มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.พ. 231
2,107 รายการ · หน้า 24 จาก 106
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2306/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 127) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 97,023.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ17.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2526เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 22420 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลาพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวขายทอดตลาดมาชำระ ถ้าไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดมาชำระจนครบ ต่อมาโจทก์อ้างว่า จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์แล้วไม่พอชำระ จำเลยทั้งสองยังคงเป็นหนี้โจทก์คิดเพียงถึงวันที่ 4 มีนาคม 2529 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2307/2533
ความว่า ผู้คัดค้าน (ผู้รับโอน) ยื่นฎีกา มีทางชนะคดีในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (ผู้ร้อง) แถลงคัดค้าน(อันดับ 101) คดีสืบเนื่องจากลูกหนี้ (จำเลย) ถูกฟ้องให้ล้มละลาย และลูกหนี้ได้โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 15206 พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้นายไกรฤกษ์ทุมโฆสิต ผู้คัดค้าน (ผู้รับโอน) ในระหว่างสามปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายโดยไม่สุจริต สมยอมกัน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนทรัพย์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 15206ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 141/12 ซอยสถิตยุทธการถนนติวานนท์ ตำบลท่าทรายอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ระหว่างนางณัฐพรหรือพัชรีธรรมอารี ลูกหนี้ (จำเลย) กับนายไกรฤกษ์ทุมโฆสิต ผู้รับโอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 114 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2325/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีมูลที่จะชนะคดีโจทก์ในชั้นฎีกาได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 62) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 325,339.34 บาท ให้โจทก์และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีจากต้นเงิน247,452.13 บาท นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามที่จำนองไว้กับธนาคารเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยใช้หนี้โจทก์จนครบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58,60) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาทรัพย์ที่จำนองเพียงพอแก่การชำระหนี้ตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ (อันดับ 48 แผ่นที่ 2, อันดับ 50) คำสั่ง ถ้าศาลชั้นต้นเห็นว่าหลักทรัพย์ที่จำนอง เป็นหลักประกันเพียงพอกับจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2333/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ หากโจทก์บังคับคดีกับจำเลย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งหรือพิพากษากลับคำสั่งของศาลอุทธรณ์จำเลยจะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 49) จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินบางส่วนของที่ดินโฉนดที่ 927 และรื้อถอนบ้านเลขที่ 13 ซอยเย็นจิตต์แขวงทุ่งวัดดอน เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร และส่งมอบคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์เดือนละ3,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกพร้อมกับส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์จนเสร็จสิ้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ (อันดับ 30) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2336/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 130) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 96,400 บาท และดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี คิดตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2522จนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 127,126แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2522 จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2337/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งเจ็ดแถลงคัดค้าน (อันดับ 91) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจัดการถอนเสาสาธารณะที่จำเลยนำไปปักในที่ดินโฉนดเลขที่ 1531 เลขที่ดิน 155 ตำบลคันนายาว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ออกไปให้พ้นที่ดินดังกล่าวหากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนและจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้โจทก์รื้อถอนเสาสาธารณะได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,86) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 78) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2338/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 90) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 62,684 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยที่ 1 จะชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วน ส่วนจำเลยที่ 2 นั้นให้ยกฟ้องโจทก์เสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,87) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำสัญญาค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 67,80) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยมีกำหนด 6 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบัง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2339/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา คดีมีทางชนะ อีกทั้งราคาทรัพย์สินตามบัญชีทรัพย์ที่ยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 12 มิถุนายน 2528 และราคาทรัพย์สินตามโฉนดที่ดินเลขที่8170 ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ราคารวมกันแล้วเกินกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาอยู่มาก โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 142) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์เป็นจำนวน 526,746 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน450,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 131) จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยใช้ทรัพย์สินที่มีการอายัดไว้ก่อนมีคำพิพากษาและนำหลักทรัพย์อื่นมาวางเป็นประกัน (อันดับ 119,121,22,23) คำสั่ง พิเคราะห์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2351/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาและเป็นคำสั่งเกี่ยวเนื่องกับการทุเลาการบังคับคดี ต้องห้ามฎีกา ยกฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 มิได้บัญญัติไว้ว่า เมื่อศาลมีคำสั่งอย่างใดเกี่ยวกับคำร้องขอทุเลาการบังคับแล้ว คำสั่งดังกล่าวให้เป็นที่สุด ดังนั้นจำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิที่จะฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 และมาตรา 223 และมาตรา227 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาคำสั่งของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 5 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 6,317,430.37 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ17.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2528 จนถึงวันที่ 1 มกราค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2362/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 108) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน 1,619,000 บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้น1,500,000 บาท นับแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2529 จนกว่าชำระเสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 105,104) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 91,94) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2365/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นฎีกา มีเหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันจะทำให้ศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ ประกอบกับจำเลยที่ 2 สามารถชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้เมื่อคดีถึงที่สุด โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 240 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 105,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 234,233) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่นำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด (อันดับ 217,222) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2373/2533
ความว่า จำเลยได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 10407,10432,10433,10506 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี มาวางไว้เป็นหลักประกันต่อศาลในระหว่างฎีกา บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ที่จะนำสมุดเงินฝากของธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาจันทบุรี จำนวนเงิน250,000 บาท มาวางค้ำประกันแทนโฉนดที่ดินดังกล่าว ขอศาลได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน620,000 บาทแก่โจทก์พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 24 มีนาคม 2529)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 111,112) ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา โดยจำเลยทั้งสามได้นำโฉนดที่ดินเลขที่ 10407,10432,10433,10506ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี มาวางไว้เป็นหลักประกันรวมกับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2378/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 68) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 44,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2525เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้บังคับชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 ได้จนครบ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 โจทก์ถึงแก่กรรมนายสาครแคล้วภัย ขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65,64) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 37 แผ่นที่ 2) แต่ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2380/2533
ความว่า จำเลยร่วมฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 170) ก่อนสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นิติบุคคลอาคารชุด"แกรนวิลเฮ้าส์ 2" เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องขอของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 6327 เลขที่ดิน 347แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร เป็นภารยทรัพย์ในการเดินของคนและยวดยานพาหนะ ของที่ดินโฉนดเลขที่ 6326 เลขที่ดิน 346แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมเข้ายุ่งเกี่ยวหรือทำการรอนสิทธิในภารจำยอมคำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมไปจดทะเบียนในที่ดินโฉนดเลขที่ 6327 แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 6326 ของโจทก์ มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยร่วม ให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2382/2533
ความว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ มีเหตุผลทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เชื่อว่าอุทธรณ์ของโจทก์มีน้ำหนักพอที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 78) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามแบบหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่1037/1/24912 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2530 และตามแบบแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ 1037/1/24913 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2530 และตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ เลขที่ 7ก/2532/1 ปีพุทธศักราช 2527 ฉบับลงวันที่ 5 ตุลาคม 2531 และเลขที่ 7ข/2532/1 ปีพุทธศักราช 2528ฉบับลงวันที่ 5 ตุลาคม 2531 หรือมีคำสั่งแสดงว่าหนังสือดังกล่าวไม่มีผลบังคับต่อโจทก์ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าตามแบบหนังสือแจ้งภาษีการค้าที่ 1037/3/07060 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2530ตามแบบหนังสือแจ้งภาษีการ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2383/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 115แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหไทยมอเตอร์อุตรดิตถ์โดยนายบุญเทียน ตรียะวรางพันธ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1นายสิทธิโชคปรางค์เจริญจำเลยที่2นายเจริญศักดิ์ปรางค์เจริญจำเลยที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้โจทก์จำนวน 211,408 บาทและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 14 มกราคม 2526 ถึงวันฟ้อง ซึ่งโจทก์คิดเพียง 2 ปีเป็นเงินดอกเบี้ย 31,711 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 243,119 บาทกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินต้น 211,408 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องของโจทก์ในส่วนเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2384/2533
ความว่า จำเลยยื่นฎีกา อาจทำให้ศาลฎีกามีดุลพินิจเป็นอย่างอื่นหากมีการบังคับคดีไปก่อนจะเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายมากคือไม่อาจกลับคืนสู่ฐานะเดิมดังที่เป็นอยู่ขณะนี้ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินตามโฉนดที่ 36,5268ถึง 5276,5278 ถึง 5283,5285,5286,5290,5293,5294,5296,5297 แขวงวัดท่าพระ (เกาะท่าพระ) เขตบางกอกใหญ่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร (ธนบุรี) รวม 23 โฉนด ซึ่งโจทก์ซื้อมาจากจำเลยและโจทก์ได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลากว่าสิบปีได้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาธนบุรี จดทะเบียนลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดทั้ง23 โฉนดดังกล่าว จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์แล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:249/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 72) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 81,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 16 ธันวาคม 2528)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 70,69) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 62 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับสำหรับจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:250/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 263) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 4852,4853 ที่ดินตั้งอยู่ในเขตตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง (บ้านบ่อ)จังหวัดสมุทรสาคร และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 16,000 บาทให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการที่โจทก์ต้องขาดประโยชน์จากการนำที่ดินที่จำเลยบุกรุกไปให้ผู้อื่นเช่าอัตราปีละ 4,000 บาท นับจากปีพ.ศ. 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 246,245) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยวางหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 212,218) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนค่าเสียหายที่ต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับค่าเสียหายอีกปีละสี่พันบาท นับจากพ.ศ. 2526 เป็นเวลาเจ็ดปีมาวางจนเป็นท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2502/2533
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 112) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาทเลขที่ 50 ถนนตีทอง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ และห้ามจำเลยกับบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน2525 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากห้องพิพาทเสร็จสิ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 109,108) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยวางเงินประกันสำหรับค่าเสียหายและค่าเสียหายรายเดือนไว้ต่อศาลชั้นต้นตลอดมา (อันดับ 70,75,85-102) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คิดถึงวันฟังคำสั่งนี้มาวางศาลให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญา …