มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 32 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1775/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55,78 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ของกลางริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 10,59) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1784/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42,64 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91ลงโทษฐานขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42,64 ปรับ 500 บาท ฐานขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157กับความผิดฐานขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ให้จำคุก 4 ปี รวมเป็นจำคุก 4 ปี ปรับ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1786/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนดคนละ 4 ปีจำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยที่ 4ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 ในระหว่างนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1798/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 แต่กระทงเดียว ลงโทษจำคุก 10 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 73,75) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 7,51) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราว ประกอบกับจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1802/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางแดง ตันติวาณิชกิจ มารดาของผู้ตาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,71,148,157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 ปี ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ5,000 บาท จำเลยที่ 2 ใช้เงินให้ผู้เสียหายจึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาแล้ว ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1813/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,288,80,91 ประกอบด้วยมาตรา 68,69พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อป้องกันสิทธิของผู้อื่นเกินสมควรแก่เหตุให้จำคุก 5 ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อป้องกันสิทธิของผู้อื่นเกินสมควรแก่เหตุให้จำคุก 3 ปี 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุสมควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับ 1,000 บาท รวมโทษจำคุก 8 ปี 4 เดือน และปรับ 1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ วรรคสอง และไม่ปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1814/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87,88) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 9 แผ่นที่ 7,58 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันสองแสนห้าหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1818-1819/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2 และให้เรียกนายประเสริฐ ศิริวิไลศักดิ์นายสุรศักดิ์ศิริวิไลศักดิ์ ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 83 และเฉพาะจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 อีกบทหนึ่งแต่การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 297 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 183,181) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1821/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,371 ข้อหามีอาวุธปืนไม่มีทะเบียน ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหามีเครื่องกระสุนปืน ปรับ 1,000 บาท ข้อหาพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปี และปรับ 1,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 500 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 18) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1822/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 10 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1823/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท ไว้เป็นประกันต่อศาล หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก,336 ทวิ ให้จำคุก 6 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 17) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 5 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทั้งจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1825/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, ประกอบ 336 ทวิ และผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 336 ทวิซึ่งเป็นบทหนัก เรียงกระทงลงโทษ จำคุกคนละกระทงละ 4 ปี รวม3 กระทง เป็นจำคุกคนละ 12 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม,336 ทวิ และผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือในหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8,11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 จำคุกคนละ 12 ปี ชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1826/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 วางโทษตามมาตรา 273 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุก 3 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 39,35) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 42,41) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 28) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันแปดหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1827-1828/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 ทั้งสองสำนวนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269,265 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 236) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 9,218 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 4 ประกอบเสียก่อน แต่จำเลยที่ 4ยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1829/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้วางโทษจำคุกไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลยทั้งสอง (อันดับ 84,89,82) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกันคนละ 50,000 บาท(อันดับ 6,8) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันคนละ 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1839/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 7) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,76 วรรคสอง,102 ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 12 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรจะปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 ในระหว่างอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุให้จำเลยที่ 4 มีประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1840/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69ลงโทษจำคุก 4 ปี จำเลยให้การในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาให้ความรู้แก่ศาล ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 16 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งคงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 80,79) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1855/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 43,157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 4 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 78 วรรคแรก,160 วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 4 ปี 1 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก2 ปี 15 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 17,16) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน120,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,6) คำสั่ง คดีน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1860/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76,102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เนื่องจากกัญชาตามฟ้องข้อ ก.และข้อ ข. เป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 76 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 22) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1886/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7,72 วรรคแรก,8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 ปี และปรับ 8,000 บาท ฐานพกพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก,72 ทวิ วรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาทรวม 2 กระทง จำคุก 3 ปี และปรับ 12,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ปรับ6,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยไว้ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี สถานเดียวฐานพาอาวุธปืน จำคุก 1 ปี สถานเดียว รวมจำคุก 3 …