ปี พ.ศ.: 2530
3,362 รายการ · หน้า 16 จาก 169
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1366/2530
ความว่า โจทก์ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 10 ที่ 12 ถึงที่ 15 และที่ 17 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ค่าจ้างหรือประโยชน์อื่นใดในระหว่างปิดงานนั้น เป็นค่าเสียหายซึ่งเป็นดุลพินิจของศาล ต้องห้ามอุทธรณ์เพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ทั้งเก้าเห็นว่า โจทก์ทั้งเก้าอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางพิพากษาไม่ตรงกับประเด็นแห่งคดี เป็นการบอกฟ้อง นอกสำนวน ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52โดยโจทก์ทั้งเก้ามิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย หากฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้ชำระค่าจ้าง ค่าครองชีพ เบี้ยขยัน โบนัส ค่าพักผ่อนประจำปีและเงินช่วยเหลือการพบปะสังสรรค์ ปี 2528 คนละ 200 บาทให้กับโจทก์ทั้งเก้าตามสัญญาจ้างและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่ศาลแรงงานกลางกลับพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งเก้า ซึ่งปัญหาที่ว่าศาล …
- ฎีกาที่ 1367/2530
เจ้าพนักงานประเมินมีหมายเรียกถึงโจทก์รวม 2 ครั้งโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แจ้งให้โจทก์ไปให้ถ้อยคำชี้แจงประกอบการตรวจสอบไต่สวน และให้โจทก์ส่งมอบบัญชีพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานประกอบการลงบัญชีไปให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบด้วย พนักงานไปรษณีย์มิได้นำส่งหมายเรียกยังภูมิลำเนาของโจทก์ แต่นำไปส่งไว้ที่ตู้ไปรษณีย์ซึ่งโจทก์เช่าไว้ โจทก์ให้พนักงานของโจทก์ไปรับหมายเรียกดังกล่าวมาโดยถูกต้อง ถือได้ว่าโจทก์ทราบหมายเรียกของจำเลยโดยชอบแล้ว โจทก์จะอ้างว่าการส่งหมายเรียกไม่ถูกต้อง และถือเป็นเหตุไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของจำเลยหาได้ไม่ ดังนั้นการที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามหมายเรียกของจำเลยโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานของจำเลยจึงมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระไปยังโจทก์ได้ และในกรณีนี้ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 21, 88 ประกอบมาตรา 87 (3) เมื …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1367/2530
ความว่า คดีนี้ จำเลยได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยมีความประสงค์ขอถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาดังกล่าว โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 73) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 จำคุก 2 ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 66) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา(อันดับ 72) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาได้
- ฎีกาที่ 1368/2530
ในชั้นพิจารณาคู่ความแถลงว่าตกลงกันได้ ฝ่ายจำเลยจะหาเงินมาซื้อที่ดินและบ้านพิพาทคืน โดยจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์ทั้งหมดภายในเวลา 2 เดือนแล้วโจทก์จะถอนฟ้องคดีนี้ แต่เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินภายในกำหนด และโจทก์แถลงว่าจะไม่ให้เวลาจำเลยอีก ถือได้ว่าโจทก์บอกเลิกข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ดังนี้การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาขับไล่จำเลยจึงไม่ชอบ ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป.
- ฎีกาที่ 1368/2530
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยขายฝากให้แก่โจทก์ระหว่างพิจารณาคู่ความแถลงว่าคดีตกลงกันได้ ฝ่ายจำเลยจะหาเงินมาซื้อที่ดินและบ้านพิพาทคืนภายในเวลา 2 เดือน แล้วโจทก์จะถอน ฟ้องแต่เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินภายในกำหนด โจทก์แถลงว่านัดนี้จะไม่ให้เวลาจำเลยอีก ถือได้ว่าโจทก์บอกเลิกข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาขับไล่จำเลย จึงไม่ชอบ ศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไป.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1368/2530
ความว่า คดีนี้ โจทก์ที่ 2 ได้ยื่นอุทธรณ์ไว้ แต่เนื่องจากโจทก์ที่ 2 สามารถตกลงกับจำเลยได้ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไปจึงขอถอนอุทธรณ์ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 28) คดีหมายเลขแดงที่ 2635/2530 นี้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกสองสำนวน โดยเรียกโจทก์ในคดีนี้ว่าโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 ฟ้องขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมค่าจ้างเท่าเดิม นับอายุการทำงานต่อจากอายุเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการเลิกจ้าง และให้จ่ายค่าเสียหายในอัตราวันละ 75 บาทนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับกลับ หากไม่รับกลับให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เป็นเงิน 7,950 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 1,766 บาท ค่าเสียหาย เป็นเงิน 5,000 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นเงิน 530 บาทและเงินโบนัสเป็นเงิน 2,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในยอดเงินดังกล่าวข้างต้น นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1369/2530
ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาจึงไม่รับ โจทก์ร่วมเห็นว่า โจทก์ร่วมฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นกล่าวคือโจทก์ร่วมฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าเช็คพิพาทไม่ใช่เช็คค้ำประกัน เมื่อจำเลยสั่งจ่ายเงินตามเช็คจำเลยต้องรับผิดตามข้อความในเช็ค และการที่จำเลยห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็ค จำเลยจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 หรือไม่ นอกจากนั้นฎีกาข้อ 2.4 และ 2.5 ก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกันโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วม หมายเหตุ จำเลยยื่นคำแก้อุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 75) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฯลฯ ระหว่างพิจารณา นางประไพคล้ายลำเจียก ผู้เสียหายขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ร่วมอุทธร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:137/2530
ความว่า โจทก์ฎีกา หากบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้วจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่โจทก์และประชาชนที่ใช้ทางพิพาทสัญจรไปมาเป็นอย่างยิ่งโปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยที่ 1 และที่ 3 แถลงคัดค้าน (อันดับ 163) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ในสภาพที่เป็นถนนในปัจจุบันนี้ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งหมดให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งหมด หากจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่ไปจดทะเบียนก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 4 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินของจำเลยที่ 1 และที่ 3ในส่วนที่เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินของโจทก์กว้าง 4 เมตร ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งหมด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 157,156) คำสั่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1370/2530
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ระหว่างพิจารณา นายตัน ฮกเส็งหรือนายฮกเส็งแซ่ตันขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบด้วยมาตรา 84 วรรคสอง และมาตรา 52,53จำคุก 16 ปี 8 เดือน ฯลฯ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 4ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งคำร้องว่า พิเคราะห์แล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 4 จึง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1371/2530
ความว่า เนื่องจากก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และที่ 2 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย คดีอยู่ระหว่างฎีกา ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิง กรุงเทพมหานคร และจำเลยนี้เคยเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และที่ 2 รายใหญ่อยู่ในท้องที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา มีพรรคพวกมากและมีอิทธิพลสูงในเขตจังหวัดพังงา หากนำตัวจำเลยมาดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดพังงา อาจเกิดเหตุร้ายหรือจะเกิดความไม่สงบ ขัดขวางต่อการพิจารณาได้ อีกทั้งเรือนจำจังหวัดพังงาสภาพโดยทั่วไปไม่มั่นคงแข็งแรง และมีอำนาจการคุมขังนักโทษซึ่งต้องโทษจำคุกเพียงกำหนดไม่เกิน 10 ปี หากนำมาคุมขังไว้ อาจเกิดความเสียหายได้ด้วยเหตุดังกล่าว โปรดโอนคดีนี้ไปพิจารณายังศาลอาญา โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177และขอให้สั่งนับโทษจำเลยต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1372/2530
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะฎีกาข้อ ก. เท่านั้น ส่วนฎีกาข้อ ข. และข้อ ค. มีคำสั่งไม่รับเพื่อประโยชน์แห่งคดี โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยข้อ ข.และข้อ ค. ไว้เป็นคำแถลงการณ์ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดรวม 64 กรรม เรียงกระทงลงโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี รวมโทษทุกกระทงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(3) จำคุก 50 ปี คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 25 ปี จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาเฉพาะข้อ ก. ส่วนฎีกาข้อ ข. และข้อ ค. ไม่รับ (อันดับ 55) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาข้อ ข. และข้อ ค.ของจำเลย ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง (อันดับ 63 แผ่นที่ 2) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้อง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1373/2530
ความว่า เนื่องจากนายวิง อ่อนสำลี ได้ยื่นโฉนดที่ดินเลขที่ 3385 ตำบลลำผักชี อำเภอหนองจอก (เจียระดับ) กรุงเทพมหานครไว้เป็นหลักประกันนายขจร แสงรักษ์ จำเลยที่ 3 ต่อศาล บัดนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 3 พ้นข้อหาแล้ว ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของนายวิง อ่อนสำลี ดังปรากฏตามสำเนาคำสั่งที่ได้แนบมาท้ายคำร้องนี้ มีความประสงค์ขอถอนหลักประกันดังกล่าวไปจากศาล โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ปรับคนละ 1,000 บาท ฯลฯ ส่วนจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้อง ฯลฯ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 มีอายุ 19 ปี พิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก2 ปี 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท จำเลยที่ 1 นำสืบรับว่าได้เ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1374/2530
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์เห็นว่า โจทก์ได้อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของโจทก์ไม่ถือว่าเป็นความผิด เพราะในขณะนั้นจำเลยยังไม่มีระเบียบหรือคำสั่งห้ามไว้ จำเลยเพิ่งออกคำสั่งใช้บังคับในภายหลังคำสั่งดังกล่าวไม่ควรมีผลย้อนหลัง จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างเป็นเหตุเลิกจ้างได้ นอกจากนี้โจทก์ไม่เคยกระทำความผิดใดมาก่อน และการกระทำของโจทก์ก็มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย แต่จำเลยกลับเลิกจ้างโจทก์เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่พนักงานอื่น ๆ เช่นนี้ย่อมไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์จึงมิใช่เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์เพื่อพิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 118) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน 2,475.20 บาท และสิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1375/2530
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยเห็นว่า โจทก์ได้กระทำผิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 47(1)(2)(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากจำเลย ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยต้องรับผิดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นการปรับบทผิด จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญแห่งคดีควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยนอกจากนี้จำเลยยังได้อุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการกระทำของโจทก์ไม่ร้ายแรงนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นยุติแล้ว จึงเป็นการคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมาย หาใช่ปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไว้ไม่ โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 119) ศาลแรงงาน …
- ฎีกาที่ 1376/2530
คดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดในคดีแรงงาน เป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงาน เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้เฉพาะแต่ในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้น ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54.
- ฎีกาที่ 1376/2530
ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ต่อศาลแรงงานกลาง คดีจึงเป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงาน การอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามวิธีที่ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54กล่าวไว้โดยเฉพาะ นั่นคือ จะกระทำได้ก็แต่เฉพาะ การอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้น จะอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หลังจากพ้นกำหนดให้อุทธรณ์นั้นแล้วมิได้.
- ฎีกาที่ 1376/2530
คดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดในคดีแรงงาน เป็นคดีที่สืบเนื่องมาจากคดีแรงงาน เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้เฉพาะแต่ในข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้อ่านคำสั่งนั้น ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1376/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางฉลวยอ่วมเถื่อน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,83,371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72 ทวิ,78 ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 10 ปี ฐานพา จำคุก 5 ปี เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่ต้องนำโทษจำคุกในกระทงหลังมารวม ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 222,230,229) จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง(อันดับ 221) ศาลชั้นต้นอนุญาต …
- ฎีกาที่ 138/2530
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 จัตวา วรรคสี่แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่ามุ่งประสงค์จะให้ผู้มีสิทธิรับเงินอากรคืนเพราะเหตุที่ได้ชำระไว้เกินจำนวนอันพึงต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ได้รับดอกเบี้ยของเงินที่จะได้รับคืนในอัตราร้อยละ 0.625 ต่อเดือน หรือร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินที่จะได้รับคืนนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระค่าอากรนั้น หาใช่นับตั้งแต่วันฟ้องไม่กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติศุลกากรโดยเฉพาะ จึงจะนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224 ว่าด้วยผิดนัดมาใช้บังคับมิได้.
- ฎีกาที่ 138/2530
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 112 จัตวา วรรคสี่ แสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่ามุ่งประสงค์จะให้ผู้มีสิทธิรับเงินอากรคืนเพราะเหตุที่ได้ชำระไว้เกินจำนวนอันพึงต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ได้รับดอกเบี้ยของเงินที่จะได้รับคืนในอัตราร้อยละ 0.625 ต่อเดือน หรือร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินที่จะได้รับคืนนับตั้งแต่วันที่ได้ชำระค่าอากรนั้น หาใช่นับตั้งแต่วันฟ้องไม่กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติศุลกากรโดยเฉพาะ จึงจะนำบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยผิดนัดมาใช้บังคับมิได้