มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 26 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1059/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,297 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ8 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 75,76) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท (อันดับ 3,54) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันคนละสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1060/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266,268 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารเอง จึงให้ลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอมแต่กระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำเลยกระทำผิดในฐานนี้หลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป โดยให้จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 9 ปี การนำสืบของจำเลยซึ่งรับว่าเป็นผู้นำเช็คไปขึ้นเองทั้ง 3 ฉบับ เป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก จำเลยเป็นผู้ปลอมตั๋วเงินให้ลงตาม มาตรา268 วรรคสอง ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1062/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 67,66,68) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 64) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 90,000 บาท (อันดับ 39, แผ่นที่ 6) คำสั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1067/2532
ความว่า จำเลยทั้งสิบสี่ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,11,48,72,74,74 จัตวา ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ฯลฯ วางโทษฐานทำไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ30,000 บาท ฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกคนละ 2 ปี ปรับคนละ 30,000 บาท รวม 2 กรรม จำคุกคนละ4 ปี ปรับคนละ 60,000 บาท จำเลยทั้งสิบสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปีปรับคนละ 30,000 บาท โทษจำคุกจำเลยทั้งสิบสี่ให้รอไว้มีกำหนด2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับโดยจ่ายจากเงินค่าปรับหรือจากเงินค่าขายของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วแต่กรณี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1068/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,371,91 ให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297จำคุก 3 ปี และฐานพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 100 บาท รวมจำคุกจำเลย3 ปี ปรับ 100 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 กระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุก10 ปี เมื่อรวมกับโทษตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นสำหรับกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 แล้ว เป็นลงโทษจำเลยรวมจำคุก 10 ปี และปรับ 100 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 85 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 91 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) จำเลยเคยยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1069/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ให้จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 14) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 40,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,7) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยไม่รอการลงโทษจำคุกซึ่งมีกำหนด 3 เดือนตามที่จำเลยอุทธรณ์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อจำเลยยังไม่ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามคำร้องของจำเลยให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1074/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80,83 ให้จำคุก 10 ปี ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 8) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 10) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวที่ศาลอุทธรณ์สั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1151/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335,336 ทวิ ฯลฯ ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 60,59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 43) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 1 ประกอบเสียก่อน แต่จำเลยที่ 1ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1155/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ลงโทษจำคุก 2 ปีริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 101,100) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 26,83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1156/2532
ความว่า จำเลยขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76 วรรคสอง,102 ให้ลงโทษฐานผลิตตามมาตรา 75 จำคุก 2 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 76 วรรคสอง จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ของกลางให้ริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 62) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาประกัน 150,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1157/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 40,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง (1)(3) จำเลยอายุยังน้อยและผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความจำเลยอีกต่อไป ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก เห็นควรลงโทษสถานเบาให้จำคุก2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 14 สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน40,000 บาท (อันดับ 2,6 สำนวนธุรการ) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยก็ยังไม่ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1171/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,276 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 43 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา 276 วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 15 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในห้าคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 136) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน250,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1172/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,276 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 83เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา 276 วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 15 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในห้าคงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 143) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว ตีราคาค่าประกัน 250,000บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1173/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 6 แผ่นที่ 9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงประกอบกับจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจนำฎีกาในมาประกอบในการใช้ดุลพินิจว่ามีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้หรือไม่ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1174/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ,83 จำเลยอายุไม่เกิน17 ปี ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 9 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 38,37) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 4,29) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยก็ยังไม่ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1177/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ผู้เสียหายมาแถลงว่าไม่ติดใจเอาความสมควรลงโทษสถานเบา จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ที่มีโทษหนักที่สุด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 19) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3 แผ่นที่ 2,9 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1179/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 70,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ฯลฯจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 56,54,52) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน50,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 70,000 บาทเป็นเงินสดโดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1180/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 51,50) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 20,000 บาท (อันดับ 2,29) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระยะนี้ ไม่อนุญาต ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1181/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางวันดี ทองออน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 65,64 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 3,52) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1182/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,83 จำคุก 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 80,79 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 4,64) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาขึ้นมาในชั้นนี้เห็นสมควรไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง