มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 6 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:9/2545
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมแล้ว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ตามพฤติการณ์ จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:9/2545
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมแล้ว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ตามพฤติการณ์ จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:90/2545
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกคำร้องของจำเลยชอบแล้วมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:99/2545
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยได้เสนอหลักประกันมาด้วยแล้ว คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ในชั้นนี้ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยโดยที่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 107/2537
แม้คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 จะไม่ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ทวิ วรรคสาม ตามที่จำเลยที่ 4 ฎีกาก็ตาม แต่คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า การปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 อาจก่อให้เกิดภัยอันตรายแก่พยานและเกิดความเสียหายแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่พิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปโดยไม่เกิดความเสียหายแก่คดีในระหว่างพิจารณาจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนกรณีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 มาจึงเป็นการไม่ถูกต้อง ไม่มีผลให้จำเลยที่ 4มีสิทธิฎีกา
- ฎีกาที่ 107/2537
แม้คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 จะไม่ถึงที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 ทวิ วรรคสาม ตามที่จำเลยที่ 4 ฎีกาก็ตาม แต่คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า การปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 4 อาจก่อให้เกิดภัยอันตรายแก่พยานและเกิดความเสียหายแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่พิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์แห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 108 เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปโดยไม่เกิดความเสียหายแก่คดีในระหว่างพิจารณาจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน กรณีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 มาจึงเป็นการไม่ถูกต้อง ไม่มีผลให้จำเลยที่ 4 มีสิทธิฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:18/2537
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันเดิม ตามบัญชีทรัพย์ที่เสนอมาพร้อมคำร้อง หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,266,268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266,341 และมาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 80 การที่จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและนำไปใช้อ้างแสดงต่อผู้เสียหายกับได้หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ก็โดยเจตนาเพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินจาก ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อ กฎหมายหลายบท ซึ่งต้องลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรกประกอบด้วย มาตรา 266 อันเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90แต่การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ใช้เป็นผู้ปลอมเอกสาร ดังกล่าวด้วย จึงต้องโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 266 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ให้จำคุกกระทงละ 3 ป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:181/2537
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา และศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน 1,000,000 บาทโดยมีจำเลยที่ 1 และนางอรพันธุ์วงศ์พัวพันธุ์ เป็นผู้ประกันร่วมกัน โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 22385 และโฉนดที่ดิน เลขที่ 7435ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายประกันทั้งสองมาเป็นหลักทรัพย์ ประกันตัวจำเลยที่ 1 แต่เนื่องจากนายประกันทั้งสองมีความจำเป็น ต้องนำที่ดินทั้งสองโฉนดซึ่งเป็นหลักทรัพย์ประกันนั้นไปขาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในการดำรงชีพ และส่งเสียอุปการะ เลี้ยงดูให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์เพื่อให้ได้รับการศึกษา อย่างต่อเนื่อง จำเลยที่ 1 จึงขอนำหลักทรัพย์และผู้ประกัน คนใหม่คือนางวิไลเลขาถาวรธนสาร มาเป็นผู้ประกันแทนคนเดิมรายละเอียดปรากฎตามคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและบัญชีทรัพย์ ที่แนบมาพร้อมคำร้องนี้ โดยบัญชีทรัพย์ระบุว่า ขอวางสมุด ฝากเงินประจำของธนาคารก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:567/2537
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันเดิมที่วางไว้ในชั้นอุทธรณ์ หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4,13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89 จำคุก 6 ปีคำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำคุก5 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาภายในกำหนดต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 บาท คำสั่ง เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1346/2536
ความว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวในระหว่างฎีกา แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ถึงแก่กรรมลงบัดนี้ผู้ร้องไม่ประสงค์จะประกันตัวจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวดังกล่าว และคืนหลักประกันแก่ผู้ร้องด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายณรงค์สุวัฒนพิมพ์ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ให้ลงโทษจำคุกคนละ 3 เดือนและปรับคนละ 2,000 บาท โทษจำคุกรอไว้คนละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ประกอบด้วยมาตรา 362,83โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยมีผู้ร้องเป็นผู้ขอประกัน (อันดับ 124 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) คดีอยู่ระหว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:191/2535
ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างระยะเวลาฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยประสงค์จะสละสิทธิ ในการฎีกา โปรดมีคำสั่งว่าจำเลยสละสิทธิฎีกาและยกเลิก การพิจารณาคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวของจำเลยด้วย หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายทองดี บัวเลิง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80,355(ที่ถูก 335) จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีอยู่ระหว่างระยะเวลาฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว (อันดับที่ 75 แผ่นที่ 2) ต่อมาทนายจำเลยซึ่งใบแต่งทนายความระบุว่า ให้มีอำนาจสละสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 79) คำสั่ง ปรากฏว่าคดีนี้ถึงที่สุดไปแล้วโดยจำเลยมิได้ยื่นฎีกาฉะนั้นจึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:192/2535
ความว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(1)(3)(7) วรรคสามซึ่งได้แก้ไขแล้ว จำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 3 ที่ 4 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 159) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 3 ที่ 4ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท(อันดับ 8,119) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ประกอบก่อนแต่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2034/2535
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฯลฯ จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 แต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกาเว้นแต่จะได้มีคำสั่งปล่อยชั่วคราว ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 15 ปี โดยไม่ลดโทษให้นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว(สำนวนธุรการ อันดับ 62 แผ่นที่ 13) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 42) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2035/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่สมควร ให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาพร้อมกับอุทธรณ์คำสั่งนี้แล้ว และนายประกันได้ยื่นเสนอหลักประกันในราคาสูงกว่าหลักประกันที่วางไว้ในระหว่างการพิจารณาของ ศาลชั้นต้น จำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่เคยมีประวัติกระทำ ความผิดใด ๆ หรือเคยหลบหนีการปล่อยชั่วคราวมาก่อนโปรดมีคำสั่งให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ด้วย หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง ข้อหาขับรถประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและมีผู้ถึงแก่ความตาย เป็นกรรมเดียวกันลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี ข้อหาไม่หยุดช่วยเหลือและไม่แสดงตัว แจ้งเหต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2411/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักประกันเดิมซึ่งวางไว้ในชั้นขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ประกอบด้วยมาตรา 83การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 4 กระทงจำคุก 8 ปี คำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาภายในกำหนด (อันดับ 57 แผ่นที่ 2, แผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 3,41 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ในชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:2677/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้วลงโทษจำคุก 8 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 31) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 33) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้ว มีคำสั่งว่าหลักประกันไม่น่าจะบังคับคดีได้ถึงราคาประกัน ให้หาหลักประกันมาเพิ่ม ถ้าเป็นหลักประกันที่มีลักษณะเป็นเงินสดไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทหลักประกันอื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งแสนบาทชั้นนี้ยังไม่อนุญาต (สำนวนธุรการ อันดับ 30,31) คำสั่ง ศาลฎีกาได้อนุญาต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:27/2535
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง,47,48 วรรคหนึ่ง,69 วรรคสอง(1),73 วรรคสอง(1) พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 6 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 19พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2525 มาตรา 4พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 6,16(2), 24,29 พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าวัง น้ำเขียวและป่าครบุรีในท้องที่ตำบลสะแกราชตำบลวังน้ำเขียวอำเภอปักธงชัยตำบลครบุรีตำบลจระเข้หินตำบลโคกกระชายอำเภอครบุรี และตำบลสระตะเคียน ตำบลโนนสมบุรณ์อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และป่าแก่งดินสอป่าแก่งใหญ่และป่าเขาสะโตนในท้องที่ตำบลบุพราหมณ์ ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติพ.ศ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:783/2535
ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสมบูรณ์ วงศ์จรัสกุล ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,371 ข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามพฤติการณ์ วางโทษจำคุก 2 ปีข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่รับอนุญาตหรือโดยไม่มีเหตุจำเป็นและ เร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย หลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1000/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76,102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปีรวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก,75 วรรคแรก, 76 วรรคสองนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 41,40) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของทนายจำเลย(อันดับ 40,42) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ชั้นอุทธร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1002/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสาวคนึงนิตย์ธรรมวัฒนะผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ให้จำคุก 2 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 61) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 63) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 62) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 60) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 3,41แผ …