มาตราที่อ้างถึง: ป.อ. 90
1,618 รายการ · หน้า 1 จาก 81
- ฎีกาที่ 664/2569
การที่จำเลยลักบัตร KDEBIT ที่ธนาคารออกให้แก่ผู้เสียหาย เป็นความผิดสำเร็จกรรมหนึ่งซึ่งเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ส่วนที่จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายนั้น เป็นเจตนาอีกเจตนาหนึ่งจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง แต่การที่จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายย่อมทำให้ความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดเกลื่อนกลืนอยู่กับความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดแล้ว หาได้ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดอีกกรรมหนึ่งไม่
- ฎีกาที่ 1120/2568
การจะพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดเป็นสำคัญว่ามีเจตนาเดียวกันหรือไม่ แม้การกระทำความผิดของจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 6 (10), 51 ความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารไม่บริสุทธิ์ตามมาตรา 25 (1), 58 และความผิดฐานจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม ตามมาตรา 25 (2), 59 จะเป็นความผิดที่มีองค์ประกอบความผิดและบทลงโทษแตกต่างกันก็ตาม แต่ตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องทั้งสามข้อด้วยเจตนาที่ต่างกัน การกระทำความผิดทั้งสามข้อจึงเป็นการกระทำความผิดที่ต่อเนื่องโดยมีเจตนามุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกันคือ เพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซึ่งแสดงฉลากไม่ถูกต้อง อาหารไม่บริสุทธิ์ และอาหารปลอม การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็น …
- ฎีกาที่ 2614/2568
จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร และฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการสมคบวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด แม้ยังมิได้มีการกระทำการตามที่สมคบกันก็ตาม จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมหนึ่ง ต่อมาจำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปลอมหรือเป็นเท็จ แต่เป็นการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นในภายหลังที่ความผิดทั้งสามฐานดังกล่าวสำเร็จไปแล้ว มิใช่กระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงในคราวเดียวกัน และเป็นความผิดซึ่งสามารถแยกเจตนาและการกระทำต่างจากการกระทำความผิดทั้งสามฐานดังกล่าวได้ จึงเป็นการกระทำความผิดอีกกรรมหนึ่ง
- ฎีกาที่ 3133/2568
จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อการจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการขายส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขายส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลและได้กำไร จึงเริ่มลงทุนกับจำเลย โดยการหลอกลวงแต่ละครั้งจำเลยมักจะแวะเวียนมาพูดคุยหลอกลวงชักชวนที่ร้านค้าของโจทก์เป็นประจำ ในแต่ละงวดเมื่อจำเลยจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แล้ว จะแจ้งโจทก์ว่าได้สลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำนวนกี่กล่อง ในราคาใบละกี่บาท หากนำไปขายต่อจะได้กำไรมาแบ่งกัน และถามโจทก์ว่าสนใจจะร่วมลงทุนเท่าใด บางครั้งเมื่อโจทก์ลงทุนไปแล้วจำเลยจะหลอกลวงโดยนำกำไรที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและเงินลงทุนของโจทก์บางส่วนมามอบให้แก่โจทก์เพื่อสร้างความไว้ใจ และหลอกลวงให้โจทก์ลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดถัดไปต่ออีก แสดงให้เห็นว่า การที่โจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยใ …
- ฎีกาที่ 3133/2568
จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขายส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลและได้กำไร จึงเริ่มลงทุนกับจำเลย โดยการหลอกลวงแต่ละครั้งจำเลยมักจะแวะเวียนมาพูดคุยหลอกลวงชักชวนที่ร้านค้าของโจทก์เป็นประจำ ในแต่ละงวดเมื่อจำเลยจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แล้ว จะแจ้งโจทก์ว่าได้สลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำนวนกี่กล่อง ในราคาใบละกี่บาท หากนำไปขายต่อจะได้กำไรมาแบ่งกัน และถามโจทก์ว่าสนใจจะร่วมลงทุนเท่าใด บางครั้งเมื่อโจทก์ลงทุนไปแล้วจำเลยจะหลอกลวงโดยนำกำไรที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและเงินทุนของโจทก์บางส่วนมามอบให้แก่โจทก์เพื่อสร้างความไว้ใจ และหลอกลวงให้โจทก์ลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดถัดไปต่ออีก แสดงให้เห็นว่า การที่โจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยในแต่ …
- ฎีกาที่ 3836/2568
ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ทราบว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายอาญาบ้านเมือง เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนากระทำความผิด เป็นการหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาซึ่งขัดกับคำให้การรับสารภาพ จึงถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (4) บัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำความผิดฐานใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ต้องปรับบทลงโทษจำเลยสองฐานความผิด และเมื่อจำเลยทั้งสองเป็นผู้ปลอมบัตรประจำตัวประชาชน จึงให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปลอมบัตรประจำตัวประชาชนตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มี …
- ฎีกาที่ 3911/2568
จำเลยใช้หรืออ้างแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินและแบบพิมพ์หนังสือสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีแพ่ง จำเลยมีเจตนาประสงค์จะให้โจทก์ทั้งสองชำระเงินให้แก่จำเลยตามสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวที่เป็นเอกสารปลอม ต่อมาจำเลยเข้าเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี เป็นเพียงการกระทำที่สืบเนื่องต่อมาเพื่อให้บรรลุเจตนาของจำเลยที่ประสงค์จะให้จำเลยได้รับเงินที่โจทก์ทั้งสองต้องชำระแก่จำเลยตามคำพิพากษาเท่านั้น ความผิดต่าง ๆ จำเลยก่อขึ้นโดยอาศัยเจตนาอย่างเดียวกัน ไม่ได้แยกต่างหากจากกันเป็นหลายเจตนา การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90
- ฎีกาที่ 7708/2568
ป.อ. มาตรา 91 บัญญัติถึงการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน มิได้บัญญัติว่าการกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้ การกระทำในวันเดียวกันหรือวาระเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ จำเลยปลอมหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันอันเป็นเอกสารสิทธิ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 จำนวน 3 ครั้ง วันที่ 30 สิงหาคม 2560 จำนวน 2 ครั้ง วันที่ 3 ตุลาคม 2560 จำนวน 3 ครั้ง และวันที่ 10 ตุลาคม 2560 จำนวน 2 ครั้ง และในแต่ละวันหลังจำเลยปลอมเอกสารดังกล่าวแล้ว จำเลยนำเอกสารสิทธิปลอมดังกล่าวไปใช้แสดงเพื่อฉ้อโกงผู้เสียหาย แม้จำเลยนำเอกสารสิทธิปลอมหลายฉบับนั้นไปใช้ในวันเดียวกัน โดยยื่นต่อผู้เสียหายเพื่อขออนุมัติเงินกู้จากผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายต้องพิจารณาอนุมัติเป็นรายเรื่องรายกรณีไปตามเนื้อความในเอกสารสิทธิปลอมดังกล่าว การปลอมหนังสือสัญญากู้ยืมเงินและหนังส …
- ฎีกาที่ 9087/2568
การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมจนสำเร็จความใคร่เสร็จแล้วตามฟ้องข้อ 1.1 และยังคงนอนอยู่ใกล้ ๆ ตัวโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมรู้สึกตัว จำเลยใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกงในโจทก์ร่วมแล้วใช้นิ้วสอดเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ร่วม และพยายามสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ร่วมอีกครั้งหนึ่งแต่ทำไม่สำเร็จอันเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารโดยการล่วงล้ำตามฟ้องข้อ 1.2 ความผิดฐานกระทำอนาจารโดยการล่วงล้ำตามฟ้องข้อ 1.2 จึงเป็นการกระทำต่อเนื่องจากเจตนาเดิมเกี่ยวพันกันกับการข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วมในครั้งแรกตามฟ้องข้อ 1.1 การกระทำทั้งสองครั้งจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90
- ฎีกาที่ 1154/2567
จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ว่าพิพากษาไม่ชอบอย่างไร หรือไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เพราะเหตุใด ฎีกาของจำเลยที่ 1 จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 อันเป็นการไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 216 วรรคหนึ่ง และมาตรา 225 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 จึงไม่อาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ได้ โจทก์บรรยายฟ้องและเบิกความแยกการกระทำผิดของจำเลยทั้งสองกับพวกว่า ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ถึงวันที่ 22 เมษายน 2563 เวลากลางวันต่อ …
- ฎีกาที่ 238/2567
การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม อนุมัติสั่งจ้างโดยวิธีตกลงราคา โครงการที่จำเลยที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุมและใช้รายงานการประชุมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวประกอบการพิจารณาอนุมัติ โดยจำเลยที่ 1 รู้อยู่แล้วว่าโครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมจัดซื้อจัดจ้างจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม แต่ไม่ทักท้วง กลับอนุมัติสั่งจ้างตามรายงานการประชุมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า รู้เห็นเป็นใจคบคิดวางแผนร่วมกันกระทำความผิดมาก่อน จึงเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 161 แต่จำเลยที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไม่มีหน้าที่บังคับบัญชาเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีหน้าที่รับผิดชอบทำรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นตัวการร่ว …
- ฎีกาที่ 459/2567
ความผิดฐานแปรรูปไม้ประดู่โดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานมีไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานแปรรูปไม้ประดู่และไม้สะเดาโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมีไม้ประดู่และไม้สะเดาแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์บรรยายฟ้องแยกออกเป็นข้อ ๆ ว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระแยกออกจากกัน ลักษณะของความผิดในแต่ละข้อหาเป็นความผิดคนละประเภทกัน ทั้งอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่การกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยฎีกาไม่ ส่วนความผิดฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกความผิดของจำเลยฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต กับฐานตั …
- ฎีกาที่ 459/2567
ความผิดฐานแปรรูปไม้ประดู่โดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานมีไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานแปรรูปไม้ประดู่และไม้สะเดาโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมีไม้ประดู่และไม้สะเดาแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์บรรยายฟ้องแยกออกเป็นข้อ ๆ ว่าจำเลยได้กระทำการอันเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระแยกออกจากกัน ลักษณะของความผิดในแต่ละข้อหาเป็นความผิดคนละประเภทกัน ทั้งอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแตกต่างแยกจากกันได้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่การกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยฎีกาไม่ ส่วนความผิดฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกความผิดของจำเลยฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาต กับฐานตั …
- ฎีกาที่ 5893/2567
พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมมีพฤติการณ์ใดอันจะเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อจำเลยซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์บุตรชายแล่นสวนทางมา จำเลยย่อมสามารถใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าหรือยิงไปทางอื่นเพื่อข่มขู่โจทก์มิให้ทำร้ายจำเลยได้ ไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 2 นัด ติดต่อกัน การกระทำของจำเลยจึงเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 69 ทั้งตามพฤติการณ์แห่งคดีย่อมเห็นได้ว่าความสำคัญผิดของจำเลยดังกล่าวเกิดขึ้นโดยความประมาทของจำเลย เนื่องจากจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือยิงว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้ายจริงหรือไม่ จำเลยย่อมมีความผิดฐานกระทำโดยประ …
- ฎีกาที่ 746/2567
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองทำให้เกิดความเสียหายแก่ป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร อยู่ในชั้นคุณภาพพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดินภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ 62 ไร่ 25 ตารางวา เป็นการฟ้องขอให้ลงโทษทั้งสองตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 31 วรรคสอง และ 31 วรรคสอง (3) เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ มาตรา 31 วรรคสอง และ วรรคสอง (3) แต่ในระหว่างความผิดฐานร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 วรรคสอง กับฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารตามมาตรา 31 วรรคสอง (3) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย …
- ฎีกาที่ 746/2567
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองทำให้เกิดความเสียหายแก่ป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร อยู่ในชั้นคุณภาพพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดินภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ 62 ไร่ 25 ตารางวา เป็นการฟ้องขอให้ลงโทษทั้งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 31 วรรคสอง และ 31 วรรคสอง (3) เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติฯ มาตรา 31 วรรคสอง และ วรรคสอง (3) แต่ในระหว่างความผิดฐานร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 วรรคสอง กับฐานร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ตามมาตรา 31 วรรคสอง (3) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อ …
- ฎีกาที่ 89/2567
คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปรากฏว่า จำเลยกับพวกมีเจตนาประการเดียวคือมุ่งประสงค์ที่จะหลอกลวงเพื่อที่จะให้เงินของผู้เสียหายที่ 3 ที่โอนเงินชำระค่าสินค้าที่ตกลงสั่งซื้อจากผู้เสียหายที่ 1 นั้นเอง ความผิดฐานร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ฐานร่วมกันแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นฐานร่วมกันปลอมเอกสารและฐานร่วมกันใช้เอกส …
- ฎีกาที่ 910/2567
โจทก์บรรยายฟ้องว่า วันเกิดเหตุจำเลยทั้งสิบหกร่วมกันประกาศโฆษณาหรือชักชวนผู้อื่นให้เข้าเล่นการพนันบาการา สล๊อทแมชีน สลากกินรวบ และทายผลฟุตบอลออนไลน์ บนเว็บไซต์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊ก พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตรวมกันมาในข้อเดียวกัน ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ปรากฏชัดเจนว่าจำเลยทั้งสิบหกร่วมกันประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้เล่นการพนันแต่ละประเภทแยกต่างหากออกจากกันเป็นแต่ละกรรมต่างกัน ทั้งคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ก็ไม่ได้อ้าง ป.อ. มาตรา 91 มาด้วย แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสิบหกฐานร่วมกันประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันหลายประเภทตามที่กล่าวในฟ้องเป็นความผิดกรรมเดียวกัน และต้องถือตามคำฟ้องของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสิบหกมีเจตนาเดียวจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว
- ฎีกาที่ 2502/2566
กองบังคับการปราบปรามนั้น ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จึงมีอำนาจสอบสวนคดีได้ทั่วราชอาณาจักรตามกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เพื่อที่จะไม่ให้ขัดแย้งหรือซ้ำซ้อนกับอำนาจของพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุโดยตรง โดยให้คดีในลักษณะต่าง ๆ ที่ถือว่ามีความสำคัญหรือยุ่งยากเป็นพิเศษ เพื่อให้อยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เช่น เมื่อได้มีการรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ดำเนินการแล้ว พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามก็มีอำนาจทำการสอบสวนไปได้ก่อนในเบื้องต้นพร้อมทั้งทำเรื่องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อทราบและให้มีคำสั่งอนุญาตให้ทำการสอบสวนต่อไปตามระเบียบ ดังนั้น เอกสารที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามรวบรวมไว้ ย่อมเป็นเอกสารที่ได้มาโดยถูกต้องชอบดัวยกฎหมาย แม้ภายหลังผู้บังคับบัญชาจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการสอบสวนต่อไป ก็เป็นเพีย …
- ฎีกาที่ 2934/2566
จำเลยที่ 1 ตำแหน่งนายกเทศมนตรี มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย กับมีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อและสั่งจ้างในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 จำเลยที่ 1 ลงนามอนุมัติสั่งซื้อและสั่งจ้างโดยทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างดีแล้วว่าการดำเนินการจ้างเหมาประกอบอาหารขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 1 จะอ้างเหตุไม่รู้ระเบียบมาเป็นข้อแก้ตัวเพื่อให้พ้นความรับผิดหาได้ไม่ ส่วนจำเลยที่ 2 ในฐานะปลัดเทศบาล มีหน้าที่ควบคุมดูแลราชการประจำของเทศบาลให้เป็นไปตามนโยบาย แม้จะไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบระเบียบการดำเนินการจ้างโดยตรง และไม่มีอำนาจอนุมัติการจ้าง รวมทั้งไม่มีหน้าที่ในการตรวจรับการจ้างก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบรายงานที่ต้องเสนอจ …