มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 35 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2060/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุกคนละ 4 ปี คำเบิกความของจำเลยทั้งสองชั้นศาลและคำให้การของจำเลยทั้งสองชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสี่คงจำคุกคนละ 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2แต่ให้ขังจำเลยที่ 2 ไว้ระหว่างฎีกา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 29,31) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 150,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 3,4 แผ่นที่ 2,19,20 แผ่นที่ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว สำหรับจำเลยที่ 1 คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2063/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2064/2532
ความว่า ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 วรรคแรก,284 วรรคแรก และ 317 วรรคสาม,91ลงโทษตามมาตรา 279 วรรคแรก จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 10 กระทงจำคุก 40 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 20 ปี ตามมาตรา 284 วรรคแรก จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 10 กระทง จำคุก 40 ปี ตามมาตรา 317 วรรคสามจำคุกกระทงละ 12 ปี รวม 10 กระทง จำคุก 120 ปี รวมทุกกระทงแล้วจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะอน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2070/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 37,36) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 21) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ได้ความเบื้องต้นว่าจำเลยเป็นโรคจิต แพทย์เคยรับตัวรักษาไว้ในโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ กรณีมีเหตุอันสมควรอนุญาตให้ประกันตีราคาหนึ่งแสนสองหมื่นบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2071/2532
ความว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยแต่เนื่องจากจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ผู้ขอประกันจึงมีความประสงค์ที่จะประกันตัวจำเลยไปในระหว่างรอฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ โดยขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,55,72,78 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32,91 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้จำคุก 2 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 1,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 500 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 31) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2075/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300 ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 8 ปีและมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 จำคุก 3 เดือนรวมจำคุก 8 ปี 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 149) จำเลยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยมีนางไพฑูรย์น่วมถนอม เป็นผู้ประกัน (อันดับ 144) นางไพฑูรย์น่วมถนอม ผู้ประกันยื่นคำร้องขอถอนหลักประกัน(อันดับ 151) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อั …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2076/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายสะมะแอเช๊ะอุแต ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 และฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288,80 แต่การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการกระทำกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทจึงให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 95,94) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน250,000 บาท (อันดับ 7,79) คำสั่ง พิเคราะห์ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่ควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2077/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,47,48,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา,75 ลงโทษฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ จำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาทฐานแปรรูปไม้สักซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท และฐานมีไม้สักแปรรูป จำคุก 1 ปี ปรับ 5,000 บาท เรียงกระทงลงโทษแล้วรวมเป็นจำคุก 3 ปี ปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลย ไม่ปรับและไม่จ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวไม่อนุญ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2078/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,371 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่ใช่กรณีจำเป็นและเร่งด่วนและไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 9 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7 ประกอบด้วยมาตรา 72วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขแล้วกระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2079/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยจำเลยขอวางเงินสดจำนวน 40,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 273,33 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ลงโทษจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 16) ในวันเดียวกันจำเลยยื่นคำร้องขอถอนหลักประกัน (อันดับ 20) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 40,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาไม่มีเหตุจะให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2087/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,14,31พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11,69,73,74ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำเลยฐานทำไม้ในป่าสงวนแห่งชาติจำคุก 4 ปี ฐานทำไม้หวงห้ามมิได้แปรรูป จำคุก 4 ปีรวมจำคุก 8 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 1) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2099/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:210/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,6,9,14,31,35 ฯลฯพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,7,11,47,48,54,72 ตรี,73,74,74 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,83,91 ฯลฯให้เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี ปรับ 6,000 บาทข้อหามีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี ปรับ6,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกข้อหาแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต 2 ปีปรับ 3,000 บาท ข้อหามีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 ปี ปรับ 3,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว สมควรให้โ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2100/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายวิจิตร ทิมแสง ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสองฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไม่รับอนุญาตจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลย 11 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของทนายจำเลย(อันดับ 105) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 7,91) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2101/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 7,72 ข้อหาปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอมให้ลงโทษตาม มาตรา 265 ให้จำคุก 1 ปี ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้จำคุก 1 ปี คำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนมีประโยชน์ในการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก1 ปี 4 เดือน ของกลางริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 265 และจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 60,59) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2103/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,6,7,8,26,75,76,102 ฯลฯฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก,76 วรรคแรกจำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 52,51) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน250 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2106/2532
ความว่า จำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาอีกโดยจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลฎีกาโดยเคร่งครัด หากศาลฎีกาเห็นควรให้เพิ่มหลักประกันจำเลยก็ยินยอม โปรดอนุญาต หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,6,7,8,26,75,76,102 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 1 ปี ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 จำคุก 4 เดือนรวมจำคุก 1 ปี 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 8 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75 วรรคแรก,76 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่า …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2107/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ลงโทษจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 71) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน20,000 บาท (อันดับ 21 แผ่นที่ 2,49 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2121/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี โดยให้จำเลยมารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 2 เดือนต่อครั้ง ตลอดเวลาที่รอ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือนสถานเดียว จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือนไม่รอการลงโทษ ไม่คุมประพฤติ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 29) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 23,28) คำสั่ง ศาลสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว ไม่มีเหตุจะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2122/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำไม้ยางและร่วมมีไม้ยางยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7,11,69,73 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (1),72วรรคสอง (1) จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 115) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 47) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง