มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 37 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2284/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 59) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 130,000 บาท (อันดับ 9,27) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2285/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1),(8) ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365(3) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 335(1),(8) ฯลฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม,364,365(3) ลงโทษหนักตามมาตรา 335 วรรคสาม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 55,56) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาขอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2312/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2523 มาตรา 4,7,8,15,67,102จำคุก 1 ปี6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 9 เดือนริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบอ้างเหตุจำเป็นที่จะขอให้ปล่อยชั่วคราวและจะยื่นฎีกาภายในกำหนดต่อไป(อันดับ 49,48) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 4,35) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2316/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,83 ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจำเลย มีอายุไม่มากนักและยังเป็นนักศึกษา เห็นควรลงโทษจำเลยในสถานเบา ลงโทษปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ2,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปีแต่ไม่ลงโทษปรับ จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 28) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 30,32) ก่อนจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยตีราคาประกัน 6 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2318/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุก 3 ปี คำให้การจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 98) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 9 แผ่นที่ 3,88 แผ่นที่ 2) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2325/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคแรก,82ให้จำคุก 6 ปี จำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้วและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 35) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง คดีไม่มีเหตุสมควร ให้ยกคำร้อง(สำนวนธุรการ อันดับ 33) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (สำนวนธุรการ อันดับ 35) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตีราคาประกัน 100,000 บาท(สำนวนธุรการ อันดับ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยมีประกัน ตีราคาค่าประกันสามแสน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2326/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมและเงินสดจำนวน 240,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,84,91,334,335,264,265,268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์โจทก์จึงขอถอนฟ้องข้อหาปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมเฉพาะจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรค 2,265,268 เรียงกระทงลงโทษ ฐานรับของโจรจำคุกคนละ 6 ปี ฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานใช้ จำคุกคนละ 2 ปี รวมเป็นจำคุกคนละ8 ปี สำหรับจำเลยที่ 1 ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ถูกศาลแขวงพระนครใต้ลงโทษในความผิดอันเกิดจากการกระทำเดียวกับที่ฟ้องนี้และคดีถึง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2332/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 143) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 146,145) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 141) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 51,102) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและเรียกหลักประก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2334-2335/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และให้เรียกนายประเสริฐ ศิริวิไลศักดิ์นายสุรศักดิ์ศิริวิไลศักดิ์ ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบด้วยมาตรา 83 และเฉพาะ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 อีกบทหนึ่ง แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 3 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 203) จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2340/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 22) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 2,5 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงประกอบกับจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา เป็นเห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2346/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343,83 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 ลงโทษเรียงกระทงฐานฉ้อโกงประชาชนจำคุก 5 ปี ฐานประกอบธุรกิจจัดหางานไม่รับอนุญาตจำคุก 1 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 1 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 226) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 9,215) คำสั่ง พิเคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2362/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 340 ตรี,83 ให้จำคุก 22 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 15 ปี จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 4) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 5 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีไม่เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตนั้นชอบแล้วให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2374/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5,30,31,32,45ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91 ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานทำและขายสุราแช่ สุรากลั่น จำคุกคนละกระทงละ 6 เดือน ปรับคนละกระทงละ6,000 บาท ฐานมีภาชนะเครื่องต้มกลั่น จำคุกคนละ 2 เดือนปรับคนละ 4,000 บาท ฐานมีสุราแช่ ปรับคนละ 1,000 บาท ฐานมีสุรากลั่นปรับคนละ 1,000 บาท รวมจำคุกคนละ 1 ปี 2 เดือน ปรับคนละ 18,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 7 เดือนปรับคนละ 9,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว ความผิดฐานทำสุรากลั่น สุราแช่ จำคุกคนละ3 เดือน สถานเดียว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2380/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ซึ่งระวาง โทษจำคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี ปรากฏว่าขณะกระทำความผิด จำเลยอายุสิบเจ็ดปีสามเดือน และทรัพย์ที่จำเลยปล้นเอาไปมีราคา เล็กน้อย ทั้งผู้เสียหายก็ได้รับทรัพย์ดังกล่าวคืนไปแล้ว เห็นควรลงโทษจำเลยสถานเบาและลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง วางโทษจำคุกหกปีจำเลยรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ทั้งเป็นผู้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำยึดเสื้อของกลาง ถือว่าการกระทำ ของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง คงจำคุกสามปีคำขอนอกจากนี้ให้ยก คดีนี้เนื่องจากจำเลยมีอายุน้อยและกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ ศาลจึงได้ปรานีลงโทษจำเลย สถานเบาแต่ไม่อาจรอการลงโทษให้จำเลยได้ เพราะโทษจำคุกจำเลยมีกำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2388/2532
ความว่า ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75,76 วรรคสอง,102พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 ทวิ วรรคสองและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 อีกกระทงหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายให้จำคุก 5 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปีและความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายอีกกระทงหนึ่งเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ให้ปรับ 1,200 บาทจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนคงปฏิเสธเฉพาะข้อหาจำหน่ายเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2395/2532
ความว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7) ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษจำคุก 4 ปี คำให้การชั้นจับกุมของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงลงโทษจำคุก 3 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 76,84) จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 91,90) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ตีราคาหนึ่งแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:244/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8) และวรรคสองจำคุก 4 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริง(อันดับ 62) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 65) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 46) คำสั่ง ศาลฎีกาสั่งไม่รับฎีกาแล้ว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:245/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,83,91 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 แต่กระทงเดียวจำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268,83,91 ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 2 แต่กระทงเดียว จำคุก 2 ปีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 17 และอันดับ 18แผ่นที่ 3 สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 5 แผ่นที่ 3สำนวนธุรการ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรจะอนุญาตให้ปล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:246/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 1) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยยังเป็นนักเรียนต้องไปเรียนหนังสืออนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกัน200,000 บาท (สองแสนบาท) ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:252-253/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์จำเลยเป็นคู่ความรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265,268,341,342(1) สำนวนที่ 2 โจทก์ไม่ได้อ้างมาตรา 342(1) ดังกล่าว ศาลลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดให้จำคุกจำเลยกระทงละ 5 ปี เรียงกระทงลงโทษรวมจำคุก 10 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารวม 13,600 บาท ให้แก่บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด ผู้เสียหาย ยกฟ้องข้อหาปลอมบัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรสของสำนวนที่ 2 ริบของกลางคดีแรก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาปลอมบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265ในสำนวนแรก ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือนนอกจากที่ …