มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 9 จาก 106
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:542/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 135) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทางสาธารณะความกว้าง2 เมตร และมีความยาวตลอดแนวที่ดินของจำเลย ด้านติดกับที่ดินของนายจิตรวังบัว กับให้จำเลย รื้อสิ่งปลูกสร้างออก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 130,129) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในเรื่องรื้อสิ่งปลูกสร้าง ออกในระหว่างฎีกา ภายใต้เงื่อนไขว่า จำเลยจะต้องเปิดฝาอาคารด้านตะวันตกและประตูด้านตะวันออกให้โจทก์ และบริวารใช้เดินผ่านเส้นทางพิพาทได้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามเมื่อใดก็ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ
- ฎีกาที่ 6-7/2536
การที่โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระหนี้เงินกู้แต่ไม่เต็มตามฟ้องพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ โดยอ้างเหตุผลว่า หากให้จำเลยที่ 1 ไถ่ถอนทรัพย์จำนองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อโจทก์ชนะคดี (ชั้นอุทธรณ์เต็มตามฟ้อง) โจทก์จะไม่ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 เพราะไม่มีหลักทรัพย์เป็นประกันและไม่มีบุริมสิทธิจำนอง คำร้องของ โจทก์ดังกล่าวมิใช่กรณีขอทุเลาการบังคับแต่เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ก่อนศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งงดการไถ่ถอนทรัพย์จำนองไว้ในระหว่างอุทธรณ์ได้ ศาลอุทธรณ์สั่งให้งดการไถ่ถอนทรัพย์จำนองไว้ในระหว่างอุทธรณ์ก็เพื่อจะได้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 รับผิดชำระหนี้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นตามฟ้องอุทธรณ์ ซึ่งหากปล่อยให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไถ่ถอนทรัพย์จำนองตามจำนวนหนี้ในคำพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:624/2536
เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองแล้ว จึงไม่มีเหตุต้องทุเลาการบังคับคดีต้องยกคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีของจำเลยทั้งสอง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:705/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 123) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยหย่ากับโจทก์ ให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 26358 ตำบลบางพระอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินบ้านเลขที่ 139/15 และศาลทรงเจ้า ที่ดินโฉนดเลขที่ 31654ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พร้อมบ้านเลขที่ 130/8 และให้แบ่งที่ดินมือเปล่า หมู่ที่ 4 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เฉพาะส่วนของจำเลยเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ อาวุธปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 เครื่องหมายทะเบียน ชบ.2/1122รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุหมายเลขทะเบียนม-1452 ชลบุรี เงินฝากที่ธนาคารเอเซีย จำกัดสาขาบางพระ ให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หากตกลงแบ่งกันไม่ได้หรือตามสภาพทรัพย์ไม่อาจแบ่งได้ หรือการแบ่งจะทำให้ทรัพย์นั้น เสียหายมาก ก็ให้เอาทรัพย์นั้นออกขายโดยประมูลระหว่าง โจทก์กับจำเลยก่อน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:870/2536
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ และให้จำเลยคืนเงิน มัดจำ 10,000 บาท ให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือแก่จำเลยด้วย หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดง เจตนาของจำเลย ฯลฯ จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงพร้อมกับยื่นคำร้องนี้(อันดับ 54,53,55) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ แต่ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่พิพาทตามโฉนดที่ดินเลขที่ 1138ในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:871/2536
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีนี้จำเลยทั้งสองมีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 55) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้โจทก์และจำเลยที่ 1หย่าขาดจากกัน แต่คำขอให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนหย่าขาดจากโจทก์หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้ยก ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจ ปกครองเด็กหญิงกุลวดีหักประโคน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 50 แผ่นที่ 1,6) คำสั่ง การหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 2531 วรรคสองคดียังไม่ถึงที่สุดโจทก์ยังไม่อาจบังคับคดีเกี่ยวกับการหย่าตลอดจนกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:882/2536
ความว่า จำเลยได้นำสมุดบัญชีเงินฝากบัญชีเลขที่ 301-2-32681-2 จำนวนเงิน 400,000 บาท มาวางเป็นหลักประกัน ในการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ต่อมาในระหว่าง การพิจารณาคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา จำเลยได้ยื่น คำร้องขอเปลี่ยนหลักทรัพย์โดยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 43568 ตำบลหนองจะบก อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามาวางเป็นหลักประกันแทน แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยผิดนัด ไม่นำหลักทรัพย์มาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งประเด็น ดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยเห็นว่า หลักทรัพย์แต่ละประเภทต่างมีราคาคุ้มกับภาระหนี้สินในคดี ซึ่งโจทก์สามารถบังคับคดีได้เพียงพอหากโจทก์ชนะคดีในที่สุด จำเลยจึงมีความประสงค์ขอรับสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวคืน แต่ยังคงวางโฉนดที่ดินเลขที่ 43568 ดังกล่าวเป็นหลักประกัน ต่อศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:890/2536
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 45 แผ่นที่ 4) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน178,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 31 ตุลาคม 2532) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 81 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นับถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:912/2536
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากบังคับคดีแล้ว จะทำให้เป็นที่เสียหายแก่จำเลย โปรดมีคำสั่งให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 164) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจาก ที่ดินตามฟ้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 700 บาท นับแต่วันฟ้อง คือวันที่ 26 ตุลาคม 2531เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะส่งมอบที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 124) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาและยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและมีคำสั่งให้จำหน่ายอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับฎีกาออกจากสารบบความ (อันดับ 144,153 แผ่นที่ 2,155) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวพร้อมกับยื่นคำร้องนี้(อันดับ 157,158) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:935/2536
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลา การบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 103) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ 1160/2/00529ลงวันที่ 8 เมษายน 2531 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 404 ก./2533/1และ 404 ข./2533/1 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2533 ให้ประเมินใหม่ทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชี โดยให้หักต้นทุนซื้อในกรณีที่โจทก์ขายสินค้าไม่ลงบัญชี หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาให้ร้อยละ 80ทั้งสองรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2527ในกรณีในใบส่งของตรงกัน เว้นแต่ราคาขายต่อหน่วยต่างกันให้ถือราคาต่ำเป็นรายได้ จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 101,100) คำสั่ง คำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้บังคับให้จำเลยต้องทำการประเมินใหม่ เสียก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา จึงไม่มีสภาพบังคับให้จำเลย จำต้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ให้ย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1184/2535
ความว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์ มีทางที่จะชนะคดีโจทก์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 149) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินภาษีอากรจำนวน 51,711,468.38 บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระเงิน เพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน จากต้นเงินอากรขาเข้ารวม 43 ใบขนเป็นเงิน 12,313,413.63 บาท เป็นรายเดือนนับแต่วัน 11 กุมภาพันธ์ 2532 เป็นต้นไปจนกว่า จะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มภาษีการค้า ในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีการค้า ที่ต้องชำระเพิ่มทั้งนี้มิให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้อง ชำระเพิ่มจากต้นเงินภาษีการค้า 579,445.06 บาท ตามใบขน เลขที่ ปี 103-00830, จากต้นเงินภาษีการค้า 368,631.94 บาท ตามใบขนเลขที่ ปี 103-04233, จากต้นเงินภาษีการค้า 122,311.16 บาท ตามใบขนเลขที่ เอ 113-01105, จากต้นเงินภาษีการค้า 79,813.93 บาท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1188/2535
ความว่า จำเลยยื่นฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ทุเลา การบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า อำนาจในการสั่ง คำร้องขอทุเลาการบังคับคดีนั้นเป็นอำนาจ ของแต่ละชั้นศาล เมื่อคดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะฎีกา ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีได้ ไม่รับฎีกาคำสั่งของจำเลย จำเลยเห็นว่า เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด จำเลยย่อมมีสิทธิตาม กฎหมายที่จะขอทุเลาการบังคับได้ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง เป็นประการใดจำเลยก็มีสิทธิที่จะฎีกาได้ทุกกรณี ไม่มีบทบัญญัติ แห่งกฎหมายใดระบุห้าม ทั้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ไม่มีเหตุผลพอที่ ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย และอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ในระหว่างอุทธรณ์ด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 5 แผ่นที่ 3) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:121/2535
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่ศาลฎีกา จะพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ โปรดอนุญาต ให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 141แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน2,705,659.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 2,691,281.17 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ ยึดทรัพย์สินจำนองตามฟ้องและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสอง ออกขายทอดตลาดนำเงินสุทธิมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์พร้อมด้วย อุปกรณ์จนครบถ้วน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีในชั้นฎีกาอย่างคนอนาถา (อันดับ 135,133,139) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 134) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่จำเลยทั้งสองไม่นำหลักทรัพย์มาวางประกันต่อศาลภา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1318/2535
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นฎีกา มีเหตุอันควรที่จะได้รับ อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ทั้งจำเลยสามารถใช้หนี้ให้แก่โจทก์ได้ทันที แต่ที่ไม่ใช่เนื่องจากหนี้ตามฟ้องเกิดจากนิติกรรมที่ไม่ชอบด้วย กฎหมาย การที่ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ทำให้ธุรกิจของจำเลยต้อง หยุดชะงัก เกิดความเสียหายแก่บุคคลหลายฝ่ายรวมทั้งจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วย โปรดมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวเพื่อรอผลการพิจารณาของศาลฎีกา ภายใต้เงื่อนไข ตามที่เห็นสมควร หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนว่าโจทก์ได้รับสำเนา คำร้องแล้วหรือไม่ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสาม เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาด จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่า ภูมิลำเนาตามที่ระบุไว้ในคำฟ้องโจทก์มิใช่ภูมิลำเนา ของจำเลย …
- ฎีกาที่ 1319/2535
การที่ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ที่จำเลยยื่นคำร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 หรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล ตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่สั่งว่า พิเคราะห์แล้วคดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์นั้นเป็นการแสดงว่าศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาเหตุผลตามคำร้องของจำเลยและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วมีดุลพินิจไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับและถือได้ว่าเป็นการแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยในการมีคำสั่งตามคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 แล้ว
- ฎีกาที่ 1319/2535
ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ตาม ป.วิ.พ. หรือไม่เป็นดุลพินิจ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้วคดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์นั้น แสดงว่าศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาเหตุผลตามคำร้องและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วมีดุลพินิจไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ และถือว่าเป็นการแสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยในการสั่งคำร้องชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 141 แล้ว.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1391/2535
ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลา การบังคับในระหว่างฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในฎีกาว่า ฎีกาของ จำเลยข้อ 2.1 ข้อ 2.3 และข้อ 2.4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 2.2 แม้เป็นฎีกาข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัยสั่งไม่รับฎีกา และสั่งในคำร้อง ขอทุเลาการบังคับว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกา ไม่รับคำร้อง จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ข้อ 2.3 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฎีกาข้อ 2.4 ค่าเสียหายที่ศาลกำหนดให้สูงเกินไปจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์สืบไม่สม ส่วนฎีกาข้อ 2.2เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยทั้งสองไว้วินิจฉัยต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกจากที่ดินพิพาทกับให้รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วขนย้ายออกจากที่ดินพิพาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:143/2535
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์, จำเลย ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96 แผ่นที่ 2,97) คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 831 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง บ้านไม้ชั้นเดียว เลขที่ 30 กับบ้านไม้ชั้นเดียวเลขที่ 136/1 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินกับบ้านไม้ชั้นเดียวเลขที่ 30เป็นทรัพย์ของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดทั้งสองรายการ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยถึงแก่กรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้นางประยูรสร้อยอินทร์ เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยตามคำร้อง (อันดับ 90 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 94,93) ผู …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:153/2535
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 94) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 84หมู่ที่ 8 ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เป็นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,89) คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติอย่างไรจึงไม่มีการบังคับที่จะต้องขอทุเลา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:167/2535
ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ ของจำเลยตั้งแต่หน้า 15 ถึงหน้า 30 บรรทัดที่ 11 เป็นอุทธรณ์ ในลักษณะข้อกฎหมาย แต่ให้รับฟังข้อเท็จจริงที่ฝ่าฝืนคำพิพากษา ของศาลแรงงานกลาง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ ข้อกฎหมาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 สำหรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าศาลแรงงานฯ ไม่มีอำนาจ พิจารณาหรือมีคำสั่งเพราะเป็นเรื่องจ้างทำของและฟ้อง ของโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ว่ากันมาแต่ ในศาลชั้นต้น จึงไม่รับอุทธรณ์ทุกข้อของจำเลย จำเลยทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นสาระสำคัญแห่งคดีสมควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ส่งสำเนาคำร้องให้ทนายโจทก …