มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 27 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1192/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 ประกอบมาตรา 340 ตรี,80,83,295,391 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 340วรรค 2 ประกอบมาตรา 340 ตรี,80 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 12 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 119) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1193/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80,83 จำคุก 10 ปี จำเลยฎีกา (อันดับ 99) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 103,102) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 97 แผ่นที่ 3) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 77) คำสั่ง พิเคราะห์ฎีกาจำเลยประกอบเหตุผลตามคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแล้วเห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 500,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1195-1196/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่ 31 มกราคม 2532ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยมิได้เป็นผู้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจึงไม่มีอำนาจที่จะอุทธรณ์คำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ จำเลยจึงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ฉบับลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2532ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เป็นกรณีที่จะต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลฎีกา หาใช่อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ตามที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมาไม่ จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับนั้น จำเลยชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยโดยอ้างว่าต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1199/2532
ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันนำธนบัตรปลอมออกใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองชอบแล้ว มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1202/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157,162 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป แต่คำร้องประกอบทนายจำเลยซึ่งศาลยังมิได้มีคำสั่งในใบแต่งทนายเป็นผู้เรียงและพิมพ์ (อันดับ 25,22,24) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 18,21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1203/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(7)(11),336 ทวิ จำคุกคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ9 เดือน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 43) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 15) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1204/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(7)(11),336 ทวิ จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 9 เดือนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 40) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันคนละ 120,000 บาท (อันดับ 13) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1216/2532
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาโปรดอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,83 จำคุก 4 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง (อันดับ 1)ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1222/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75,76เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนัก แต่ความผิดตามมาตรา 75 กับมาตรา 76 วรรคสอง มีอัตราโทษเท่ากันให้ลงโทษตามมาตรา 75 จำคุกจำเลย 4 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 74,72) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 13,58) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1223/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 64 ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดความผิดตามมาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265 ให้จำคุก 3 ปีความผิดตามมาตรา 64 ให้ปรับ 400 บาท รวมจำคุก 3 ปี ปรับ 400 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนและปรับ 200 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 ประกอบมาตรา 265 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 14) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1224/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 40,264,268 พระราชบัญญัติประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ลงโทษตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526มาตรา 14 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 อันเป็นบทหนักจำคุก 8 เดือน ฯลฯ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 92) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยที่ 2 ก็ยังไม่ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1227/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำเลยอายุยังน้อยลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสาม ให้จำคุก 3 ปี ยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 3,2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา ชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1232-1233/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,339 วรรคสอง,340 ตรี ฯลฯ จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ให้จำคุกกระทงละ 15 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 30 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 6) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดียังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1241/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 20 ปี ฯลฯจำเลยฎีกา (อันดับ 85) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 87,86) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 79) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 บาท (อันดับ 43,64 แผ่นที่ 7) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1247/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 20,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ฐานเจ้ามือ จำคุก 2 เดือน ฐานเป็นผู้จัดจำคุก 2 เดือน รวมจำคุก4 เดือน จำเลยนอกนั้นปรับคนละ 700 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 20,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเป็นต้องฟังฎีกาก่อน เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1253/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,83,91,264,265,268 ฯลฯการปลอมเอกสารราชการและเอกสารสิทธิตามฟ้อง ข้อ 1.(1.1) และ (1.2)เป็นกรรมเดียว จำเลยใช้เอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับด้วย จึงให้ลงโทษจำเลยฐานใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265กระทงเดียว จำเลยใช้เอกสารดังกล่าว 2 ครั้ง ต่างวาระตามฟ้องข้อ 1.(1.3) และ (1.4) เป็นความผิด 2 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 1 ปีการปลอมเอกสารราชการและเอกสารสิทธิตามฟ้องข้อ 1.(1.5)(1.6)และ (1.7) เป็นกรรมเดียว จำเลยใช้เอกสารปลอมทั้งสามฉบับตามฟ้องข้อ (1.8) ด้วย จึงให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 265 กระทงเดียวให้จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1258/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยผู้ขอประกันแถลงในคำร้องประกอบว่า จำเลยมีความประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 23,22) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1261/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิให้จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก1 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 17) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 70,000 บาท (อันดับ 2,4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1262/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4,6,7,55,56,72,78 ฯลฯ ลงโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งจำคุก 1 ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา (อันดับ 36) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 41) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 39) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 7,15) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1263/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนงาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27จำคุก 1 เดือน จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ให้จำคุกกระทงละ 2 ปีรวม 5 กระทง เป็นจำคุกคนละ 10 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด10 ปี 1 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนงาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7วรรคหนึ่ง,27 วรรคหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และมีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,83 จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี 1 เดือนยกข้อหาอื่น และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังจำเลยที่ 2ไว้ระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา …