มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 106
1,442 รายการ · หน้า 36 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1964/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 241 จำคุก 1 ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 มาตรา 78วรรคแรก ประกอบมาตรา 160 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก4 ปี 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 18) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,8) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1965/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,69 วรรค 2(2),74 ฯลฯ จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 44,43) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 9) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1970/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสาวปราณี ทองทับ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษรวม 4 กระทงกระทงละ 2 เดือน รวมจำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยไว้5 เดือน 10 วันนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นฎีกาแล้วหรือไม่จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1971/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จำคุก 20 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 141,140) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาตีราคาประกัน 350,000 บาท (อันดับ 30) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน350,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1974/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุไม่เกิน 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 8 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 88,87) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน170,000 บาท (อันดับ 3,67) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาตีราคาห้าแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1976/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 22) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 25) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 27,26) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลฎีกาได้สั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1979/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด30 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 43) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 31) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง (สำนวนธุรการ อันดับ 30) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลฎีกาลงวันที่ 1 กันยายน 2532 ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1981-1982/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390 และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 อันเป็นกรรมเดียว ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4,44 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2017/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276,277 จำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยก จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 33) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 25) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2019/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายฉลอง จุลม่อม บิดาของผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300 อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 291 อันเป็นบทหนัก ให้จำคุก 6 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี กระทงหนึ่งและตามพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 101,127 ให้ปรับ 200 บาท อีกกระทงหนึ่งรวมจำคุก 4 ปี และปรับ 200 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ให้จำคุก 6 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี กระทงหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522มาตรา 18,150 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2021/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุกคนละ 1 ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 55) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1 แผ่นที่ 12,19 แผ่นที่ 7) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยที่ 4 ยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2022/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 10 ปี คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษหนึ่งในห้า คงจำคุก 8 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 5 ปี คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในห้า คงจำคุก4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 112 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 114,112) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2023/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 90,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3,13) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2025/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ในสถานที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8),80 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 15) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นมาจึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2026-2027/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกันศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุกสำนวนละ 4 เดือน รวมจำคุก 8 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 174,175/2530 ของศาลนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 174,175/2530 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่นับให้เพราะคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นยังไม่พิพากษา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 76,78,77) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 74) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2031/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยไม่มีประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 1 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 80) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 84) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 โดยไม่มีหลักประกันในระหว่างฎีกาตามที่ขอ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2032/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เนื่องจากกัญชาตามฟ้องข้อ ก. และข้อ ข.เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 76 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 34) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 28) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (สำนวนธุรการอันดับ 26) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2036/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายจรัญ ชูสาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 187,350 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2037/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 10 ปี จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80,82) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 180,000 บาท (อันดับ 27) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2038/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุก 3 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสี่ จำคุก 2 ปี 3 เดือน ยกฟ้องข้อหาอื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง