มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 10 จาก 106
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1944/2535
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ศาลฎีกามีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วคดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาที่มีเหตุผล และมีน้ำหนักแห่งพยานหลักฐานเพียงพอที่จะชนะคดีได้ การที่ ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีจะเป็นเหตุให้ จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย และคำสั่งของศาลฎีกาดังกล่าวมิได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยไว้แต่ประการใด โปรดมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 169) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสอง และบริวารขนย้ายออกจากบ้านเลขที่ 24/3 ถนนพหลโยธิน ซอย 2(ซอยกาญจนาคม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานครและที่ดินโฉนดเลขที่ 12353 แขวงสามเสนใน (ฝั่งเหนือ) เขตดุสิตกรุงเทพมหานครและส่งมอบทรัพย์สิน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:196/2535
ความว่า โจทก์ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับการทุเลาการบังคับ เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับหรือไม่ เป็นอำนาจ โดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งอย่างใดแล้ว โจทก์ ไม่มีสิทธิฎีกา ฎีกาของโจทก์จึงไม่ชอบ ไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า แม้โจทก์จะยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่สาระสำคัญแห่งคำร้องของ โจทก์เป็นเรื่อง ขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 จึงถือได้ว่าคำร้องขอทุเลาการบังคับของโจทก์เป็นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณา เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์ก็ควรถือว่าศาลอุทธรณ์ไม่ให้คุ้มครองประโยชน์ดังกล่าว โจทก์ย่อมฎีกาได้ โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยที่ 5 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 7) สืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2030/2535
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 184) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ร่วมกันชำระเงินจำนวน 235,975 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน217,100 บาท แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 179,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3จำนวน 186,000 บาท แก่โจทก์ที่ 4 โดยให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ในหนี้ดังกล่าวจำนวน 87,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 ชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ ยกฟ้อง โจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 2 ฎีกา และทนายจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 180,179) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์โดยผู้มีชื่อได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 161,168) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2031/2535
ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา มีทางชนะคดี จำเลยที่ 4เป็นหน่วยราชการของรัฐบาล หากแพ้คดีก็สามารถชำระหนี้ให้โจทก์ ตามคำพิพากษาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 157 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นข้าราชการในใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 4 มีหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เกี่ยวกับที่ดิน ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทโดยจดทะเบียน นิติกรรมเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ที่ดินทำให้เกิดความเสียหาย แก่โจทก์ ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสี่ชดใช้ ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,292,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของเงินจำนวน 940,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (24 กันยายน 2529) จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 154,153) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2032/2535
ความว่า จำเลยฎีกามีเนื้อหาสาระสำคัญอันจะทำให้ชนะคดี โจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 79 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สิน ออกไปจากที่ดินพิพาทตามหนังสือ น.ส.3 เล่มที่ 1(18)หน้า 101 สารบบเล่มที่ 76 หน้า 1 หมู่ที่ 2 ตำบลจรเข้เผือก อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ของโจทก์และให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายปีละ 2,400 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลย และบริวารจะออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 76,75,74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่ให้ขับไล่ อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ ในระหว่างฎีกาส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหาย ถ้าจำเลยหาประกัน สำหรับค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นับถึงวันทราบคำสั่งนี้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2033/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะชนะคดีโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 165) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยดำเนินการขุดดินทำเป็นคูน้ำ และคันคู เป็นคูน้ำที่ 8 คลองส่งน้ำสาย 1 ฝั่งขวา ที่จำเลยกลบเป็นระยะทางประมาณ 160 เมตร ส่วนที่เป็นคูน้ำกว้าง 2 เมตร ลึกประมาณ 30 เซ็นติ เมตร ก้นคูกว้างประมาณ 40 เซ็นติเมตร ลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนที่เป็นคันคูทั้งสองข้าง ขนานกันไปกับลำคูน้ำ โดยคันคูกว้างข้างละ 1 เมตร รวมความกว้าง ทั้งคูน้ำและคันคู 4 เมตร ตามแผนที่สังเขปบริเวณเอกสารท้ายฟ้อง หมายเลข 1 ซึ่งมีรายละเอียดเป็นภาพขยายตามเส้นสีเขียวประ ในแผนที่เอกสารหมาย จ.5 หากจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวก็ให้โจทก์ ดำเนินการได้เอง โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหากไม่ยอมเสียค่าใช้จ่ายก็ให้โจทก์บังคับคดีได้ ห้ามจำเลยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคูน้ำดังกล่าวอีกต่อไป ศาลอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2036/2535
ความว่า โจทก์ฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 140 แผ่นที่ 6) จำเลยที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 141) โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้เงิน 251,520 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะใช้เงินให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์ ยี่ห้อเปอโยต์505คันหมายเลขทะเบียน3ข-0396 กรุงเทพมหานครชำระเงิน 130,000 บาทแก่จำเลยที่ 2 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้น 130,000 บาทนับแต่วัน ฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแล้วเสร็จและให้โจทก์ดำเนินการ ให้จำเลยที่ 2 มีชื่อเป็นเจ้าของในทะเบียนรถยนต์พร้อมส่งมอบ ใบคู่มือการจดทะเบียนให้แก่จำเลยที่ 2 ถ้าหากโจทก์ไม่สามารถ ปฏิบัติได้ก็ให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 350,000 บาท พร้อมด้วย ดอกเบี้ยอัตราร้อยล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2038/2535
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ระงับการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 116 แผ่นที่ 2) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลย ทั้งสาม ร่วมกันชำระเงิน 7,617,803 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 7,300,000 บาท นับแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 23 พฤษภาคม 2531 ฯลฯ แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงขอให้ บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย เพื่อบังคับชำระหนี้ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอน การยึดอ้างว่าได้ชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของ จำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 115,114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2039/2535
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมต่างแถลงคัดค้าน (อันดับ 76,74) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายเรียกวัดเทพศิรินทราวาส เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามคำร้องของ โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวเลขที่ 192 ถนนพลับพลาชัยแขวงวัดเทพศิรินทร์เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 8,273.16 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 1,700 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากตึกแถวพิพาทแต่ทั้งนี้ไม่เกินวันครบกำหนดตามสัญญาเช่าของโจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71,70) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินค่าเสียหาย ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คิดถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2040/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรับเงินจำนวน 2,016,082.30 บาท จากโจทก์และจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 160169 ถึงเลขที่ 160189 แขวงประเวศ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครหากจำเลยไม่ไถ่ถอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55,54) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2041/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 31) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 30,119 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 18,600 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 28,27) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้อง ชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยถึงวันฟ้องคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 1 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้น กำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2042/2535
ความว่า จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา มีโอกาสชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 135) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดคืนเงิน 418,000 บาทให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งเจ็ดฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 128,127) จำเลยทั้งเจ็ดได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ โดยให้จำเลยทั้งเจ็ดหาประกันมาให้เป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้ยกคำร้องแต่ไม่ปรากฎว่าจำเลยทั้งเจ็ดได้วางหลักประกันตามคำสั่ง คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งเจ็ดหรือคนใดคนหนึ่ง หาประกันสำหรับเงินจำนวน 418,000 บาท มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2043/2535
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา มีโอกาสชนะคดีโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้จำนวน 1,149,092 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง ต่อปีของต้นเงิน 1,039,092 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 105,104) จำเลยทั้งสามได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 92 แผ่นที่ 9, แผ่นที่ 10,93,95) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสามหรือคนใดคนหนึ่งหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2044/2535
ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 1 แถลงคัดค้าน (อันดับ 253) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 528,600 บาท ให้โจทก์ที่ 2 จำนวน 50,000 บาท ให้โจทก์ที่ 3 จำนวน 42,000 บาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ที่ 1 เพิ่มอีกจำนวน 243,000 บาทชำระค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 35,000 บาท ให้จำเลยที่ 4ร่วมรับผิดชำระเงินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นให้แก่โจทก์ที่ 1ในวงเงินไม่เกิน 35,000 บาท ร่วมชำระค่าซ่อมรถแก่โจทก์ที่ 1 ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากที่แก้ไปให้เป็นไป ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 248,247) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 4 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาให้จนเป็นที่พอใจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2045/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 122) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเสียเงินค่าตอบแทนเป็นค่าใช้ที่ดินของโจทก์ส่วนที่จำเลยรุกล้ำแก่โจทก์เดือนละ 100 บาท นับแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2532 เป็นต้นไปกับให้โจทก์จำเลย ไปจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินชั่วอายุของโรงเรือนจำเลย โดยให้โจทก์จำเลยเสียค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง และให้โจทก์ มีอำนาจเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดิน เมื่อโรงเรือน ของจำเลยสลายไปทั้งหมด ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมเหนือที่ดินส่วนที่รุกล้ำตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 โดยให้โจทก์จำเลยเสีย ค่าใช้จ่าย คนละครึ่ง และให้โจทก์มีอำนาจเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ เป็นภารจำยอมได้ เมื่อตึกแถวส่วนที่รุกล้ำสลายไปทั้งหมด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2046/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 87) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าแชร์ เมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลย เพราะจำเลยไม่ยื่นบัญชีระบุพยานจำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชี ระบุพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและพิพากษาในวันเดียวกันโดยให้จำเลยชำระเงินจำนวน 77,688 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 78,80 แผ่นที่ 2) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 63,64,65 แผ่นที่ 22) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2047/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 116) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจาก ที่ดินโฉนดที่ 3803 ตำบลปากเพรียว(ดาวเรือง)อำเภอเมืองสระบุรีจังหวัดสระบุรี โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ออกไปด้วย ห้ามจำเลย และบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงนี้ต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย แก่โจทก์เป็นรายเดือน ๆ ละ 200 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินแปลงนี้ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฎีกา และทนายจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 107,113) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในเรื่องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในระหว่างฎีกาได้ โดยให้จำเลยนำค่าเสียหายรายเดือนที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับถึงวันฟังคำสั่งนี้ มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือน ส่วนค่าเสียหายเดือนต่อ ๆ ไปให้จำเลยนำมาวางต่อศาลชั้นต้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2048/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 86) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 386,450 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้เสร็จให้โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 เมษายน 2531)ให้ไม่เกินที่โจทก์ขอ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 82,81) ชั้นอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ ในระหว่างอุทธรณ์โดยผู้มีชื่อได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 65,73) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยมีกำหนด 7 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2049/2535
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 117) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน160,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปีแต่ถ้ามีประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้บริษัทเงินทุนเรียกดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดต่ำ กว่าร้อยละ 21 ต่อปี ก็ให้ใช้ใน อัตราที่ต่ำกว่าตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2525 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ต้องไม่เกิน 141,120 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้(อันดับ 111,110) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนใดคนหนึ่งหาประกัน สำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วย ดอกเบี้ยจนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ ในระหว่างฎีกา ม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2050/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 77 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยใช้เงินจำนวน 87,669 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน83,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75,74) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยได้หาบุคคลนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและทำ หนังสือสัญญาค้ำ ประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 60,64) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้อง ชำระตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ และ ต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้น เห็นสมควรกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร …