ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 17 จาก 173
- ฎีกาที่ 1293/2531
ประมวลรัษฎากรที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดเหตุมิได้บัญญัติว่าการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องใช้เกณฑ์สิทธิ์หรือเกณฑ์เงินสด แต่เป็นที่เห็นได้ว่า คำว่า'กิจการที่กระทำ' ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 65 แห่ง ประมวลรัษฎากรนั้น ย่อมหมายความถึงกิจการที่กระทำจนได้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นมาเป็นเงินได้แล้ว กล่าวคือ ต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้ว มิใช่เป็นแต่เพียงสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นในภายหน้า การคำนวณกำไรสุทธิโดยใช้เกณฑ์เงินสดจึงชอบที่จะทำได้ ตามหลักการบัญชีไม่มีข้อห้ามว่า เมื่อใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งแล้วจะเปลี่ยนไปใช้อีกเกณฑ์หนึ่งไม่ได้ การที่โจทก์เปลี่ยนจากเกณฑ์สิทธิมาใช้เกณฑ์เงินสดสำหรับเบี้ยประกันชีวิตตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2520 เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน จึงชอบที่จะทำได้ และถือได้ว่าวิธีการทำบัญชีของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีปีหลัง ๆ เ …
- ฎีกาที่ 1295/2531
การที่ ช. ยอมตกลงกับจำเลยซึ่งเป็นผู้รับอาวัลเช็คว่า จำเลยไม่จำต้องรับผิดชอบในการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท โดย ช. จะไปเรียกเก็บเอากับผู้สั่งจ่ายเองภายหลัง ช. จัดการโอนเช็คพิพาทไปให้โจทก์ โดยหวังว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิได้เกี่ยวข้องกับข้อตกลงดังกล่าวจะได้ใช้สิทธิในฐานะผู้ทรงฟ้องบังคับเอากับจำเลยได้นั้น พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมเป็นการฉ้อฉลโดยตรง จำเลยจึงชอบที่จะยกข้อต่อสู้อันมีอยู่กับ ช. ตามข้อตกลงดังกล่าวขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ และปัญหานี้มิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 940โจทก์จึงไม่อาจอ้างเงื่อนไขของบทบัญญัติมาตรา นี้มาใช้ปิดปากจำเลยในอันที่จะยกข้อต่อสู้ตามมาตรา 916 ขึ้นใช้ยันโจทก์เพื่อปฏิเสธความรับผิดได้.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1296/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรค 2 ฯลฯ จำคุก 15 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 70,69) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน100,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1297/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 97) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน1,410,060 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 154,301.62 บาท จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 94,93) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อ (อันดับ 81,86) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1298/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยเจรจาขอประนอมหนี้กับโจทก์ได้แล้ว จึงมีความประสงค์ขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงท้ายคำร้องว่า ไม่คัดค้าน (อันดับ 87) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระหนี้จำนวน 1,400,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์2519ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระหนี้แทนบริษัทเอม.เอส.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดเป็นต้นไป มีกำหนด 5 ปีและให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละ 14 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระให้บังคับทรัพย์สินที่จำนอง เมื่อได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้โจทก์ ก็ให้บังคับเอากับทรัพย์สินอื่นจนกว่าจะครบ จำเลยฎีกา (อันดับ 78) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 97) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดี
- ฎีกาที่ 1298-1299/2531
จำเลยมิได้นำสืบว่าครอบครองที่พิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของและเคยให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอว่า จำเลยได้ครอบครองที่ดินของรัฐ ถ้าการรังวัดผลปรากฏว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์จำเลยยินยอมรื้อบ้านเรือนออกไป แสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาครอบครองที่พิพาทเพื่อยึดถือเป็นของตน ไม่ได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาตั้งแต่แรกเพราะเข้าใจว่า ที่ดินเป็นของรัฐหรือที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพียงต้องการอยู่อาศัยโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าเท่านั้น จึงไม่เป็นการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1299/2531
ความว่า คดีนี้ โจทก์และจำเลยตกลงยอมความกันได้แล้วโดยจำเลยยินยอมชำระหนี้ตามเช็คให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้อง โปรดอนุญาต หมายเหตุจำเลยแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 71) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำเลยได้บรรเทาผลร้ายโดยชำระหนี้เช็คตามฟ้องให้แก่โจทก์บ้างแล้วลงโทษสถานเบาจำคุก 8 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง (อันดับ 50) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา (อันดับ 54) ศาลฎีกาทำคำสั่งคำร้องเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นแล้วก่อนอ่านค …
- ฎีกาที่ 13/2531
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดข้อหาพยายามฆ่าด้วย จำเลยฎีกาเพียงว่าศาลอุทธรณ์กำหนดโทษรุนแรงเกินไป ดังนี้ เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังลงโทษจำเลยในความผิดข้อหาพยายามฆ่าแล้ว ก็มีอำนาจยกฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 ประกอบด้วยมาตรา 215 และมาตรา 225 ส่วนข้อหาตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้น ปรากฏว่า โจทก์จำเลยต่างไม่อุทธรณ์จึงเป็นยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยในความผิดดังกล่าวจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:130/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ฯลฯ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 จำคุกฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย 5 ปี ฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ 4 ปี รวมจำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา (อันดับ 109) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 106,105) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 400,000 บาท (อันดับ 40) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกันสี่แสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- ฎีกาที่ 1300/2531
การขายทอดตลาดทรัพย์ตามคำสั่งศาล ผู้สู้ราคาจะพ้นความผูกพันในราคาซึ่งตนสู้ขณะเมื่อมีผู้อื่นสู้ราคาสูงขึ้นไป หรือเมื่อได้ถอนทรัพย์สินรายนั้นจากการทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 514 เมื่อผู้ร้องเป็นผู้เข้าสู้ราคาเสนอราคาสูงสุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายแก่ผู้ร้อง การขายทอดตลาดย่อมบริบูรณ์ แม้จำเลยจะได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย และศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ผู้ร้องไม่ต้องวางเงินส่วนที่ค้างชำระกับคืนเงินที่ผู้ร้องได้วางไว้ต่อศาลให้แก่ผู้ร้องนั้น ก็มีผลเพียงผู้ร้องยังไม่ต้องใช้ราคาค่าซื้อทรัพย์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดเท่านั้น หาเป็นเหตุให้ผู้ร้องพ้นความผูกพันในราคาสูงสุดที่ตนสู้ไม่ต่อมาเมื่อศาลฎีกาพิพากษายืนให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องต้องใช้ราคาที่ค้างชำระอยู่ทั้งหมด เมื่อผู้ร้องละเลยเสียไม่ใช้ราคา จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เอาทรัพย์สิ …
- ฎีกาที่ 1300/2531
การขายทอดตลาดทรัพย์ตามคำสั่งศาล ผู้สู้ราคาจะพ้นความผูกพันในราคาซึ่งตนสู้ขณะเมื่อมีผู้อื่นสู้ราคาสูงขึ้นไป หรือเมื่อได้ถอนทรัพย์สินรายนั้นจากการทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 514 เมื่อผู้ร้องเป็นผู้เข้าสู้ราคาเสนอราคาสูงสุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายแก่ผู้ร้อง การขายทอดตลาดย่อมบริบูรณ์ แม้จำเลยจะได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย และศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ผู้ร้องไม่ต้องวางเงินส่วนที่ค้างชำระกับคืนเงินที่ผู้ร้องได้วางไว้ต่อศาลให้แก่ผู้ร้องนั้น ก็มีผลเพียงผู้ร้องยังไม่ต้องใช้ราคาค่าซื้อทรัพย์จนกว่าคดีจะถึงที่สุดเท่านั้น หาเป็นเหตุให้ผู้ร้องพ้นความผูกพันในราคาสูงสุดที่ตนสู้ไม่ต่อมาเมื่อศาลฎีกาพิพากษายืนให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องต้องใช้ราคาที่ค้างชำระอยู่ทั้งหมด เมื่อผู้ร้องละเลยเสียไม่ใช้ราคา จนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เอาทรัพย์สิ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1300/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ และเพื่อให้ฎีกาของจำเลยอยู่ในลักษณะที่สมบูรณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงขอเพิ่มเติมฎีกาดังรายละเอียดปรากฏตามคำร้องนี้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุก 15 ปี ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2530 จำเลยฎีกา (อันดับ 72) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 76) คำสั่ง จำเลยยื่นฎีกาเพิ่มเติมเกินกำหนดที่จะยื่นฎีกาแล้ว จึงไม่รับแต่ให้รับไว้ในฐานะเป็นคำแถลงการณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1301/2531
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 195) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองให้ความสะดวกแก่โจทก์ในการทำการรังวัดแบ่งเขตที่แท้จริง ระหว่างโจทก์จำเลย และรับรองแนวเขตที่ดิน หากไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองอ้างสิทธิครอบครองที่ดินบางส่วนของโจทก์ซึ่งอยู่บนฝั่งคูน้ำติดแนวเขตที่ดิน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องขัดขวางการรังวัดตรวจสอบแนวเขตที่ดินของโจทก์ตามฟ้องส่วนคำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 190,191) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎีกา
- ฎีกาที่ 1302/2531
ทรัพย์ซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์อันรวมถึงดอกเบี้ยซึ่งคำนวณและถือได้เป็นรายวัน ดังนั้น ผู้จำนองจึงต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยตั้งแต่วันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1302/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 ให้วางโทษจำคุกจำเลย 12 ปีริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 99,98) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยตีราคาประกันหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท (อันดับ 4) ส่วนชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว (อันดับ 79) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- ฎีกาที่ 1302-1303/2531
ทรัพย์ซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์อันรวมถึงดอกเบี้ยซึ่งคำนวณและถือได้เป็นรายวัน ดังนั้น ผู้จำนองจึงต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยตั้งแต่วันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไป.
- ฎีกาที่ 1302-1303/2531
ทรัพย์ซึ่งจำนองย่อมเป็นประกันเพื่อชำระหนี้กับทั้งค่าอุปกรณ์อันรวมถึงดอกเบี้ยซึ่งคำนวณและถือได้เป็นรายวัน ดังนั้น ผู้จำนองจึงต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยตั้งแต่วันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1303/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,83,91,264,265,268ให้ลงโทษเพียงกระทงเดียว ตามมาตรา 268 ให้จำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี ของกลางริบ จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยผู้ขอประกันยื่นคำร้องประกอบ(อันดับ 13 สำนวนธุรการ) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกันห้าหมื่นบาท (อันดับ 4 แผ่นที่ 4 สำนวนธุรการ) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างนี้ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1304/2531
ความว่า ตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 27 มกราคม 2531ขอให้ศาลฎีกานับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยตามคดีอาญาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขแดงที่ 1831/2530ด้วย นั้น บัดนี้คดีดังกล่าวศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 2354/2531ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว ขอได้โปรดนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์หมายเลขแดงที่ 1831/2530 ดังกล่าวด้วย หมายเหตุ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,326,328,332,91 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา โดยมีหนังสือรับรองของอธิบดีกรมอัยการรับรองให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 145) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องฎีกา ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขแดงที่ 1831/2530(อันดับ 146) บัดนี้ คดีอาญาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ดังกล …
- ฎีกาที่ 1305/2531
จำเลยและ ย. บรรจุพระเครื่องพิพาทไว้ในเจดีย์บรรจุกระดูกของบรรพบุรุษซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระอุโบสถวัดโจทก์ เพื่อให้ลูกหลานเซ่นไหว้เมื่อย.ตายจำเลยก็ยังไปเคารพกราบไหว้ตามประเพณีขาวจีนตลอดมาไม่เคยสละละทิ้งดังนี้ พระเครื่องพิพาทซึ่งบรรจุไว้ในเจดีย์ดังกล่าวยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์เจาะเจดีย์เอาพระเครื่องพิพาทไป จำเลยติดตามเอาคืนจากโจทก์ได้ ไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2531).