มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 108
1,454 รายการ · หน้า 7 จาก 73
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1003/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุ ยังไม่เกิน 13 ปี จำคุก 5 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง,80 ด้วย เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนัก ให้ลงโทษตามมาตรา 277 วรรคสอง,80 จำคุก6 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 121,120) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 3,6,78) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาค่าประกัน 2 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1004/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 ลงโทษจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 160) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 163) ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 250,000 บาท (อันดับ 20,11) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่สมควรอนุญาตให้จำเลยได้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1005/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง,43ลงโทษจำคุกคนละ 12 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างฎีกา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 281) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณา ของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 54) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวระหว่างฎีกา ตีราคาประกันสามแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1007/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 53) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 55) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 56) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน80,000 บาท (อันดับ 6,40 แผ่นที่ 2) คำสั่ง ศาลฎีกาสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้วจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1009/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,8,15,67,102 จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 91) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน150,000 บาท (อันดับ 10,61) คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1011/2533
ความว่า ผู้ขอประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91,283 วรรค 3,317 วรรค 3 ให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานเป็นธุระจัดหาเด็กหญิงไปเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น จำคุก10 ปีฐานพรากผู้เยาว์ จำคุก 5 ปี รวมจำคุกมีกำหนด 15 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 121) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง (อันดับ 133) ผู้ขอประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 137) จำเลยและผู้ขอประกันเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์มาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง(อันดับ 119) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1019/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 จำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 89,88) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 150,000บาท (อันดับ 3,64) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1020/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยผลิตโดยการปลูกกัญชาและมีกัญชาดังกล่าวในความครอบครอง เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน วางโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3คงจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 วรรคแรก, 76 วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 75 วรรคแรกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83นอกจากที่แก้คงให้เป็น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1025/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26,75,76,102 เรียงกระทงลงโทษฐานมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายกัญชาจำคุก 2 ปี รวมลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 30) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 100,000 บาท (อันดับ 16) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้ จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1033/2533
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรก จำคุก 5 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357วรรคแรก จำคุก 5 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้น จับกุมและในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 200,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1040/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่าง ฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคแรกและวรรคสอง จำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะ ยื่นฎีกาต่อไป คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1041/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา บริษัทโชคสมุทร จำกัด ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7),83,91 เป็นสองกระทง ให้จำคุกกระทงละ 1 ปีคำให้การจำเลยในชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงลดโทษให้หนึ่งในสาม คงให้จำคุกกระทงละ 8 เดือน รวมโทษสองกระทงเป็น จำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1042/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จำคุก 3 ปี ริบแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายวงกลมปลอม นอกนั้นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการอันดับ 23) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคา ประกัน65,000 บาท (สำนวนธุรการอันดับ 1,7 แผ่นที่ 4) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1043/2533
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300,390 ลงโทษบทหนักฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 1 ปี และฐานขับรถซึ่งก่อให้เกิด ความเสียหายแก่บุคคลแล้วไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 78,160 วรรคแรก จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 สั่งว่า พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันสองแส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1044/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 257 จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 61,60) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 120,000 บาท (อันดับ 4,45) คำสั่ง คดีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุที่จะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1049/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางสำเนียง สุวรรณไขศรี มารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 จำเลยอายุไม่เกิน 20 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามจำคุกกระทงละ 8 ปี รวมสองกระทงเป็นจำคุก 16 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนธุรการ อันดับ 24) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (สำนวนธุรการ อันดับ 1,11) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1051/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 1 ปี 6 เดือน คำให้การ ของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 96) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 106,105) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 104) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน180,000 บาท (อันดับ 5,66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1059/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(1) จำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 96,95) และมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 94) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน400,000 บาท (อันดับ 5,84 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1065/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 80,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางเพลินพิศสิทธิบุศย์ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะมารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กหญิงจุติมาฆ์สิทธิบุศย์ ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี 4 เดือนนอกจากนี้แล้วให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 เดิม อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมเป็นกระทง จำคุก 5 ปี ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี4 เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1068/2533
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้ขังระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),83 ลงโทษประหารชีวิตจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 137) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000บาท (อันดับ 13,116) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาประกัน300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป