มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 34 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1979/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด30 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 43) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 31) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง (สำนวนธุรการ อันดับ 30) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลฎีกาลงวันที่ 1 กันยายน 2532 ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1981-1982/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ร่วม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390 และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 อันเป็นกรรมเดียว ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอันเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 4,44 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2017/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276,277 จำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์แก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยก จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 33) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 25) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน แล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2019/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายฉลอง จุลม่อม บิดาของผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291,300 อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 291 อันเป็นบทหนัก ให้จำคุก 6 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี กระทงหนึ่งและตามพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 101,127 ให้ปรับ 200 บาท อีกกระทงหนึ่งรวมจำคุก 4 ปี และปรับ 200 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ให้จำคุก 6 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี กระทงหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522มาตรา 18,150 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2021/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุกคนละ 1 ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 55) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1 แผ่นที่ 12,19 แผ่นที่ 7) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยที่ 4 ยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2022/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 10 ปี คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษหนึ่งในห้า คงจำคุก 8 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 5 ปี คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในห้า คงจำคุก4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 112 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 114,112) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 110) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2023/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 90,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3,13) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2025/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ในสถานที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8),80 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 15) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,6) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นมาจึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2026-2027/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกันศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุกสำนวนละ 4 เดือน รวมจำคุก 8 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 174,175/2530 ของศาลนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 174,175/2530 ของศาลชั้นต้นนั้นไม่นับให้เพราะคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นยังไม่พิพากษา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 76,78,77) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 74) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2031/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยไม่มีประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 1 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 80) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 84) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 60,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 โดยไม่มีหลักประกันในระหว่างฎีกาตามที่ขอ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2032/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เนื่องจากกัญชาตามฟ้องข้อ ก. และข้อ ข.เป็นจำนวนเดียวกันการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 76 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 34) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 28) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (สำนวนธุรการอันดับ 26) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2036/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายจรัญ ชูสาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 187,350 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2037/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 10 ปี จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80,82) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 180,000 บาท (อันดับ 27) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2038/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุก 3 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสี่ จำคุก 2 ปี 3 เดือน ยกฟ้องข้อหาอื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2039/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 100,000 บาทเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2040/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 118,117 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 5,100) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2041/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,83 จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือนจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 3 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 30,29) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันคนละ 60,000 บาท (อันดับ 9) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยทั้งสองยังมิได้ยื่นฎีกา ศาลฎีกาจำต้องตรวจพิจารณาฎีกาของจำเลยทั้งสองก่อน ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2043/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 20,000 บาท ไว้เป็นประกัน หมายเหตุ คดีสืบเนื่องจาก นายซีแซ่ลิ้ม จำเลย ได้ว่าจ้างนายนวลดวงกะชาติให้รับสมอ้างเป็นจำเลยแทนนายซีแซ่ลิ้มซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 374/2532หมายเลขแดงที่338/2532 ของศาลนี้ นายซีแซ่ลิ้ม จึงมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1)ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 ให้จำคุกจำเลย 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสามหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นเรียกหลักประกันเพิ่มและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2052/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 32,43,78,157,160 ให้เรียงกระทงลงโทษฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่หนักที่สุด จำคุก 8 ปี ฐานไม่หยุดช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสองจำคุก 3 เดือน รวมสองกระทง จำคุก 8 ปี 3 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 1 เดือน 15 วัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 เป็นจำคุก 6 ปี เมื่อรวมกับโทษในข้อหาอื่นและลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วคงจำคุกจำเลยมีกำหนด3 ปี 1 เดือน 15 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2053/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 70,000 บาทไว้เป็นประกัน หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) วรรคแรก,336 ทวิ จำคุก 4 ปี6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยผู้ขอประกันแถลงในคำร้องประกอบว่า จำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 34,33) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท (อันดับ 6,15 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาในขั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง