มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 11 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1296/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ให้จำคุก 2 ปี ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 79) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000บาท (อันดับ 4,66) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1297/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางอาภรณ์ นิสาลักษณ์ ภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายธนูนิสาลักษณ์ และมารดาของนางสาวเมตติยานิสาลักษณ์ ผู้ตาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 33,43(4)(6),151,157 พระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา92,93,151 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ทุกข้อหา เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย หลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก 3 ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 92,93,151 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1298/2533
ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาที่ว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากที่ปรากฏในสำนวนหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายมิใช่ปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกาดังที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 113แผ่นที่ 3) โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 107 แผ่นที่ 2) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109) คำสั่ง คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1299/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี คำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว เฉพาะจำเลยที่ 2 มีคำร้องประกอบ (สำนวนธุรการอันดับ 64,66,65) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 130,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 8,3 แผ่นที่ 3)อันดับ 39,38 แผ่นที่ 3) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1301/2533
ความว่า ผู้ขอประกันทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก,83 จำคุกคนละ 5 ปี ข้อหาลักทรัพย์ให้ยก สำหรับที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำที่7780/2532 ของศาลนี้นั้น ไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาแล้วจึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขอส่วนนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง ผู้ขอประกันทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1302/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339,83 ฯลฯ จำคุก 10 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 157,159,158) จำเลยที่ 4 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 148) ศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 17 แผ่นที่ 2,อันดับ 110 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 4 เคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1303-1305/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสามสำนวนนี้โจทก์และจำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 861/2531 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี ส่วนที่ขอให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขดำที่ 861/2531 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลได้พิพากษาแล้วหรือไม่ ให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1310/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 เรียงกระทงลงโทษฐานผลิตกัญชากับมีกัญชาที่ผลิตไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท แต่มีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานผลิตกัญชาให้จำคุก 2 ปี ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 3,37) คำสั่ง เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1311/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างขายทองโต๊ะกังเยาวราช ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352,83 ลงโทษจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 124) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 122,120,121) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน500,000 บาท (อันดับ 6,92) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:133/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา บริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัดผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถยนต์บรรทุกพิพาทจำนวน 934,800 บาท แก่โจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 108) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 112,113) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยในชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 บาท(อันดับ 12,65) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 400,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1360/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(1) จำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 106) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 111,108,109,110) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 104) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน400,000 บาท (อันดับ 5,84 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลย
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1363/2533
ความว่า จำเลยขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณาเด็กหญิงขนิษฐา คำสังข์ ผู้เสียหายโดยนายเปรม คำสังข์ บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:137/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76,102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ข้อหามีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้จำคุก 2 ปีข้อหาจำหน่ายให้จำคุก 2 ปี รวม 4 ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้จำเลย 1 ใน 4คงให้จำคุกไว้มีกำหนด 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76 วรรคสอง,102 ที่แก้ไขแล้วนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 74) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 5,48) คำสั่ง คดีนี้ห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:138/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ จำคุกคนละ 6 ปีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสาม ประกอบมาตรา 336 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 131) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท (อันดับ 52 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1381/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25(2),27(5),59 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวและมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 20,19) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 8) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1385/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,91 ลงโทษฐานทำร้ายผู้เสียหายที่ 1จำคุก 2 ปี ฐานทำร้ายผู้เสียหายที่ 2 จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 2 ปี1 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3 แผ่นที่ 2, อันดับ 16แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1390/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่งโดยเรียกนายสุรพลหรือต๋อง สุทธิอาจ จำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 4และเรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามลำดับระหว่างพิจารณา นางสุวดี บูรณะบุตร ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 8 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 ปีริบกุญแจมือของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 20 ปีจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:142/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ,357,83ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ให้จำคุก 2 ปี ชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน และข้อนำสืบทางพิจารณาของจำเลยที่ 1 มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 รับของโจรเฉพาะทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องรายการที่ 1 ถึงที่ 7 จำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 2 ปีกรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามจำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยที่ 1(สำนวนธุรการ อันดับ 27,26) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:143/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142,91 ลงโทษจำคุก 6 เดือน และตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ลงโทษปรับ 132,102.90 บาทรวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 132,102.90 บาท คำรับของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก4 เดือน ปรับ 88,068.60 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 84,83) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 9,70 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1458/2533
ความว่า คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ขอประกัน บัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์ขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยระหว่างฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอประกันในระหว่างฎีกา ฉบับลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2533 และขอรับหลักประกันทั้งหมดคืนไปจากศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 19 ปีรู้รับผิดชอบดีแล้ว ไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ร้องแถลงในคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 46,45) ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 47) คำสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้