มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 13 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1576/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก แต่คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่ามีความประสงค์ที่จะยื่นฎีกา (อันดับ 1 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 2,4) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1577/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 กระทงหนึ่ง จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามมาตรา 371 อีกกระทงหนึ่ง ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 5 ปีปรับ 100 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 มีกำหนด 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 12) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1578/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,295 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ ฐานพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 3 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 10 ปีข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1603/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี,91,83 จำคุกคนละ 18 ปีและจำเลยที่ 1 ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 วรรคสาม,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสอง ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัว จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 19 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำเลยที่ 1 จำคุก 12 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 2 จำคุก12 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 74) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยทั้งสอง (อันดับ 67, …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1614/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 2,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม ฯลฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ในขณะจำเลยกระทำผิดจำเลยมีอายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ลงโทษกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในห้า คงจำคุก 4 ปี ฯลฯอาศัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494มาตรา 31(2) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกจำเลย เป็นการส่งตัวจำเลยไปฝึกและอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางมีกำหนด 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ฯลฯ การกระทำของจำเลยต่างกรรมกันเป็นความผิดสองกระทง เรียงกระทงลงโทษ จำเลยอายุ 16 ปีเศษลดมาตราส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1615/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335 จำคุก 3 ปี คำให้การจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ฯลฯ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ฯลฯจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 72,71) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 3,59) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1และที่ 2 ยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1619/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,6,9,14,31,35 จำคุก2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 39,38,37) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 10) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1622/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334,335,352,353,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 จำคุกกระทงละ 3 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก15 เดือน การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 95 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 94) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาสั่งยกคำร้อง (อันดับ 88) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1631/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 6 เดือน ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ปรับ 100 บาท รวมจำคุก 6 เดือน ปรับ 100 บาท จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 43แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน70,000 บาท (อันดับ 4,33) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1634/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอถือคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและหลักประกันซึ่งยื่นไว้เมื่อวันที่19 มิถุนายน 2533 เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 กระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และผิดตามมาตรา 295 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 2 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 162,163,164) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 167,168) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน30,000 บาท (อันดับ 3,119) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่รับคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาไว้พิจารณา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1637/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14,31 ที่แก้ไขแล้วพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 ฯลฯรวม 3 กระทง ความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ จำคุก 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือนความผิดฐานมีกัญชาแห้ง จำคุก 2 ปี ความผิดฐานผลิตกัญชา จำคุก 2 ปีคำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 1 ปี4 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 3 ปี 2 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ที่แก้ไขแล้วมาตรา 31 วรรคแรก กับให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตนอกจากที่แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:165/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336,336 ทวิ,83 ที่แก้ไขแล้ว จำคุก6 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 15,500 บาทแก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,336 ทวิ,83 จำคุก4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:174/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 278 ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี และฐานกระทำอนาจาร จำคุก 1 ปีรวมจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 11 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 51) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่มีเหตุสมควรปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง (อันดับ 47) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:175/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ (มาตรา 75 และ 76วรรคสอง) จำคุกกระทงละ 2 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 10,000 บาทรวม 2 กระทง รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับ และไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 45) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:177/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุกคนละ 12 ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ (อันดับ 53) จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 47,60) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสามชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท (อันดับ 4,8) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของจำเลยชอบแล้วมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:178/2533
ความว่า ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 7 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่งโดยให้เรียกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 7 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งแปดมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มาตรา 11,54,69,72 ตรี,73 วรรคสอง พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14,31 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานแผ้วถางป่าฯลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 31 วรรคสองซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ 8 ปี ฐานมีไม้หวงห้ามฯ จำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯรวมจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 8 คนละ 12 ปี จำเลยที่ 7 อุทธรณ์ จำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยมีพลตรีปานเทพภูวนารถนุรักษ์ เป็นผู้ขอประกัน ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าไม่อนุญาต ต่อมาผ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:179/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 180,179) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวโดยในชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท(อันดับ 54,122) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:180/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ให้จำคุกจำเลยไว้ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 60) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 48,3) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1803/2533
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่งโดยเรียกนายสุรพลหรือต๋อง สุทธิอาจ จำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 4และเรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามลำดับระหว่างพิจารณา นางสุวดี บูรณะบุตร ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 8 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 ปี ริบกุญแจมือของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 แต่ให้ขังจำเลยที่ 1ที่ 3 ที่ 4 ไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว จำคุก 20 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1804/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 4 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า เมื่อลดโทษให้จำเลยที่ 2หนึ่งในสามแล้ว จำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 96) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 4,76) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 2 ยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง