มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 36 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:213/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376,91,32,33 ฯลฯ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาทฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่ชุมนุมชน จำคุก 6 เดือนปรับ 3,500 บาท ฐานยิงปืนในหมู่บ้านที่ชุมนุมชน ปรับ 500 บาทรวมลงโทษจำคุก 1 ปี 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก9 เดือน ปรับ 5,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แล้วจำเลยมีผู้รับรองความประพฤติน่าเชื่อถือได้และไม่เคยต้องโทษมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับในความผิดฐานมีอาวุธปืน ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี สถานเดียวจำเลยให้การรับสารภาพ ลด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:216/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(3)(7)(8) ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 80 แผ่นที่ 2 แผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 18,48) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์เพียงแต่พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยจึงเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2174/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,153 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคสอง จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก3 ปี 3 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้จำคุก 2 ปี และความผิดฐานหลบหนีไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จำคุก 2 เดือน รวมเป็นจำคุกจำเลย3 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 66) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 71) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2180/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,371,91 ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษจำคุก 2 ปี และฐานพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี รวมลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 15) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,5) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบด้วย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2205/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี คำขออื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (สำนวนธุรการ อันดับ 28,27) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 70,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 5,16 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2206/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,288 บทหนึ่ง และตามมาตรา 83,288ประกอบด้วย มาตรา 80 อีกบทหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 83,288 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้ขังจำเลยในระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 87) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 400,000 บาท (อันดับ 12) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสี่แสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกัน และดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2208/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุก 18 ปี ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 124) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 131) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีไม่เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2212/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 70,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 108) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 109,111,110) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 16,76 แผ่นที่ 2) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสามแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2214/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 125,124) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 51,102) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในขั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2224/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง,340 ตรี จำคุก 18 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (อันดับ 109) จำเลยที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 111) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 26) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องของจำเลยที่ 3 ชอบแล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2226/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำไม้ยางและร่วมมีไม้ยางยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 7,11,69,73 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69 วรรคสอง (1),73 วรรคสอง (1) จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 125) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 129) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง (อันดับ 128) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท ( …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2227/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 81,80) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 3,65) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสี่แสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2228/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรีจำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง,340 ตรี ที่แก้ไขแล้วประกอบด้วย มาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 77,76) ต่อมาจำเลยยื่นฎีกา (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 3,49) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2229/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกคดีหนึ่งโดยเรียกนายสมชาย วรารักษ์พงษ์ จำเลยในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำเลยมีอายุระหว่าง 17 ถึง 19 ปีลดมาตราส่วนโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 76 ให้จำคุก 8 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการที่ 1 อันดับ 30) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (สำนวนธุรการที่ 2 อันดับ 2 แผ่นที่ 13,8 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยที่ 4ยังไม่ได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2230/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,67 และ 102จำคุก 2 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 21) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 27) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2234/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่า จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 28,27) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 8) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2278/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 54,53) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาโดยตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2279/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ลงโทษจำคุก 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 55) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 2,38) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาหนึ่งแสนบาทให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2280/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ ฐานครอบครองกัญชาเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี และฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 18,25) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาโดยตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี ไม่เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2283/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยเหตุบันดาลโทสะ ตามมาตรา 72 กระทงหนึ่ง และผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 55,78 อีกกระทงหนึ่งเป็นความผิดต่างกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานฆ่าผู้อื่นให้จำคุก 10 ปี ฐานมีเครื่องกระสุนปืนฯ ให้จำคุก 3 ปีรวมจำคุก 13 ปีคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 144) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 146) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไ …