มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 35 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1829/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้วางโทษจำคุกไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยทั้งสอง (อันดับ 84,89,82) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท(อันดับ 6,8) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันคนละ 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1839/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 7) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76 วรรคสอง,102 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 12 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรจะปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 ในระหว่างอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุให้จำเลยที่ 4 มีประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1840/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69ลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยให้การในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาให้ความรู้แก่ศาล ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 16 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งคงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 80,79) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1855/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 4 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 78 วรรคแรก,160 วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 4 ปี 1 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก2 ปี 15 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 17,16) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,6) คำสั่ง คดีน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1860/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76,102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เนื่องจากกัญชาตามฟ้องข้อ ก.และข้อ ข. เป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 76 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 22) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1886/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7,72 วรรคแรก,8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 ปี และปรับ 8,000 บาท ฐานพกพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาทรวม 2 กระทง จำคุก 3 ปี และปรับ 12,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ6,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยไว้ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี สถานเดียวฐานพาอาวุธปืน จำคุก 1 ปี สถานเดียว รวมจำคุก 3 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1887/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันวางเงินสดจำนวน 150,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,277 วรรค 2 ให้จำคุก 8 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 14) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2 แผ่นที่ 2,5แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และขณะนี้จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1891-1892/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และให้เรียกนายประเสริฐ ศิริวิไลศักดิ์นายสุรศักดิ์ศิริวิไลศักดิ์ ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ประกอบด้วยมาตรา 83 และเฉพาะจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1ตามมาตรา 297 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 193,194) จำเลยทั้งสองเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 191) ศาลชั้นต้นอนุญาตใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1893/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,33 ให้จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 19) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1921-1922/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีสองสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกันศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุกสำนวนละ 4 เดือน รวมจำคุก 8 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 174,175/2530 ของศาลนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 174,175/2530 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่นับให้เพราะคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นยังไม่พิพากษา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 62,61) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ตีราคาประกัน60,000 บาท (อันดับ 4,43) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1929/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337,80,83 จำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 13) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,3) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1931/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3รวม 3 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 1 ปี 6 เดือนรอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 113,112) จำเลยยื่นคำร้องขอทุเลาการจำคุกในระหว่างฎีกา อ้างว่าเจ็บป่วยศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปรักษาที่โรงพยาบาลพะเยาตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา(อันดับ 1 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1932/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 86,85) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 65,000 บาท (อันดับ 5,66) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1933/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 132) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 133) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันตลอดจนเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและหนังสือมอบอำนาจแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1934/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309,295,310,157,83,84,86,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,86 และมาตรา 157 ความผิดตามมาตรา 295,86 จำคุก 4 เดือน ความผิดตามมาตรา 157 จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 2 ปี 4 เดือน คำขออื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 62) จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(สำนวนธุรการ อันดับ 50,49) จำเลยที่ 3 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาสั่งยกคำร้อง (สำนวนธุรการอันดับ 43) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1945/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,295 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 105,115) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 107) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน250,000 บาท (อันดับ 3,81) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1950/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกคดีหนึ่งโดยเรียก นายสมพรหรือเจ๊กจีระวัฒนสุข จำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) ขณะกระทำผิดฐานลักทรัพย์จำเลยที่ 2 มีอายุเพียง 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 2 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด1 ปี 4 เดือน ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ฐานรับของโจร จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 2) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1953/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291อันเป็นบทหนักให้จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 18) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 6แผ่นที่ 12) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1956/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,6,7,8,26,75,76,102 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 1 ปี ฐานจำหน่าย ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคแรก,76 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชาจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1959/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 4,55,78 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 4 ปี คำรับชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้จำเลยคนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 ที่ 3 ต่างอุทธรณ์ (อันดับ 99,100) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 110) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 118) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 34) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ศาล …