มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 31 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:168/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้วางไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,47,48,73 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84 ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี และปรับ 20,000 บาท ฯลฯ คำขอและข้อหาอื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคแรก,73 วรรคสอง(1) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 108,106,107) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 4,90) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:169/2532
ความว่า ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 29 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7(5),26 วรรคแรก,76 วรรคสอง,102 ฯลฯพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4,7,72 วรรคสอง ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,91 ฯลฯ ฐานมีกัญชาเพื่อจำหน่ายจำคุก 2 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ปรับ 600 บาทรวมจำคุก 2 ปี และปรับ 600 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 300 บาท ฯลฯจำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 23) ผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 จึงยื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:170/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,5,6,7,8,47,48,73,74 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518มาตรา 7,8,9,19 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522มาตรา 9 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 157) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ162,161) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 30,115) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันห้าแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:171/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,5,6,7,8,47,48,73,74 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา7,8,9,19 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2522 มาตรา 9พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 4ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 157) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ166,165) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 30,115) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันห้าแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1729/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 30,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้องฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยที่ 1 จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 141,140) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 14) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ประกอบกับจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเหตุให้ไม่อาจทำฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1732/2532
ความว่า จำเลยมีความประสงค์ขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกันต่อไป หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ ริบหัวกระสุนปืนของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,83 ให้จำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต ริบหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยฎีกา (อันดับ 64) ทนายจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 43) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1733/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 31) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 40,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยก็ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1734/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และมาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,47,48 มาตรา 157 แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 157นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 210) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 212,211) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 207) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1735-1736/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกันศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรคือเช็คตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 รวม 3 กระทงจำคุกกระทงละ2 ปี รวมจำคุก 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,91 ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 107,106 ในสำนวนแรก และอันดับ 12ในสำนวนหลัง) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน50,000 บาท (อันดับ 3,85 แผ่นที่ 2 ในสำนวนแรกและอันดับ 3,11 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1737/2532
ความว่า จำเลยขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371,91,32 ฯลฯฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนของนายทะเบียนประทับไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาทฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะหมู่บ้านโนนทอง หมู่ที่ 11ตำบลหนองไขว่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ อันเป็นบทหนักจำคุก 4 เดือน ปรับ 2,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือนและปรับ 7,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 8 เดือน ปรับ 3,500 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1740/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษากับคดีหมายเลขแดงที่ 3201/2529 และ 3203/2529 โดยเรียกจำเลยในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 2 และเรียกจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่3201/2529 และ 3203/2529 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนประกัน อันดับ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 80,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1741/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานขับรถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ขับรถโดยประมาท, ขับรถโดยประมาททำให้คนตายแล้วไม่หยุดช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 มาตรา 42,64 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,157,160 และฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ให้เรียงกระทงลงโทษ เว้นแต่ความผิดฐานขับรถโดยประมาท, ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นกรรมเดียวกันลงโทษบทหนักฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291จำคุก 4 ปี ปรับ 8,000 บาท ฐานขับรถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ปรับ 1,000 บาท ฐานขับรถโดยประมาทก่อเหตุถึงตายไม่หยุดช่วยเหลือจำคุก 2 เดือน และปรับ 1,000 บาทรวมจำคุก 4 ปี 2 เดือน และปรับ 10,000 บา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1742/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุก 10 ปีจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยที่ 1 จะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1743/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสมจิตร จันทร์ทอง ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80 จำคุก 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 จำคุก 3 ปี โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา (อันดับ 93,95) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 108) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 4,67) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1745/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งแยกฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7),83,371,91 ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานพกพาอาวุธไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ปรับ 100 บาท และฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 วรรคสองให้จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุก 1 ปี และปรับ 100 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ปรับ 50 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 26,25) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1746/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายทั้งสองขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 เรียงกระทงลงโทษข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายมีผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก6 เดือน ข้อหาไม่ช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสองจำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคแรกนอกจากที่แก้คงเป็นไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1748/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 30 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 25) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1758/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80,279 วรรคสอง การกระทำของจำเลยในสองกรรมแรก ให้ลงโทษทุกกรรม แต่เนื่องจากแต่ละกรรมเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษบทหนักฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราจำคุกกระทงละ 6 ปี รวมจำคุก 12 ปี และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคแรก จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 13 ปี จำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 ปี 9 เดือนคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1763/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ยกฟ้องจำเลยที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 65) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3ชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท(อันดับ 4,51) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3ฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุกไม่เกิน 5 ป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1765/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสาวสุชาวดียงวัฒนสกุลผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง ให้จำคุก 4 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 149) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 10,108 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจาร …