ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 2 จาก 173
- ฎีกาที่ 1023/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ศาลชั้นต้นฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันแต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะและจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา290,72 ดังนี้ ศาลล่างทั้งสองต่างยกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริงฎีกาของโจทก์ที่ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายขอให้ลงโทษตามฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220.
- ฎีกาที่ 1023/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ศาลชั้นต้นฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันแต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะและจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 290,72 ดังนี้ ศาลล่างทั้งสองต่างยกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ที่ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายขอให้ลงโทษตามฟ้องนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
- ฎีกาที่ 1023/2531
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ศาลชั้นต้นฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันแต่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะและจำเลยไม่มีเจตนาฆ่า พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 290, 72 ดังนี้ ศาลล่างทั้งสองต่างยกฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยอาศัยข้อเท็จจริงฎีกาของโจทก์ที่ว่าพยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายขอให้ลงโทษตามฟ้องนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1026/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยที่ 2มีความประสงค์ขอถอนฎีกาดังกล่าว โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสองมาตรา 66 วรรคสองลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ฯลฯ ส่วนข้อหาร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์น้ำหนัก 2,076 กรัม ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ด้วย แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทที่มีบทลงโทษบทเดียวกัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา (อันดับ 107,109) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 123) ศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ถอนฎีกา และจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ไปแล้ว (อันดับ 11 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1027/2531
ความว่า โจทก์ฎีกา คดีโจทก์มีเหตุผลที่จะทำให้ศาลฎีกากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่42711 พร้อมบ้านเลขที่ 588 แขวงลาดยาว เขตบางเขนกรุงเทพมหานครไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ดังกล่าวโดยตีราคาไว้ 448,000 บาทต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหมายถึงโจทก์เรียกให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายโดยอ้างว่าโจทก์มิได้ขอหมายบังคับคดีภายใน 15 วัน นับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับจนมีผลทำให้การยึ …
- ฎีกาที่ 1028/2531
การเล่นการพนันบิลเลียดเพื่อความรื่นเริงในสมาคมที่สมาคมผู้ร้องซึ่งมีโต๊ะบิลเลียดทั้งหมด 5 โต๊ะเรียกเก็บค่าเกมตามสมควร ย่อมอยู่ในบังคับของกฎกระทรวงที่ให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตอันสามารถเล่นการพนันกันได้ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 วรรคสาม โต๊ะบิลเลียดลูกบิลเลียด และไม้คิวของกลางที่ผู้ร้องขอคืนจึงไม่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนันโดยขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งมาตรา 10 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลมีอำนาจริบได้.
- ฎีกาที่ 1028/2531
การเล่นการพนันบิลเลียดเพื่อความรื่นเริงในสมาคมที่สมาคมผู้ร้องซึ่งมีโต๊ะบิลเลียดทั้งหมด 5 โต๊ะเรียกเก็บค่าเกม ตามสมควรย่อมอยู่ในบังคับของกฎกระทรวงที่ให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตอันสามารถเล่นการพนันกันได้ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 4 วรรคสาม โต๊ะบิลเลียด ลูกบิลเลียด และไม้คิว ของกลางที่ผู้ร้องขอคืนจึงไม่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนันโดยขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งมาตรา 10 วรรคสองบัญญัติให้ศาลมีอำนาจริบได้
- ฎีกาที่ 1028/2531
การเล่นการพนันบิลเลียดเพื่อความรื่นเริงในสมาคมที่สมาคมผู้ร้องซึ่งมีโต๊ะบิลเลียดทั้งหมด 5 โต๊ะเรียกเก็บค่าเกมตามสมควร ย่อมอยู่ในบังคับของกฎกระทรวงที่ให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตอันสามารถเล่นการพนันกันได้ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4 วรรคสาม โต๊ะบิลเลียดลูกบิลเลียด และไม้คิวของกลางที่ผู้ร้องขอคืนจึงไม่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนันโดยขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งมาตรา 10 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลมีอำนาจริบได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1028/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา หากศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายในฎีกาของจำเลยที่ 2 แล้ว ย่อมมีทางชนะคดีโจทก์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 151) คดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาเข้าด้วยกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 7011/2527 โดยให้เรียกคดีหมายเลขแดงที่7011/2527 เป็นสำนวนคดีแรกและให้เรียกคดีนี้เป็นสำนวนคดีที่สอง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในสำนวนคดีแรก สำหรับสำนวนคดีที่สองนั้นให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 3,683,346 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,122,867.80 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าว นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1029/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,91,264,265,268 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42,64 ฐานปลอมเอกสารราชการ และฐานใช้เอกสารราชการปลอม แต่ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมเพียงกระทงเดียว จำคุก 3 ปี และผิดฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 3 ปี และปรับ 1,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 500 บาท ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมให้จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน รวมกับโทษฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำคุก 6 เดือน และปรับ 500 บาทนอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:103/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน ฯลฯ (อันดับ 145) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 150,000 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 230,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 130,138) จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยทั้งสี่วางหนังสือสัญญาค้ำประกันในวงเงินไม่เกิน185,000 บาท ของธนาคารไว้เป็นประกันต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 120,124 แผ่นที่ 2) คำสั่ง ถ้าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือคนหนึ่งคนใดหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาให้จนเป็นที่พอใจและภาย …
- ฎีกาที่ 1030/2531
แม้ข้อบังคับของนายจ้างระบุว่า 'เงินเดือน' หรือ 'ค่าจ้าง'หมายถึงเงินที่จ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเป็นรายเดือนหรือรายวันเพื่อตอบแทนการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน แต่ไม่รวมถึงเงินตอบแทนในลักษณะค่าล่วงเวลา โบนัส หรือประโยชน์อย่างอื่นก็ตาม เมื่อได้ความว่านายจ้างได้จ่ายค่าครองชีพให้ลูกจ้างเป็นประจำทุกเดือนมีจำนวนแน่นอนทำนองเดียวกับเงินเดือน ค่าครองชีพที่ลูกจ้างได้รับจึงเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือน ซึ่งถือว่าเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้าง หาใช่ประโยชน์อย่างอื่นตามข้อบังคับดังกล่าวไม่ นายจ้างต้องนำค่าครองชีพมารวมเป็นฐานในการคำนวณบำเหน็จเพื่อจ่ายแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างตามที่ลูกจ้างมีสิทธิตามข้อบังคับด้วย.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1030/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาจะปรับบทเป็นความผิดลงโทษจำเลยได้หรือไม่ และการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่ผู้เสียหายนั้น เป็นการพิพากษานอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 67) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และมีความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511 มาตรา 7,27 เป็นความผิดต่างกรรมกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนให้จำคุก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1031/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีเหตุผลและน้ำหนักเพียงพอที่จะชนะในชั้นฎีกาได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 76) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 494,098 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 14 กันยายน2526จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63,62) คำสั่ง ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยคิดจนถึงวันทราบคำสั่ง มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1032/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีมูลที่จะชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 67) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินตามเช็คทั้ง10 ฉบับเป็นเงิน 65,192 บาท 50 สตางค์ ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 58,600 บาท นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินคือวันที่ 26 มีนาคม 2527 ไปจนกว่าจำเลยจะชำระให้โจทก์เสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 64,63) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2527มาวางต่อศาลชั้นต้นให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1033/2531
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 45 กำหนดเพียงว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามข้อ 47 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ โดยมิได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่าถ้าลูกจ้างไม่ใช้สิทธิขอลาหยุดแล้วจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่โจทก์มิได้ใช้สิทธิลาพักให้แก่โจทก์จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ไม่ใช้สิทธิของโจทก์เองไม่ได้ เพราะจำเลยมิได้กำหนดไว้ล่วงหน้าให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปีในช่วงใด.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1033/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 129) ระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยที่ 2 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีอื่น ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2ออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 จำเลยที่ 1 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 126,125) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในคดีล้มละลายเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้วจำเลยจะร้องขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไม่ได้ จึงให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1034/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 90) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 จัดสร้างถนนกว้าง2 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร จากทางสาธารณะผ่านโฉนดที่ดินเลขที่ 1003 ตำบลต้นเปาอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ตามรูปแผนที่เอกสารหมาย จ.4 เข้าสู่ที่ดินโจทก์ หากจำเลยที่ 1ไม่สร้างให้โจทก์สร้างเอง โดยให้จำเลยที่ 1 เสียค่าใช้จ่ายให้โจทก์ 5,000 บาทให้จำเลยทั้งสองจัดการจดทะเบียนภาระจำยอมในส่วนที่เป็นถนนบนโฉนดที่ดินเลขที่ 1003 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 85,84) จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 1 ได้นำโฉนดที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนางเสาร์ อุปันโน จำนวน 1 ฉบับ มาวางเป็นประกัน และนางเสาร์ อุปันโน ได้ท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1035/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยจำเลยขอวางเงินสดจำนวน 150,000 บาท ไว้เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26,75,76ข้อหามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาทกระทงหนึ่ง และข้อหาจำหน่ายกัญชาอีกกระทงหนึ่งจำคุก 2 ปีปรับ 20,000 บาท รวมสองกระทง จำคุก 4 ปี และปรับ 40,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย2 ปี ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษจำคุก และไม่ลงโทษปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 24) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 34,33) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วหนึ่งครั้ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง(อันดับ 30 แผ่นที่ 2) คำสั่ง ได้พิจาร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1036/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีมูลพอที่จะให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 75) คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 572,794.48 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ17.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ แต่ให้คิดดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง (วันที่ 1 มีนาคม 2528) ได้ไม่เกิน 33,801.37 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้บังคับเอาจากทรัพย์สินจำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 73,72) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ …