มาตราที่อ้างถึง: ป.วิ.อ. 218
2,852 รายการ · หน้า 25 จาก 143
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1269/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า พยานโจทก์เบิกความขัดแย้งกันมีข้ออันควรสงสัยแต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยและมิได้แสดงเหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยชัดแจ้ง การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาข้อกฏ หมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(4)(8) วรรคสาม ให้จำคุก 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:127/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยตามที่ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก เป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาในส่วนนี้ สำหรับฎีกาในข้อหาอื่น ไม่ต้องห้ามรับเป็นฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาทีว่า จำเลยมิใช่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นการ แก้มากและเพิ่มโทษจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรคแรกด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 109 แผ่นที่ 1, ที่ 3) ระหว่างพิจารณา นายวัชระถิรภัทรพันธ์ บิดาของผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1275/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยจำคุกไม่เกิน 5 ปี ห้ามฎีกา ข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการ รับฟังพยาน เพื่อจะไปหาปัญหาเป็นข้อกฎหมาย ยังเป็น ข้อเท็จจริงอยู่ คดีต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความและอายุความเริ่มนับเมื่อใด โจทก์เป็นผู้เสียหายและ มีอำนาจฟ้องคดีหรือไม่ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดโดยเจตนาอันเป็นการครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ และการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีผิดจากพยานหลักฐานในสำนวนและรับฟังพยานหลักฐานโดยไม่ชอบ ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น ทั้งเป็นกรณีที่ว่ากล่าว กันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 113 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมาย …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1354/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ศาลอุทธรณ์มิได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ของจำเลยกลับไปวินิจฉัยบันทึกถ้อยคำของนายสุชาติปัญญาวุฒิภูมิในข้อความที่ว่า "อย่างเก่งลื้อ ก็อยู่อีกไม่ถึงปี" ซึ่งข้อความดังกล่าวมิได้เป็นเรื่องที่จำเลยอุทธรณ์แต่ประการใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกรอไว้ 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 82) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 83) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยโต้เถียงว่าไม่ได้ กล่าววาจาดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามที่โจทก์ฟ้อง เป็นฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1391/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่า บันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.4 บัญชีของกลางคดีอาญาเอกสารหมาย จ.8และคำให้การรับสารภาพในชั้นพนักงานสอบสวนเอกสารหมาย จ.9 เป็นเอกสารปลอม เพราะจำเลยไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อ ในเอกสารทั้งสามฉบับดังกล่าวนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยข้อกฎหมายนี้คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่ ปรากฏในทางพิจารณา เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 13 ทวิ วรรคแรก ประกอบมาตรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1445/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกา ภายในกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาต แต่ฎีกาของจำเลยเป็นการ โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทราบเรื่องความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่มิได้แจ้งความร้องทุกข์เพื่อ ดำเนินคดีภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัว ผู้กระทำความผิด คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ โจทก์จึง ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องเพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว ฎีกาข้อ 3 ของจำเลยว่า คดีนี้ขาดอายุความแล้วหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เป็นการกระทำหล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1480/2538
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและคดีนี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 เพียงแต่เดินนำหน้ารถยกโฟลค์ลีฟ ที่จำเลยที่ 3 ขับมาเท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ลงมือช่วยจำเลยที่ 3 ขนย้ายตลับลูกปืน ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 325(1),(7),335 วรรคสาม,336 ทวิ ที่แก้ไขแล้ว, 83 จึงเป็นฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) วรรคสาม,336 ทวิที่แก้ไขแล้ว,83 จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1525/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีสมควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เรียงกระทงลงโทษ ให้จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวมให้จำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 71) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่าหนังสือกู้เงินเอกสารหมาย จ.10 ทำขึ้นหลังจากจำเลยออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับให้แก่นางสาววาณีแล้ว หนังสือกู้เงินดังกล่าวไม่ได้ทำต่อหน้าจำเลย การขีดฆ่าในหน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:154/2538
ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษา ที่พิจารณาพิพากษาคดีนี้รับรองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เห็นว่าข้อความที่ตัดสิน ไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด ไม่อนุญาตให้ฎีกา และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 66) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 ให้จำคุก 4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 65) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66) คำสั่ง จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยในสถานเบา และรอการลงโทษ อัน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1542/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลย คืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ด คนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ด คนได้รับชดใช้เงินจนเป็นที่พอใจ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความไม่เอาความทางแพ่งและทางอาญา กับจำเลย และได้ถอนคำร้องทุกข์แล้ว จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้เงิน ให้ผู้เสียหายทั้งยี่สิบเอ็ด คนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นางกรรณิการ์ศิริเมืองกับพวกผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6,17 การก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:157/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาเกี่ยวกับรายละเอียด อันเป็นเหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ว่าด้วยการรอการ ลงโทษ ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจเปลี่ยนแปลงดุลพินิจในการวางโทษ จำคุกที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลชั้นต้นกำหนดไว้ โดยให้รอการลงโทษ ไว้ได้ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาข้อความที่ตัดสินอันเป็นปัญหา สำคัญควรสู่ศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 39) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 43(4),157 ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ศาลอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1682/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคำฟ้องและข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบแตกต่างกันในสาระสำคัญ คำพิพากษาของศาลจึงเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในคำฟ้อง และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เนื่องจากยังไม่ได้มีการร้องทุกข์และสอบสวนในความผิด ฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 83) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุก 2 ปี คดีที่ศาลลงโทษจำเลย ฐานรับของโจร เมื่อผู้เสียหายได้รับของกลางจากการ กระทำความผิดฐานรับของโจรคืนไปแล้ว โจทก์จึงไม่อาจขอให้ จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจากความผิด ฐานลักทรัพย์เป็นเงิน 245,000 บาท แก่ผู้เสียหายอีก จึ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1685/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 วรรคหนึ่ง ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 72) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 จำคุก 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายแล้ว กรณีไม่ร้ายแรง จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้กลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้ยกฟ้องความผิดฐานบุกรุก ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1744/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า การที่ศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยอมรับว่าคำรับสารภาพในความผิดของจำเลยเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษจำเลยแล้ว แต่ข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้นทั้งสองไม่ได้มีข้อที่จำเลย ควรได้รับการพิจารณาจากวิสัยและพฤติการณ์ตลอดจนสภาพของจำเลย ที่ประสงค์ว่าได้รู้สำนึกแห่งการกระทำผิดเพราะหลงผิดไป ทั้งมีความสำนึกที่จะประกอบสัมมาชีพเป็นพลเมืองดีต่อไป จึงไม่เป็นไปตามเหตุอื่นอันควรปรานีที่ศาลจะได้พิจารณา คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงหาต้องด้วยกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมาย ได้บัญญัติในกรณีนี้โดยชัดเจนไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 7) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1745/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วม ไม่ปรากฏถ้อยคำพยานปากใดที่จะชี้ชัดว่าจำเลยปลอม และใช้เอกสารปลอม จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานและดำเนินการ เกี่ยวกับคำขอสินเชื่อ เพราะกระทำไปตามคำสั่งของ นางสาวสุดใจ พงษ์ธรรมรักษ์ กรรมการบริหารบริษัทโจทก์ร่วมและผู้บังคับบัญชาโดยตรงของจำเลยเท่านั้น โดยไม่ทราบว่า ลายมือชื่อของผู้กู้และผู้ค้ำประกันเป็นลายมือชื่อปลอม จึงเป็นการกระทำโดยขาดเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา บริษัทเงินทุนไทยเซฟวิ่ง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1769/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและ วิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาแก้ไข คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน จึงเป็นการแก้ไขมากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1782/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 124 ไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า จำเลยขอโดยสารรถไปยังกรุงเทพมหานครกับนายบุญทัน สุขเสริม เจ้าของรถโดยไม่ทราบว่าในรถมีกัญชา จำเลยไม่ได้มีเจตนา ได้ร่วมกระทำความผิดไม่ครบองค์ประกอบความผิดทางอาญานั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 97) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7,26 วรรคสอง,76 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยกระทำความผิดในขณะที่อายุ 17 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 แล้วจำคุก 1 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1799/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยมีความผิดฐาน บุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้อง แล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278,295,364,365(1)(3) การกระทำของจำเลย เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษตามกฎหมาย บทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลัง ประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1839/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 วรรคแรก ซึ่งจำเลยจำเป็นต้องยกข้อเท็จจริงขึ้นเพื่อขอความเมตตาจากศาล จึงไม่น่าจะ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 33) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษ ให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะ ของพนักงานคุมประพฤติแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษ จำคุกจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 31) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 33) คำสั่ง พิเคราะห์แ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1840/2538
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2 ก. ข.และ ค. เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ก. และ ข. ที่ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อาศัยคำพยานหลักฐานที่รับฟังไม่ได้มา ลงโทษจำเลย เป็นข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาข้อ 2 ก. และ ข. ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 62) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง จำคุก 1 ปีคำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 60) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 62) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี และที่จำเลยฎีกา ในข้อ 2 ก. และ ข. ล้วนเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับการรับฟัง พยานหลักฐานของศาลอุท …