มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 23 จาก 106
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2220/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 25,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,86) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่จำเลยไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 77 แผ่นที่ 2, อันดับ 78) คำสั่ง ชั้นอุทธรณ์จำเลยเคยขอทุเลาการบังคับ เมื่อศาลอนุญาตแล้วจำเลยก็ไม่หาหลักประกันมาวางศาลตามที่กำหนด ฉะนั้นจึงไม่สมควรให้จำเลยทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2222/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน295,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน 295,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73,72) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสองไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 59 แผ่นที่ 2, อันดับ 60) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนใดคนหนึ่งหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2223/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นฎีกา จะชนะคดีของโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 60,980 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ทำละเมิด (30 เมษายน2526) จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 64,980 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 30เมษายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 113,114) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยทั้งสามไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 103,104 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2224/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะคดีได้ในที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 79) คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้ จำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 155,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน89,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดพิจารณาหากจำเลยมีโอกาสนำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างพยานโจทก์จำเลยจะชนะคดีได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 76,75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2273/2533
ความว่า คดีนี้ศาลฎีกาอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาในวันที่ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาหลักประกัน ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำแถลงว่าเจ้าพนักงานทำสัญญาประกันไม่อาจทำสัญญาประกันให้แก่จำเลยที่ 1 ได้เพราะจำเลยที่ 2 มิได้มาด้วย จึงขอให้ศาลอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันได้ตามหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 เสนอไป ศาลชั้นต้นสั่งว่าหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 วางประกันไว้ใช้ประกันได้แต่ในชั้นอุทธรณ์ ถ้าจะใช้หลักทรัพย์ดังกล่าวประกันในชั้นฎีกา ต้องให้จำเลยที่ 2 มาทำสัญญาค้ำประกันใหม่ จึงให้จำเลยที่ 1จัดการนำจำเลยที่ 2 มาทำสัญญาค้ำประกันภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้หากนำมาไม่ได้ให้นำหลักทรัพย์อื่นของจำเลยที่ 1 มาวางแทนให้มีจำนวนพอกับหลักทรัพย์เดิมของจำเลยที่ 2 ภายในกำหนดดังกล่าว ถ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่สามารถวางหลักทรัพย์ประกันตามคำสั่งของศาลฎีกาได้ และจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2278/2533
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีมูลที่จะชนะโจทก์ในชั้นฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 75 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 53,444 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของยอดเงิน 45,007 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา (อันดับ 62,72) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 45,50) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 45,007 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2279/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโจทก์ในชั้นฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 131) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และบริวารใช้สิทธิเดินผ่านที่ดินจำเลย ตั้งแต่เขตที่ดินจำเลยทางทิศตะวันตกเรียบตลอดแนวเขตที่ดินจำเลยทางทิศเหนือ กว้าง 4 เมตร ยาวตลอดเขตที่ดินจำเลยไปจนกระทั่งสุดเขตที่ดินจำเลยทางทิศตะวันออกสู่ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 5ห้ามจำเลยและบริวารขัดขวาง ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นออกให้พ้นโดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และให้จำเลยจดทะเบียนที่ดินนี้เป็นทางภารจำยอมแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 127,126) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท (อันดับ 114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2280/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงขอให้ศาลสั่งให้จำเลยนำหลักทรัพย์มาวางประกันค่าเสียหาย (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ คือบ้านเลขที่ 45/1 หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เล่ม 37 หน้า 83 สารบบเล่มหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านบัวอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 600 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,89) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยวางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2283/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 118) ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 19875 และโรงเรือนซ่อมรถยนต์เลขที่ 57/7 หมู่ 3ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายให้โจทก์วันละ 50 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนจำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินและโรงเรือนดังกล่าว คำขออื่นยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ112,111) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองได้วางหลักประกันไว้ต่อศาลหรือไม่(อันดับ 103) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่ให้ขับไล่นั้น อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหายนั้น ถ้าจำเลยทั้งสองหรือคนใดคนหนึ่งหาประกันสำหรับค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2286/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 121) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งจำเลยในข้อหาละเมิดเสีย ให้โจทก์ดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์แทร็กเตอร์ยี่ห้อยูตานีโปรเคน(รถขุด)ทีซี600หมายเลขเครื่องดีเอส7-29886 ให้จำเลยที่ 1 หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันส่งมอบรถยนต์แทร็กเตอร์ยี่ห้อยูตานีโปรเคนทีซี 600 หมายเลขเครื่อง 6 ดีเอส 7-29886 ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้คืนให้โจทก์หากไม่อาจส่งมอบรถในสภาพดังกล่าวได้ให้ร่วมกันใช้เงิน 350,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นรายเดือน ๆ ละ 15,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะได้ส่งมอบรถคืนหรือชำระเงินจำนวน 350,000 บาทแก่โจท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2287/2533
ความว่า จำเลยทั้งสี่ฎีกา มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้เป็นคุณ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 135) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินโฉนดที่ดิน 12687 ตำบลหนองโดน (ตอยาง) อำเภอบ้านหมอ (พระพุทธบาท)จังหวัดสระบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ129,128) จำเลยทั้งสี่ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2291/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา หากให้มีการบังคับคดีในระหว่างนี้จำเลยที่ 1 จะได้รับความเสียหายอย่างยิ่ง และโจทก์ได้อายัดที่ดินแปลงที่พิพาทไว้ตั้งแต่ก่อนฟ้องคดีแล้ว โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 179) คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินแก่โจทก์หากไม่อาจโอนที่ดินได้ให้คืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอ้างว่าไม่สามารถปฏิบัติตามคำบังคับของศาลได้ เพราะในการประเมินของกรมที่ดินเพื่อเรียกเก็บภาษีค่าธรรมเนียม ค่าอากรในการโอนที่ดินนั้น เจ้าพนักงานที่ดินประเมินราคาเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 415 เป็นเงิน 17,904,000 บาทซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าอากร ค่าภาษีเงินได้หัก ณที่จ่าย รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 2,407,600 บาท ซึ่งศาลบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายให้จำเลยที่ 1 ได้รับเงินเพียง 1,525,925 บาทเท่ากับจำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2292/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นฎีกา มีมูลพอที่จะชนะคดีโจทก์ในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 101) จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 2,703,204.64บาท แก่โจทก์ พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 แต่ละคนรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 600,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบเจ็ดครึ่งต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3และที่ 5 ร่วมกันรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 500,000บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบเจ็ดครึ่งต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2528 เป็นต้นไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2293/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีทางชนะคดีโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 88,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี คิดจากวันที่ 20 ธันวาคม2524 ไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินค่าทดแทนเพิ่มจำนวน 301,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์อีกด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75,74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2294/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโจทก์ในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 323แผ่นที่ 5) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 3 และที่ 5 ในระหว่างพิจารณาเพราะถึงแก่กรรม และคู่ความไม่ประสงค์จะให้ศาลเรียกผู้รับมรดกความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (10 มกราคม 2523) จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2, ที่ 4, ที่ 6 ถึง 32 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 305,175 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 มกราคม 2523) จนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 321,320) จำเลยที่ 1 ได้รับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2296/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 88) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าปรับ 563,086.40 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 16 กรกฎาคม 2529) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินดังกล่าวจำนวน 28,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73,82,72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2298/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 196) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 2,114,827 บาท แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 26มิถุนายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 2,249,827 บาท แก่โจทก์ทั้งสิบสอง พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้นดังกล่าว นับแต่วันที่26 มิถุนายน 2527 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 187,186) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 159) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2300/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 51) ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนให้ยึดที่ดินที่จำนองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 195 หมู่ที่ 3 ตำบลวัดขนุน อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้โจทก์ จำนวน30,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 40) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2301/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 80) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ 40,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 20,000 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา (อันดับ 72) จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75,74) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้วางหลักประกันและทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 59,62) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2303/2533
ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 148) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5ไปดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดที่ 6235 ตำบลบางจานอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เฉพาะส่วนด้านทิศเหนือภายในกรอบเส้นสีดำหมายสีเขียวหมายเลข 4 ในแผนที่วิวาท เนื้อที่ประมาณ 1 งาน 75 ตารางวา ให้เป็นของโจทก์ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 140,142) จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 128) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาแต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต …