มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 14 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1807/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา(อันดับ 16) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 16) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000บาท (สำนวนธุรการอันดับ 2,6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ยังไม่เห็นสมควรจะให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1810/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 20,000 บาท ไว้เป็นประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบเฉพาะฎีกาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับเนื่องจากเป็นฎีกาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218(อันดับ 25,22,21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 20,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยื่นฎีกาแล้วศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลย จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1811/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว ให้จำคุก8 ปี จำเลยฎีกา (อันดับ 85) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นโดยตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 250,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1820/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราว โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือนคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 50,49) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 3,31) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1829/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 40,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน 2 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 25,24) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 40,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1830/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคสอง,76 วรรคสองให้ลงโทษจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลย(สำนวนธุรการอันดับ 18,17) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1831/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายสาม กราวกระโทก ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ, ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุก 11 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1833/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอประกันด้วยบุคคลและขอวางเงินสด 100,000 บาทไว้เป็นประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายวิวัฒน์ รอดเชื้อ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลย จำเลยยื่นคำร้องว่า การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะจำเลยไม่เคยได้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าว โดยให้ศาลชั้นต้นกำหนดนัดวันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและทนายจำเลย (อันดับ 257,26 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1841/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 100 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2ผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 340 ตรีจำคุกคนละ 18 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ รวมจำคุก จำเลยที่ 2 มีกำหนด 18 ปีและปรับ 100 บาท ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,800 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา (อันดับ 50) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 36) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1846/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำคุก 7 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน14,000 บาทแก่เจ้าของทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 70,69แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน250,000 บาท (อันดับ 5,49) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสามแสนห้าหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันโดยเรียกหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1848/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(2)(7) ฯลฯ จำคุก 2 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 74,73) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 95,000บาท (อันดับ 9,55) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:185/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (สำนวนธุรการอันดับ 75 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,15,66 วรรคสอง,102) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ประหารชีวิตจำเลยดังกล่าว จำเลยที่ 1 ให้การรับในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ให้การรับในชั้นสอบสวนและรับสารภาพในชั้นพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามลดโทษให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52(1)(2) ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิต ให้จำคุกจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ไว้คนละ 40 ปีริบเฮโรอีนและรถยนต์ของกลาง คืนเช็คเงินสดที่ใช้ล่อซื้อให้แก่เจ้าของ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 6 แต่ให้ข …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2216/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 8,45) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2221/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก จำเลยที่ 2 อายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 ปีคำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนและการนำสืบของจำเลยที่ 2ในชั้นศาลเป็นการให้ความรู้แก่ศาล ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง จำคุก 5 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2ในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 83, สำนวนธุรการอันดับ 58) จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2275/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72ให้เรียงกระทงลงโทษ ข้อหารับของโจรให้จำคุก 2 ปี ข้อหามีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 6 เดือน รวมให้จำคุก 2 ปี6 เดือน คำขอและข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7,72 วรรคสาม ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก 1 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 51,50) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน90,000 บาท (อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2277/2533
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุกคนละ 10 ปี จำเลยที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 วรรคสามจำคุก 6 เดือน และมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 2ให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ลดโทษในความผิดฐานดังกล่าวให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด10 ปี 9 เดือน ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 49) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 51,50) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท (อันดับ 5,34) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2282/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง และ 365 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนัก ตามมาตรา 335วรรคสอง จำคุก 3 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน13,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 59,58) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน90,000 บาท (อันดับ 3,44) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2290/2533
ความว่า จำเลยทั้งสามขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายลี อาเลียน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้ขังจำเลยทั้งสามไว้ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265และมาตรา 341 แต่การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,268วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามเบิกความต่อศาล เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปี ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนเงิน 500,000 บาท และเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาสุไหงโกลก ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2529 แก่โจทก์ร่วมนอกจากที่แก้คงให้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2304/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 33,43,151,157 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 91,90) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 5,67) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2305/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 5,7,8,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58,91 รวมสองกระทง จำคุกกระทงละ 2 ปีปรับกระทงละ 20,000 บาท รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 40,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด2 ปี คดีนี้ศาลรอการลงโทษ คำขอให้บวกโทษจึงให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก ประเภท 5 มาตรา 75วรรคแรก มาตรา 76 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรกให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี โดยไม่ปรับ รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษจึงให้นำโทษจำคุกค …