มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 10 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1245/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290,295,83 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 4 เป็นการรู้สึกความผิดอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 38) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 11 แผ่นที่ 3,อันดับ 29) คำสั่ง พิเคราะห์แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1246/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคหนึ่ง จำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 1 ปี6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 139,140) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 6,100) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1247/2533
ความว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนหลักทรัพย์ประกันตัวจำเลยที่ 2 ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกามาครั้งหนึ่งแล้วศาลฎีกาสั่งไม่อนุญาตเพราะหลักทรัพย์ใหม่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้เป็นเพราะความบกพร่องของผู้ร้องที่จำราคาศาลตีประกันผิดไปบัดนี้ผู้ร้องทราบแล้วว่าศาลตีราคาประกันไว้ 200,000 บาท จึงได้นำสมุดบัญชีเงินฝากประจำธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาราชวัตรบัญชีเลขที่ 099-2-02254-0 จำนวนเงินฝาก 200,000 บาท มาขอวางประกันตัวจำเลยที่ 2 ไว้แทนโฉนดที่ดินเลขที่ 38339 หลักทรัพย์เดิมและขอรับหลักทรัพย์เดิมคืนจากศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 100,000 บาทส่วนจำเลยที่ 2 ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1248/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341,44 จำนวน 12 กระทง จำคุกกระทงละ 9 เดือนรวมจำคุก 9 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ให้จำเลยชำระเงิน 1,182,520 บาท แก่โจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 9 เดือน รวม 12 กระทง จำคุก 108 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 54 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,082,400 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 173) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 189) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1250/2533
ความว่า คดีนี้ นายสมศักดิ์วาณิชย์ปฏิยุทธ์ ได้ประกันตัวจำเลยที่ 2 ไว้ในระหว่างฎีกาบัดนี้ผู้ประกันมีความประสงค์ที่จะขายที่ดินซึ่งเป็นหลักทรัพย์ใช้ประกันตัวจำเลยที่ 2 ให้แก่ผู้อื่นจึงขอเปลี่ยนตัวผู้ประกันรายใหม่แทน โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,86,91,151,157,162 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502มาตรา 10,11 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151,86 จำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างฎีกา (สำนวนตอนที่ 2 อันดับ 49,50)ก่อนศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาโดยมีนายสมศักดิ์วาณิชย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1251/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,86,91,151,157,162 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 10,11 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151,86 จำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างฎีกา (สำนวนตอน 2 อันดับ 49,50) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยมีนายสมศักดิ์วาณิชย์ปฏิยุทธ์ เป็นผู้ประกัน ตีราคาประกัน100,000 บาท (สำนวนตอน 2 อันดับ 20) ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนตัวผู้ประกันใหม่ พร้อมกับยื่นคำร้องด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1252/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2) ประกอบด้วยมาตรา 59 มาตรา 6(10)ประกอบด้วยมาตรา 51 เป็นความผิดหลายกรรม ลงโทษฐานผลิตและจำหน่ายอาหารปลอม จำคุกกระทงละ 3 ปี ลงโทษฐานใช้ฉลากโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน ปรับ 25,000 บาท คงจำคุก 6 ปี ปรับ 25,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานผลิตและจำหน่ายอาหารปลอม จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมสองกระทงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกันและทนายจำเลย (อันดับ 167) ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 11,14 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1254/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือนและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 จำคุก 1 ปี 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานนี้ในขณะจับกุมและชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกระทงความผิด รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 66,65) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000บาท (อันดับ 5,47) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1255/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,91,83ลงโทษตามมาตรา 7,72 วรรคหนึ่ง จำคุก 2 ปี กระทงหนึ่ง ตามมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดอีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้ริบของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 41) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1258/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอให้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,55,72,75 ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 4 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนอาจออกใบอนุญาตให้ได้ ปรับ 2,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสอง และมาตรา 55,74 วรรคแรกนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(สำนวนธุรการ อันดับ 24,23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1260/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำคุกกระทงละ 3 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 15 เดือน การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 79) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 23 แผ่นที่ 2, อันดับ 65 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1262/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365,295,83 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365อันเป็นบทหนักที่สุด จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 3,10 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1263/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11,54,73 ตรี 73 วรรคสอง(2)74 ทวิ 74 จัตวา พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 6,8,16(1),24,29 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11,73 วรรคสอง(2)อันเป็นบทหนักจำคุก 3 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยและบริวารออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุก 2 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1265/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 วางโทษจำคุกคนละ 3 ปีคำรับสารภาพในชั้นจับกุมและทางนำสืบของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 ปี 3 เดือน ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสียทั้งสิ้น และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ทุกข้อหา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาผู้ซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีใน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 151,150) จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 155) จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง (อันดับ 147) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1268/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 50,000 บาทเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 6,14,31พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54,73 ตรี ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 39,37) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 3,18) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1278/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 46) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 45) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคา400,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:128/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 16) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 90,000บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,8 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีนี้ ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1282/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 324 จำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 75,74) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน40,000 บาท (อันดับ 3,49,56) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1285/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกัน ขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก วางโทษจำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษเฉพาะจำเลยที่ 2ไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยที่ 2 รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติสำนักงานคุมประพฤติธนบุรีทุก 3 เดือนครั้ง จนกว่าจะครบ 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้และยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 55,56,59,57) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 51) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1287/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 6 ปี 8 เดือน และจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72,72 ทวิเรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 6 เดือน และฐานพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้พกพา จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 7 ปี6 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 74,80 แผ่นที่ 2,78) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่า …