ปี พ.ศ.: 2530
3,362 รายการ · หน้า 23 จาก 169
- ฎีกาที่ 146/2530
กระบวนพิจารณาคดีการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 บัญญัติไว้เป็นพิเศษในมาตรา 78 และ 79 ว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งในคดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่กฎหมายมอบหมายให้ศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งกระทำการแทนศาลฎีกา ส่วนความเห็นของศาลหนึ่งศาลใดดังกล่าวที่ได้ส่งมายังศาลฎีกาพร้อมกับสำนวนนั้นก็เป็นเพียงข้อเสนอแนะต่อศาลฎีกาโดยตรง ไม่มีลักษณะเป็นคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียจะโต้แย้งคัดค้านได้ และในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีศาลฎีกาก็มิได้ถูกผูกมัดโดยความเห็นของศาลหนึ่งศาลใดดังกล่าวนั้นด้วย ในกรณีที่เห็นสมควร ศาลฎีกาอาจจะมีคำวินิจฉัยคดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปได้โดยไม่จำต้องรอฟังความเห็นของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง. ในคดีคัดค้านการเลือกตั้ง …
- ฎีกาที่ 146/2530
กระบวนพิจารณาคดีการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 บัญญัติไว้เป็นพิเศษในมาตรา 78 และ 79 ว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งในคดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่กฎหมายมอบหมายให้ศาลจังหวัดหรือศาลแพ่งกระทำการแทนศาลฎีกา ส่วนความเห็นของศาลหนึ่งศาลใดดังกล่าวที่ได้ส่งมายังศาลฎีกาพร้อมกับสำนวนนั้นก็เป็นเพียงข้อเสนอแนะต่อศาลฎีกาโดยตรง ไม่มีลักษณะเป็นคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีที่คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียจะโต้แย้งคัดค้านได้ และในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีศาลฎีกาก็มิได้ถูกผูกมัดโดยความเห็นของศาลหนึ่งศาลใดดังกล่าวนั้นด้วย ในกรณีที่เห็นสมควร ศาลฎีกาอาจจะมีคำวินิจฉัยคดีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปได้โดยไม่จำต้องรอฟังความเห็นของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง ในคดีคัดค้านการเลือกตั้งส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:146/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่ศาลสูงอาจเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 136แผ่นที่ 6) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน103,257 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน88,671.33 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทนายโจทก์และจำเลยที่ 2 ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 132,135,134) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 2 นำสลากออมสินพิเศษ รวมมูลค่าเป็นเงิน 126,500 บาทของนายวุฒิชัยจันทร์รุ่งสกุล มาวางเป็นหลักประกัน และนายวุฒิชัยจันทร์รุ่งสกุล ได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 120,122,124) คำสั …
- ฎีกาที่ 1460/2530
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยขัดขวางการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ เอกสารที่จำเลยมอบอำนาจให้ตัวแทนในประเทศไทยดำเนินการในเรื่องคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงมิใช่เอกสารตามที่กฎหมายต้องการดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 หากแต่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ในการนำสืบเมื่อจำเลยปฏิเสธ แต่เมื่อคำให้การของจำเลยมิได้ปฏิเสธคำฟ้องที่ว่าจำเลยตั้ง ป.เป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจในเรื่องนี้ จึงต้องฟังดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศได้ตั้งให้ ป.ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยเป็นตัวแทนมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยโดยระบุสถานที่ส่งบัตรหมายถึงจำเลยในประเทศไทยไว้ในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยว่าให้ส่งที่ตัวแทน ตามที่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 มาตรา 10 กำหนดไว้ ถือได้ว่าจำเลยได้เลือกเอาภูมิลำเนาของ ป.ตัวแทนของจำเลยเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการเพ …
- ฎีกาที่ 1460/2530
โจทก์ฟ้องว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย ขอให้ห้ามจำเลยขัดขวางการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ ดังนั้นเอกสารที่จำเลยมอบอำนาจให้ตัวแทนในประเทศไทยมีสิทธิเด็ดขาดในการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงมิใช่เอกสารตามที่กฎหมายต้องการให้แนบมาท้ายฟ้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง หากแต่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ในการนำสืบเมื่อจำเลยปฏิเสธ แต่ในคำให้การของจำเลยมิได้ปฏิเสธในเรื่องดังกล่าวจึงต้องฟังดัง ที่โจทก์ฟ้อง จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศได้ตั้งให้ ป. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยเป็นตัวแทนมีอำนาจทำการแทนจำเลยในเหตุแห่งคดีนี้ โดยระบุสถานที่ส่งบัตรหมายถึงจำเลยในประเทศไทยไว้ในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยว่าให้ส่งที่ตัวแทนตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 มาตรา 10 จึงถือได้ว่าจำเลยได้เลือกเอาภูมิลำเนาของ ป. ตัวแทนจำเลยเป็นภูมิ …
- ฎีกาที่ 1461/2530
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยลงนามในหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เข้าไปจัดการทรัพย์พิพาท ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่จำเลยทำไว้กับโจทก์และเรียกค่าเสียหาย เป็นคำฟ้องเกี่ยวกับตัวทรัพย์ หากจำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้อื่นก่อนศาลพิพากษา โจทก์ย่อมไม่สามารถเข้าจัดการให้เป็นไปตามความประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญา และอาจไม่ได้รับชำระค่าเสียหาย โจทก์จึงขออายัดทรัพย์พิพาทไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการกระทำที่จำเลยถูกฟ้องร้อง.
- ฎีกาที่ 1461/2530
คำฟ้องของโจทก์ที่ขอให้จำเลยลงนามในหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เข้าไปจัดการทรัพย์พิพาท ที่ดิน ตึก อาคารพาณิชย์ และโรงแรมตามสัญญาจะซื้อจะขายที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ทั้งเรียกค่าเสียหายมาด้วยนั้น ถือว่าเป็นคำฟ้องที่เกี่ยวกับตัวทรัพย์ โจทก์ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดทรัพย์พิพาทไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่จำเลยถูกฟ้องร้อง.
- ฎีกาที่ 1462/2530
เงินบำเหน็จพิเศษที่โจทก์จ่ายเข้าบัญชีของพนักงานโดยให้พนักงานโอนเงินดังกล่าวมาเป็นเงินประกันตัว แล้วฝากเข้าบัญชีเงินฝากประจำของพนักงานแต่ละคนนั้น โจทก์มีระเบียบว่า พนักงานจะเบิกเงินในบัญชีเงินฝากประจำไม่ได้จนกว่าจะออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ ถ้าทำความเสียหายโจทก์มีสิทธิหักเงินจำนวนดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายได้ เงินบำเหน็จพิเศษดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์จ่ายให้แก่พนักงานโดยเด็ดขาด เป็นเพียงรายจ่ายที่ต้องจ่ายในอนาคต จึงเป็นเงินสำรองตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (1) โจทก์ไม่มีสิทธินำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ การที่โจทก์พยายามออกระเบียบและใช้วิธีการทางบัญชีเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แม้โจทก์จะให้ความสะดวกแก่จำเลยในการตรวจสอบบัญชี ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เสียภาษีเงินได้ไม่ครบถ้วนโดยสุจริตจึงไม่มีเหตุควรงดหรือลดเงินเพิ่ม.
- ฎีกาที่ 1462/2530
เงินบำเหน็จพิเศษที่โจทก์จ่ายเข้าบัญชีของพนักงานโดยให้พนักงานโอนเงินดังกล่าวมาเป็นเงินประกันตัว แล้วฝากเข้าบัญชีเงินฝากประจำของพนักงานแต่ละคนนั้น โจทก์มีระเบียบว่า พนักงานจะเบิกเงินในบัญชีเงินฝากประจำไม่ได้จนกว่าจะออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ถ้า ทำความเสียหายโจทก์มีสิทธิหักเงินจำนวนดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายได้เงินบำเหน็จพิเศษดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์จ่ายให้แก่พนักงานโดยเด็ดขาดเป็นเพียงรายจ่ายที่ต้องจ่ายในอนาคต จึงเป็นเงินสำรองตาม ป.รัษฎากร มาตรา 65 ตรี (1) โจทก์ไม่มีสิทธินำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ การที่โจทก์พยายามออกระเบียบและใช้วิธีการทางบัญชีเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แม้โจทก์จะให้ความสะดวกแก่จำเลยในการตรวจสอบบัญชี ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เสียภาษีเงินได้ไม่ครบถ้วนโดยสุจริตจึงไม่มีเหตุควรงดหรือลดเงินเพิ่ม.
- ฎีกาที่ 1463/2530
บริษัทจำเลยกำหนดให้พนักงานขับรถยนต์ส่วนกลางเข้าทำงานวันละ 24 ชั่วโมง หยุดพักวันรุ่งขึ้น 24 ชั่วโมง ต่อมาจำเลยดำริให้เปลี่ยนเป็นทำงานเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง แต่พนักงานขับรถยนต์ของจำเลยขอให้กำหนดเวลาทำงานเช่นเดิมโดยอ้างว่าต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งจำเลยก็ได้ตกลงยินยอมกำหนดเวลาทำงานของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ใช้บังคับได้ หาขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ เมื่อโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยในภายหลังก็ย่อมต้องถูกผูกพันตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าว การทำงานของโจทก์จึงมิใช่เป็นการทำงานนอกเวลาทำงานปกติอันจะมีสิทธิเรียกเอาค่าล่วงเวลาจากจำเลยได้ ระเบียบของจำเลยกำหนดว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุและได้รับการพิจารณาถึงที่สุด พขร.(พนักงานขับรถ)เป็นฝ่ายผิดพขร.ที่ทำหน้าที่ขับรถจะต้องรับผิดชอบร้อยละหกสิบ ส่วน พขร.ที่นั่งคู่จะต …
- ฎีกาที่ 1463/2530
บริษัทจำเลยกำหนดให้พนักงานขับรถยนต์ส่วนกลางเข้าทำงานวันละ24 ชั่วโมง หยุดพักวันรุ่งขึ้น 24 ชั่วโมง ต่อมาจำเลยดำริ ให้เปลี่ยนเป็นทำงานเป็นผลัด ผลัดละ 8 ชั่วโมง แต่พนักงานขับรถยนต์ของจำเลยขอให้กำหนดเวลาทำงานเช่นเดิม โดยอ้างว่าต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นซึ่งจำเลยก็ได้ตกลงยินยอมกำหนดเวลาทำงานของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ใช้บังคับได้ หาขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ เมื่อโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยในภายหลัง ก็ย่อมต้องถูกผูกพันตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าว การทำงานของโจทก์จึงมิใช่เป็นการทำงานนอกเวลาทำงานปกติอันจะมีสิทธิเรียกเอาค่าล่วงเวลาจากจำเลยได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1466/2530
ความว่า ผู้ร้องฎีกา มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้อย่างแน่นอน โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลำปางได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 141) มูลกรณีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ประกันตัวจำเลย ไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาลตามนัด จึงผิดสัญญาประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปรับผู้ร้องตามสัญญาประกันและให้ผู้ร้องนำค่าปรับมาชำระภายใน 7 วันต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2529 ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์นั้น จำเลยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ปรากฏตามใบรับรองแพทย์ที่ทนายจำเลยได้เสนอต่อศาลชั้นต้นพร้อมคำร้องขอเลื่อนคดีเนื่องจากตัวจำเลยป่วยในวันนัดดังกล่าวแล้ว การที่ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจริงและมีคำสั่งปรับผู้ร้องตามสัญญาประกันนั้นจึงเป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งให้งดการสั่งปรับผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1467/2530
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (สำนวนตอน 2 อันดับ 49) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 393/2527 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกสองสำนวนซึ่งคดีถึงที่สุดโดยคู่ความได้ตกลงประนีประนอมยอมความกันในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ได้แยกพิจารณาและพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนดังกล่าวตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปเสร็จแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 908,300 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่5 มกราคม 2523 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 เสีย จำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนตอน 2อันดับ 37,36) จำเลยที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 3 นำโฉนดที่ดินซึ่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1468-1469/2530
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 120) คดีสองสำนวนนี้ โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอื่นอีกห้าสำนวนซึ่งคดีถึงที่สุดแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น โดยเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนนี้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3ตามลำดับ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ขับไล่จำเลยที่ 2 และที่ 3พร้อมทั้งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์ในโฉนดเลขที่ 3011 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนาจังหวัดนครนายก ตามแผนที่พิพาทกลางหมาย จล.1 แปลงที่ 15และ 27 ตามลำดับ ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 800 บาท และ 1,400 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์ดังกล่าว คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:147/2530
ความว่า คดีนี้โจทก์จำเลยตกลงกันได้ โดยจำเลยได้ชำระหนี้รวมทั้งสิ้น 1,500,000 บาท ให้แก่โจทก์จนพอใจแล้ว โจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องหนี้สินเกี่ยวกับคดีนี้อีกต่อไป จำเลยจึงขอถอนฟ้องฎีกาและโปรดคืนค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่จำเลยเป็นกรณีพิเศษด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้าน (อันดับ 98) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ จำนวน 1,816,078.21 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา (อันดับ 86) จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยทนายความผู้มีอำนาจถอนฟ้องลงชื่อในคำร้อง (อันดับ 98) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนฟ้องฎีกาได้คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย 3 ใน 4 จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความศาลฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1470/2530
ความว่า จำเลยฎีกาฉบับลงวันที่ 29 กันยายน 2530ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ กและข มิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับ ส่วนฎีกาข้อ คถึงข้อซเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมด และจำเลยฎีกาฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2530 อีก ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกามาแล้วเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2530 นี้เอง ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้ว วันนี้จำเลยมายื่นฎีกาเป็นทำนองเดียวกันกับฎีกาฉบับเดิมอีก จึงไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาทั้งสองฉบับของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกข้อสำหรับฎีกาฉบับแรกข้อ กและข้อข เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง จำเลยมีสิทธิที่จะกล่าวอ้างขึ้นในชั้นฎีกาได้ และข้อ คถึงข้อซ เป็นฎีกาในปัญหาข้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1471/2530
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ โจทก์เห็นว่า การกล่าวข้อเท็จจริงในฎีกาเป็นการยกให้ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงใดที่มีอยู่ในสำนวนแต่ศาลมิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัยหรือวินิจฉัยแล้วแต่คลาดเคลื่อน เป็นการไม่ชอบด้วยการรับฟังพยานหลักฐานเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และฎีกาที่ว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดเพราะรู้สำนึกในการกระทำและขณะเดียวกันจำเลยประสงค์ต่อผล หรือย่อมเล็งเห็นผลนั้น ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ขอศาลฎีกาโปรดวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง หมายเหตุ จำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358,359,362,363,365,83,84 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43) โจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1472/2530
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72 กระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371กระทงหนึ่ง ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ประกอบมาตรา 80 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ก่อนสืบพยานโจทก์เสร็จและคำให้การชั้นสอบสวนในความผิดฐานพยายามฆ่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก7 ปี 8 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยมีคำร้องประกอบ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1473/2530
ความว่า คดีนี้ จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 5,6,25,27,59 จำคุก 1 ปีจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ของกลางริบ จำเลยฎีกา (อันดับ 27) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 29) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา จำหน่ายคดี
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1474/2530
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน (อันดับ 109) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ที่พิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 94,107) ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์แล้ว(อันดับ 101,99) ชั้นบังคับคดี โจทก์จำเลยตกลงว่าที่จำเลยปักดำทำนาลงไว้แล้วก็ให้เป็นของจำเลยเก็บเกี่ยวประโยชน์ในผลผลิต ส่วนที่เหลือจำเลยจะไม่เข้าเกี่ยวข้องนับแต่วันนี้โดยยอมให้โจทก์เข้าไปทำประโยชน์ต่อไป (อันดับ 105) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันในชั้นบังคับคดีว่า ส่วนที่จำเลยปักดำทำนาลงไว้ในที่พิพาทแล้วก็ให้เป็นของจำเลยเก็บเกี่ยวประโยชน์ในผลผลิตจนเสร็จ หลังจากนั้นไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับต่อไป