มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 218
2,852 รายการ · หน้า 24 จาก 143
- ฎีกาที่ 9216/2539
การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ลดมาตราส่วนโทษแล้วลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295ให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาจำเลยไปอบรมดูแลฯ ดังนี้เป็นกรณี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เฉพาะบทลงโทษจำเลย เป็นการแก้ไข เล็กน้อยและการให้ส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรม หรือมอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาจำเลยไปอบรมดูแลฯ ถือได้ว่า เบากว่าโทษจำคุก จึงเป็นการให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 6 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง
- ฎีกาที่ 9216/2539
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 288,80 ลดมาตราส่วนโทษแล้ว ลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 295 ให้มอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาจำเลยไปอบรมดูแลฯ ดังนี้ เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะบทลงโทษจำเลย เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และการให้ส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมหรือมอบตัวจำเลยแก่บิดามารดาจำเลยไปอบรมดูแลฯถือได้ว่าเบากว่าโทษจำคุก จึงเป็นการให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534มาตรา 6 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามมิ …
- ฎีกาที่ 9257/2539
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ5 ปี และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162(1) รวม 2 กระทงจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 14 ปี ลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก9 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,162(1) ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 147 รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปีรวมจำคุก 10 ปี ลดโทษหนึ่งในสามคงจำคุก 6 ปี 8 เดือนเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เพียงว่า เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทอันเป็นการแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยรวม 2 กระทงเช่นเดิมกระทงละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้าม ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1008/2538
ความว่า จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุก เพราะจำเลย มีรายได้น้อยไม่พอที่จะเป็นเจ้ามือสลากกินรวบได้ โปรดมีคำสั่ง ให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติทำการสืบเสาะประวัติของจำเลยเพื่อ ประกอบการวินิจฉัยต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2487 มาตรา 4,5,10,12 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 1 ปี ริบของกลาง สำหรับคำขอให้จำเลยจ่ายเงิน สินบนแก่ผู้นำจับเมื่อศาลมิได้สั่งปรับจำเลย จึงให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 29,28) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามคำร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1019/2538
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 เห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 3 ด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 142) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานใช้เอกสาร ราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่น นอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทุกข้อหา ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 139 แผ่นท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1027/2538
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้พิพากษาที่จำเลยทั้งสองขอให้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว ฎีกาตาม ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่รับฎีกา ส่วนฎีกาตามข้อ 3 ซึ่งอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น จำเลยทั้งสองมิได้ยกขึ้น ว่ากล่าวแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งมิได้บรรยาย ให้ชัดเจนว่าหนี้ตามฟ้องขาดอายุความในเรื่องอะไร เพราะเหตุใด ประกอบกับเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาข้อกฎหมายเช่นกัน จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ที่ว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาท ทั้งสี่ฉบับไม่อาจฟ้องบังคับชำระหนี้ได้ตามกฎหมายโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และฎีกาข้อ 3 ที่ว่าเช็คพิพาทขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมีสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1047/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การกระทำของจำเลยฐาน ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เป็นผลโดยตรงที่ทำให้ผู้เสียหาย บาดเจ็บสาหัสตามที่โจทก์ระบุมาในคำฟ้องหรือไม่ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 74) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี คู่ความย่อมต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1049/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกา ปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า การสอบสวนมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ส่วนข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 59) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยมิได้ โต้แย้งหรือคัดค้านคำส …
- ฎีกาที่ 1051/2538
ข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก25ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา218วรรคสอง ฎีกาว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำที่อุกอาจและจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานมิได้ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษเป็นการโต้แย้งดุลพินิจการ รับฟังพยานหลักฐานและ ดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยแก้ฎีกาว่าจำเลยกระทำผิดโดยบันดาลโทสะมิได้มีเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วมจำเลยสำนึกผิดแล้วขอให้ลดโทษจำเลยอีก5ปีเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษานอกเหนือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องทำโดยยื่นคำฟ้องฎีกาจะขอมาในคำแก้ฎีกาไม่ได้
- ฎีกาที่ 1051/2538
ข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก25 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคสอง ฎีกาว่าการกระทำผิดของจำเลยเป็นการกระทำที่อุกอาจ และจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน มิได้ให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานและดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยแก้ฎีกาว่าจำเลยกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ มิได้มีเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วม จำเลยสำนึกผิดแล้ว ขอให้ลดโทษจำเลยอีก 5 ปีเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษานอกเหนือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต้องทำโดยยื่นคำฟ้องฎีกาจะขอมาในคำแก้ฎีกาไม่ได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1068/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ฎีกาของจำเลยว่า พยานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อ จำหน่ายเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 70 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15,66 วรรคแรก เป็นความผิดสองกรรม เรียงกระทงลงโทษ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี คำให้การของจำเลยเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1069/2538
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อหาฐานกระทำชำเรา ซึ่งศาลอุทธรณ์ยืนตาม ศาลล่าง และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3ที่แก้เป็นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 24 ปี 5 เดือน 10 วัน ข้อหาพรากผู้เยาว์ให้ยกนั้น เป็นการแก้ไขมาก คดีของจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้อง ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม,317 วรรคสาม เป็นความผิด หลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษ ฐานกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรม เด็กหญิงโดยไม่ยินยอม ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฐานพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1081/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษา ซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ฎีกาแล้ว จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายหลายประการอันเกี่ยวกับ ประเด็นที่ว่าจำเลย ได้ร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงมีแง่คิดได้หลายประการ เป็นปัญหาที่ศาลฎีกา ควรจะได้วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 แต่เห็นว่าจำเลยเป็นเพียง ผู้ร่วมทำร้าย มิใช่ ผู้ที่ใช้มีดฟันผู้เสียหายจึงเห็นควรให้ลงโทษสถานเบา ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 61 แผ่นที่ 3) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1084/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยขอให้ส่งตัวจำเลยเข้าตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14,65 และอ้าง พยานที่จำเลยไม่ทราบว่ามีอยู่เพื่อสืบพยานในชั้นฎีกานั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 27) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 76 ลงโทษจำคุก 4 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ให้นำโทษจำคุก 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ ในคดีหมายเลขแดงที่ 3361/2537 ของศาลชั้นต้นนี้มาบวก เข้ากับโทษในคดีนี้ รวมเป็นจำคุก 5 เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1114/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของ จำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า "จำเลยมีความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหรือพยายามฆ่าผู้เสียหาย" เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 105) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,297 ลงโทษฐาน พยายามฆ่าซึ่งเป็นบทหนักที่สุดจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับว่า ได้ทำร้ายผู้เสียหายจริงและชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พอใจ ของผู้เสียหายแล้ว ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1129/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็น ฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 3 เดือน คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับ ฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพมาแต่เริ่มแรกและโจทก์จำเลยไม่มีการสืบพยาน จึงไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆปรากฏในสำนวน นอกจากคำบรรยายฟ้องขอโจทก์ แต่ฎีกาของจำเลย ได้บรรยายข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อขอความเห็นใจ และเป็นข้อวินิจฉัยเพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณารอการลงโทษ จำเลย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้ามือ จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1189/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิ ฟ้องคดีนี้เพราะไม่ใช่ผู้ทรงเช็คขณะฟ้องคดีโดยได้รับเงินตามเช็ค และคืนเช็คแก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดมัทธุรนนท์ ไปแล้ว และคดีเป็นอันเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 และมาตรา 3 เป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1201/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ไม่รับฎีกา จำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งมีสาระสำคัญอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 31) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12(2) ที่แก้ไขแล้วลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 3 เดือนพิจารณารายงานการสืบเสาะแล้วเห็นว่าจำเลยทราบอยู่แล้วว่า การจัดให้มีการเล่นบิลเลียดโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิด และจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน แต่ศาล ได้รอการลงโทษ โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ในความผิดฐานเดียวกันนี้ ซึ่งจำเลยเอง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1236/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกา ภายในกำหนด แต่ฎีกาจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี 8 เดือน เป็นการลงโทษจำคุกเกินกว่าห้าปี จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง,66 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและ ฐานจำหน่ายเฮโรอีน ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมสองกระทง เป็นจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและ ชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่ก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1248/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนข้อ 2.2 นั้น ถึงแม้ผลคำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผล ของคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไปได้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรจะได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา ของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า จำเลยขับรถบรรทุกสินค้ามาถึงช้ากว่ารถยนต์คันอื่นเพียง 50 นาทีเท่านั้น หาใช่ 2 ชั่วโมง ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยโดยฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญของคดี ส่วนฎีกาข้อ 2.2ที่ว่าบริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมาย หากศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทมิตซูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายแล้วย่อมมีผลให้การร้องทุกข์ และการดำเนินกระบวนพิ …