กฎหมายที่อ้างถึง: พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490
642 รายการ · หน้า 30 จาก 33
- ฎีกาที่ 412/2508
กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ให้ปรับจำเลย 100 บาท ของกลางทั้งหมดให้ริบ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7 ; (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 มาตรา 3, 5, 8 และกฎกระทรวงมหาดไทย(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2501 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดังนี้ แม้จะเป็นการแก้ไขมากก็ดี แต่โทษจำคุกยังไม่เกิน 1 ปี เช่นนี้ จำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 3พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 5พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 8ป.วิ.อ. 220พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 4พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7 - ฎีกาที่ 729/2508
ข้อเท็จจริงได้ความว่าแถวนั้นมีผู้ร้ายชุกชุมฝ่ายผู้ตายมีพวกมาด้วยกันถึง 3 คน บุกรุกเข้ามาลักทรัพย์ในไร่จำเลยจำเลยร้องทักว่าใคร 2 ครั้ง ฝ่ายผู้ตายก็ใช้กระบองขว้าง 2 ครั้ง พยายามที่จะทำให้จำเลยกับพวกบาดเจ็บเป็นการใช้กำลังเพื่อประทุษร้ายจำเลยให้เป็นความสะดวกในการที่ผู้ตายจะทำการลักทรัพย์ขณะเกิดเหตุเดือนมืดมองไม่เห็นกันจำเลยรู้ไม่ได้ว่าผู้ตายกับพวกมีปืนมีมีดติดตัวมาด้วยหรือไม่การที่จำเลยใช้ปืนยิงต่อสู้ไปนัดเดียวแล้ววิ่งกลับบ้าน แสดงว่าจำเลยมีความกลัวผู้ร้ายอยู่มากเห็นได้ว่าจำเลยใช้ปืนยิงไปในขณะที่เห็นได้ว่าภยันตรายใกล้จะถึงตัวจำเลยกับพวกอยู่แล้วการกระทำของจำเลยจึงเป็นไปพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา
- ฎีกาที่ 729/2508
ข้อเท็จจริงได้ความว่า แถวนั้นมีผู้ร้ายชุกชุมฝ่ายผู้ตายมีพวกมาด้วยกันถึง 3 คน บุกรุกเข้ามาลักทรัพย์ในไร่จำเลย จำเลยร้องทักว่า ใคร 2 ครั้ง ฝ่ายผู้ตายก็ใช้กระบองขว้าง 2 ครั้ง พยายามที่จะทำให้จำเลยกับพวกบาดเจ็บ เป็นการใช้กำลังเพื่อประทุษร้ายจำเลยให้เป็นความสะดวกในการที่ผู้ตายจะทการลักทรัพย์ ขณะเกิดเหตุเดือนมืดมองไม่เห็นกัน จำเลยรู้ไม่ได้ว่าผู้ตายกับพวกมีปืนมีมีดติดตัวมาด้วยหรือไม่ การที่จำเลยใช้ปืนยิงต่อสู้ไปนัดเดียวแล้ววิ่งกลับบ้าน แสดงว่าจำเลยมีความกลัวผู้ร้ายอยู่มาก เห็นได้ว่าจำเลยใช้ปืนยิงไปในขณะที่เห็นได้ว่าภยันตรายใกล้จะถึงตัวจำเลยกับพวกอยู่แล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นไปพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา
- ฎีกาที่ 888/2507
มีคนร้ายลักอาวุธปืนของผู้เสียหายไปตั้งแต่วันที่ 12 ต่อมาวันที่ 16 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนพนักงานอัยการโจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานมีปืนไว้ในความครอบครองไม่รับอนุญาตเป็นคดีหนึ่ง แล้วฟ้องฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรอีกคดีหนึ่ง ดังนี้ เห็นได้ว่าการกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนนั้นจำเลยย่อมจะได้กระทำผิดนับแต่วาระแรกที่ได้ปืนนั้นมาไว้ในครอบครอง และเป็นความผิดอยู่เรื่อยไปจนกระทั่งจำเลยถูกจับได้พร้อมอาวุธปืน ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรนั้นเป็นความผิดในขณะใดขณะหนึ่งตามที่โจทก์กล่าวหา ฉะนั้น การกระทำผิดของจำเลยที่โจทก์กล่าวหาทั้งสองคดีจึงอาจเป็นความผิดคนละกระทงต่างกรรมต่างวาระกันได้ ฟ้องของโจทก์ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2507)
- ฎีกาที่ 888/2507
มีคนร้ายลักอาวุธปืนของผู้เสียหายไปตั้งแต่วันที่12 ต่อมาวันที่ 16 เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืน พนักงานอัยการโจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานมีปืนไว้ในความครอบครองไม่รับอนุญาตเป็นคดีหนึ่ง แล้วฟ้องฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรอีกคดีหนึ่ง ดังนี้เห็นได้ว่าการกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนนั้น จำเลยย่อมจะได้กระทำผิดนับแต่วาระแรกที่ได้ปืนนั้นมาไว้ในครอบครอง และเป็นความผิดอยู่เรื่อยไปจนกระทั่งจำเลยถูกจับได้พร้อมอาวุธปืน ส่วนความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรนั้น เป็นความผิดในขณะใดขณะหนึ่งตามที่โจทก์กล่าวหา ฉะนั้น การกระทำผิดของจำเลยที่โจทก์กล่าวหาทั้งสองคดีจึงอาจเป็นความผิดคนละกระทงต่างกรรมต่างวาระกันได้ ฟ้องของโจทก์ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2507
- ฎีกาที่ 950/2507
ใบอนุญาตแบบ ป.3 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนจากผู้ที่ระบุไว้หากไปซื้อจากผู้อื่น ก็ย่อมเป็นการซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉะนั้น เมื่อในใบอนุญาตแบบ ป.3 นี้ กำหนดให้ซื้อจากร้านจำหน่ายอาวุธปืน จำเลยไม่ใช่ผู้ตั้งร้านจำหน่ายอาวุธปืนได้ขายอาวุธปืนให้จึงเป็นการโอนอาวุธให้แก่ผู้มิได้รับอนุญาตตามความในมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯแต่ไม่ผิดตามมาตรา 34 เพราะมาตรา 34 เป็นบทบัญญัติอยู่ในส่วนที่ 2 ว่าด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า และเป็นบทห้ามมิให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำหน่ายอาวุธปืนและกระสุนปืนให้แก่ผู้ที่มิได้รับอนุญาต
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 6พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 34พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 59พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 6 - ฎีกาที่ 1111/2506
ฟ้องว่าจำเลยมีกระสุนปืนสปิงฟิลต์อันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แล้วโจทก์จะมาอธิบายในชั้นฎีกาว่าลูกกระสุนปืนดังกล่าวนั้น คือ ลูกกระสุนปืนซึ่งใช้กับปืนเล็กยาวแบบ 66 ขนาด 8 มม. อันระบุไว้ในกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 7(พ.ศ.2501)ฯ ข้อ (3)ฌ. เพื่อขอให้ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 55,78 ตามที่ถูกแก้ไขดังนี้ ย่อมรับฟังไม่ได้
- ฎีกาที่ 1111/2506
ฟ้องว่าจำเลยมีกระสุนปืนสปิงฟิลต์อันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แล้วโจทก์จะมาอธิบายในชั้นฎีกาว่าลูกกระสุนปืนดังกล่าวนั้น คือลูกกะสุนปืนซึ่งใช้กับปืนเล็กยาวแนบ 66 ขนาด 8 มม. อันระบุไว้ในกระทรวงมหาดไทยฉบับ ที่ 7 (พ.ศ.2501) ฯ ข้อ (3) ณ.เพื่อขอให้ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 55,78 ตามที่ถูกแก้ไข ดังนี้ ย่อมรับฟังไม่ได้
- ฎีกาที่ 1435-1436/2506
วัตถุระเบิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2501 มาตรา 3 คือ วัตถุที่สามารถส่งกำลังดันอย่างแรงต่อสิ่งห้อมล้อมโดยฉับพลันเมื่อระเบิดขึ้นโดยมีสิ่งเหมาะมาทำให้เกิดกำลังดัน หรือโดยการสลายตัวของวัตถุระเบิดนั้นทำให้มีแรงทำลายหรือแรงประหารฯลฯ ดินดำของกลางในคดีนี้ซึ่งฟังได้เพียงว่าเป็นวัตถุที่มีสารเคมีผสมอยู่ คือ โปแตสเซียมไนเตรท กำมะถัน และถ่าน เท่านั้น ไม่ปรากฎว่า มีอำนาจหรือคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ดังกล่าว จึงมิใช่วัตถุระเบิด
- ฎีกาที่ 1615/2506
ป.ผู้ใหญ่บ้านซื้ออาวุธปืนโดยอำเภอจัดการซื้อให้และมอบปืนให้ไว้ แต่ยังมิทันได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนนั้นจำเลยหยิบยืมเอาปืนนั้นไปไว้ใช้จึงถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แล้วอำเภอจึงได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่ ป. ก่อนศาลสั่งริบ ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาคดีที่จำเลยถูกฟ้องนี้ ปืนนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ศาลย่อมไม่สั่งริบปืนของกลาง
- ฎีกาที่ 1615/2506
ป.ผู้ใหญ่บ้านซื้ออาวุธปืนโดยอำเภอจัดการซื้อให้และมอบปืนให้ไว้ แต่ยังมิทันได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนนั้น จำเลยหยิบยืมเอาปืนนั้นไปไว้ใช้จึงถูกจับกุมดำเนินคดีฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับในอนุญาต แล้วอำเภอจึงได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่ ป.ก่อนศาลสั่งริบ ดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาคดีที่จำเลยถูกฟ้องนี้ ปืนนั้นไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ศาลย่อมไม่สั่งริบปืน ของกลาง
- ฎีกาที่ 248/2506
จำเลยได้รับใบอนุญาตแบบ ป.5 ให้มีและใช้วัตถุระเบิดในจังหวัดชุมพร โดยซื้อจากจังหวัดพระนคร จำเลยซื้อแล้วนำติดตัวไปจังหวัดสระบุรีก่อนแล้วนำไปจังหวัดชุมพร โดยผ่านจังหวัดพระนครอีก แต่จำเลยถูกจับเสียก่อนในเขตจังหวัดสระบุรี เช่นนี้ การกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการย้ายวัตถุระเบิดตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ไม่ต้องได้รับอนุญาตให้ย้ายวัตถุระเบิดจากเจ้าพนักงานอีก เพราะเป็นการซื้อโดยได้รับอนุญาตแล้วจะนำไป และใบอนุญาตแบบ ป.5 ก็มิได้กำหนดเงื่อนไขในการนำไปไว้แต่อย่างไร ทั้งไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ในเรื่องนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิด
- ฎีกาที่ 404/2506
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงครามตามกฎกระทรวงไว้โดยมิได้รับอนุญาตจำเลยรับสารภาพศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าทางราชการเคยอนุญาตให้ผู้ที่ครอบครองปืนชนิดนี้จดทะเบียนให้มีและใช้ได้ ยังมีราษฎรที่ได้รับอนุญาตมีและใช้ปืนนี้ได้ เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า รับว่ามีปืนสำหรับใช้เฉพาะในการสงครามจะอ้างคำแถลงของโจทก์มาลบล้างกฎกระทรวงฯไม่ได้ คงมีผลเพียงเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการลงโทษเท่านั้น
- ฎีกาที่ 1069/2505
มาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มีความหมายว่า ใบอนุญาตอาวุธปืนให้ใช้ได้เฉพาะตัวผู้รับใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องการให้ยืมปืนแต่ประการใด ฉะนั้น ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนให้บุคคลอื่นยืมปืนไปใช้ล่าสัตว์ จึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 58พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 59พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 32 - ฎีกาที่ 1587/2505
การริบทรัพย์สินเป็นการเอาทรัพย์สินที่ริบเป็นของแผ่นดินทรัพย์สินที่จะริบต้องมีตัวอยู่ ไม่ว่าได้ยึดเอามาเป็นของกลางแล้วหรืออยู่ที่อื่น แต่ถ้าทรัพย์สินที่จะริบไม่มีตัว เช่น ถูกทำลายหรือสูญหายไป จะสั่งริบไม่ได้ เพราะไม่อาจจะตกเป็นของแผ่นดินได้ ฉะนั้น ปืนของกลางที่จำเลยทิ้งน้ำ ไม่สามารถจะเอามาได้ ก็ต้องถือว่าสูญหายไม่มีตัว จึงสั่งริบไม่ได้
- ฎีกาที่ 1587/2505
การริบทรัพย์สินเป็นการเอาทรัพย์สินที่ริบเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินที่จะริบต้องมีตัวอยู่ ไม่ว่าได้ยึดเอามาเป็นของกลางแล้วหรืออยู่ที่อื่น แต่ถ้าทรัพย์สินที่จะริบไม่มีตัว เช่นถูกทำลายหรือสูญหายไป จะสั่งริบไม่ได้ เพราะไม่อาจจะตกเป็นของแผ่นดินได้
- ฎีกาที่ 1770/2505
ปืนของกลางเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2500เมื่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ฉบับที่3 พ.ศ.2501 ออกใช้และรัฐมนตรีได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้ปืนชนิดนี้เป็นที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามแล้วเจ้าของก็มิได้นำไปมอบให้กับนายทะเบียนท้องที่ตามมาตรา10 ปืนนี้จึงเป็นของมีไว้เป็นความผิดอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32. จำเลยรับฝากปืนนี้ไว้จากเจ้าของก็ต้องมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ลงโทษปรับจำเลยตามศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาว่าปืนของกลางไม่ใช่ปืนเล็กยาวแบบ 83 ซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน เป็นการโต้เถียงคำวินิจฉัยและดุลพินิจของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 7พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 72พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 55พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 5พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 8 - ฎีกาที่ 1770/2505
ปืนของกลางเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เมื่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2501 ออกใช้และรัฐมนตรีได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้ปืนชนิดนี้เป็นปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามแล้ว เจ้าของก็มิได้นำไปมอบให้กับนายทะเบียนท้องที่ตามมาตรา 10 ปืนนี้จึงเป็นของมีไว้เป็นความผิดอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32 จำเลยรับฝากปืนนี้ไว้จากเจ้าของก็ต้องมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ลงโทษปรับจำเลยตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่าเป็นของกลางไม่ใช่ปืนเล็กยาวแบบ 83 ซึ่งใช้เฉพาะแต่ในการสงครามศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน เป็นการโต้เถียงคำวินิจฉัยและดุลพินิจของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท้จจริง ต้องห้ามฎีกา
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 5พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 8ป.อ. 32ป.วิ.อ. 218พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 78พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 55 - ฎีกาที่ 856/2505
คำว่าเครื่องหรือสิ่งสำหรับอัด ทำ หรือใช้ประกอบกระสุนอันเป็นเครื่องกระสุนปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4(2) นั้นคงมีแต่เฉพาะดินส่งกระสุนเท่านั้นที่บัญญัติไว้โดยตรง จึงไม่หมายถึงแต่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของกระสุนปืน เช่น หัวกระสุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เหลือมาจากการใช้กระสุนปืนไปแล้วเท่านั้น ฉะนั้น การที่จำเลยมีหัวกระสุนไว้จึงไม่เป็นความผิด
- ฎีกาที่ 856/2505
คำว่าเครื่องหรือสิ่งสำหรับอัด ทำ หรือใช้ประกอบกระสุนอันเป็นเครื่องกระสุนปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4(2) นั้น คงมีแต่เฉพาะดินส่งกระสุนเท่านั้นที่บัญญัติไว้โดยตรงจึงไม่หมายถึงแต่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของกระสุนปืน เช่น หัวกระสุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เหลือมาจากการใช้กระสุนปืนไปแล้วเท่านั้น ฉะนัน การที่จำเลยมีหัวกระสุนไว้จึงไม่เป็นความผิด