มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 34 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1745/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งแยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7),83,371,91 ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานพกพาอาวุธไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ปรับ 100 บาท และฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 วรรคสองให้จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุก 1 ปี และปรับ 100 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ปรับ 50 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 26,25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1746/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายทั้งสองขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 เรียงกระทงลงโทษข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายมีผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก6 เดือน ข้อหาไม่ช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสองจำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคแรกนอกจากที่แก้คงเป็นไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1748/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 30 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 25) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1758/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80,279 วรรคสอง การกระทำของจำเลยในสองกรรมแรก ให้ลงโทษทุกกรรม แต่เนื่องจากแต่ละกรรมเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราจำคุกกระทงละ 6 ปี รวมจำคุก 12 ปี และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคแรก จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 13 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 ปี 9 เดือนคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1763/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ยกฟ้องจำเลยที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3ชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท(อันดับ 4,51) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3ฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุกไม่เกิน 5 ป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1765/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสาวสุชาวดียงวัฒนสกุลผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง ให้จำคุก 4 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 149) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 10,108 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจาร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1775/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55,78 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ของกลางริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 10,59) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1784/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42,64 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91ลงโทษฐานขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42,64 ปรับ 500 บาท ฐานขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157กับความผิดฐานขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ให้จำคุก 4 ปี รวมเป็นจำคุก 4 ปี ปรับ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1786/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนดคนละ 4 ปีจำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยที่ 4ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 ในระหว่างนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1798/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 แต่กระทงเดียว ลงโทษจำคุก 10 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 73,75) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 7,51) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราว ประกอบกับจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1802/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางแดง ตันติวาณิชกิจ มารดาของผู้ตาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,71,148,157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ5,000 บาท จำเลยที่ 2 ใช้เงินให้ผู้เสียหายจึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาแล้ว ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1813/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,288,80,91 ประกอบด้วยมาตรา 68,69พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อป้องกันสิทธิของผู้อื่นเกินสมควรแก่เหตุให้จำคุก 5 ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อป้องกันสิทธิของผู้อื่นเกินสมควรแก่เหตุให้จำคุก 3 ปี 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุสมควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับ 1,000 บาท รวมโทษจำคุก 8 ปี 4 เดือน และปรับ 1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ วรรคสอง และไม่ปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1814/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,88) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 9 แผ่นที่ 7,58 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันสองแสนห้าหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1818-1819/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 และให้เรียกนายประเสริฐ ศิริวิไลศักดิ์นายสุรศักดิ์ศิริวิไลศักดิ์ ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 83 และเฉพาะจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 อีกบทหนึ่งแต่การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 297 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 183,181) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1821/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,371 ข้อหามีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหามีเครื่องกระสุนปืน ปรับ 1,000 บาท ข้อหาพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี และปรับ 1,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 500 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 18) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1822/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 10 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1823/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท ไว้เป็นประกันต่อศาล หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,336 ทวิ ให้จำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 17) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 5 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทั้งจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1825/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, ประกอบ 336 ทวิ และผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 336 ทวิซึ่งเป็นบทหนัก เรียงกระทงลงโทษ จำคุกคนละกระทงละ 4 ปี รวม3 กระทง เป็นจำคุกคนละ 12 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม,336 ทวิ และผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8,11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 จำคุกคนละ 12 ปี ชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1826/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 วางโทษตามมาตรา 273 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 39,35) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 42,41) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 28) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันแปดหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1827-1828/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 ทั้งสองสำนวนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269,265 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 236) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 9,218 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 4 ประกอบเสียก่อน แต่จำเลยที่ 4ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง