็คและไม่มีเงินในบัญชีเงินฝากของบริษัท อันเป็นการออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ก็ถือว่าจำเลยร่วมกับบริษัทออกเช็ครายนี้ และมีความผิดฐานเป็นตัวการด้วยโจทก์ย่อมฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2523ซึ่งแตกต่างกับที่ปรากฏในการพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2522 ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่กระทำผิดซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการที่โจทก์ฟ้องผิดไปนั้นมิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลง …
- ฎีกาที่ 2000/2526
จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัท ธ. การที่จำเลยออกเช็คโดยลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายและประทับตราของบริษัทให้แก่ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ของบริษัท เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเพราะจำเลยมีคำสั่งห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็ค และไม่มีเงินในบัญชีเงินฝากของบริษัท อันเป็นการออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ก็ถือว่าจำเลยร่วมกับบริษัทออกเช็ครายนี้ และมีความผิดฐานเป็นตัวการด้วยโจทก์ย่อมฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2523 ซึ่งแตกต่างกับที่ปรากฏในการพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2522 ข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นข้อแตกต่างในรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่กระทำผิด ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการที่โจทก์ฟ้องผิดไปนั้นมิได้เป็นเหตุให้จำเลย …
- ฎีกาที่ 2139/2526
การที่จำเลยออกเช็คโดยไม่ลงวันที่เดือนปีที่ออกเช็ค ย่อมถือได้ว่าไม่มีวันที่ผู้ออกเช็คกระทำผิด แม้ต่อมา ฮ. ผู้ทรงเช็คในขณะนั้นได้นำเช็คพิพาทไปให้ ส. บุตรสาวของจำเลยลงวันที่ในเช็คโดยจำเลยบอกให้ลง ก็มีผลเพียงให้เช็คพิพาทมีรายการสมบูรณ์ฟ้องร้องบังคับคดีได้ในทางแพ่งเท่านั้น หามีผลที่จะปรับเป็นความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 251/2524)
- ฎีกาที่ 2139/2526
การที่จำเลยออกเช็คโดยไม่ลงวันที่เดือนปีที่ออกเช็ค ย่อมถือได้ว่าไม่มีวันที่ผู้ออกเช็คกระทำผิด แม้ต่อมา ฮ. ผู้ทรงเช็คในขณะนั้นได้นำเช็คพิพาทไปให้ ส. บุตรสาวของจำเลยลงวันที่ในเช็คโดยจำเลยบอกให้ลง ก็มีผลเพียงให้เช็คพิพาทมีรายการสมบูรณ์ฟ้องร้องบังคับคดีได้ในทางแพ่งเท่านั้น หามีผลที่จะปรับเป็นความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 251/2524)
- ฎีกาที่ 2242/2526
จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่บริษัท ก.ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้จัดการ บริษัท ก.จึงเป็นผู้ทรงเช็ค โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค. เมื่อธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 2242/2526
จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่บริษัท ก.ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้จัดการ บริษัท ก.จึงเป็นผู้ทรงเช็ค โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค. เมื่อธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 2246/2526
จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่บริษัท ก. ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้จัดการ บริษัทก.จึงเป็นผู้ทรงเช็ค โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค เมื่อธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะ มีอำนาจฟ้อง