ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 25 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1471/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 140) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,525,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 138,137) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยวางพันธบัตรไว้เป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 119,123) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1472/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระอันควรที่จะเข้าสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกา จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่าการยกเลิกและการให้ขายทรัพย์สินของจำเลยเป็นความเดือดร้อนเสียหาย เป็นสาระสำคัญอันควรได้รับการวินิจฉัยของศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาดและในวันนัดขายทอดตลาด จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์ให้แก่ นายธนวัฒน์อินทรทัต ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 105,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 73) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยไม่ต้องห้ามให้ฎีกา และมิใช่เป็นฎี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1473/2531
ความว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามีสาระสำคัญควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้ไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 76) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยออกขายทอดตลาด และในวันนัดขายทอดตลาด จำเลยไม่มาศาลศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์ให้แก่ นายธนวัฒน์อินทรทัตผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 105,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย (อันดับ 73) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 74,75) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ให้ระงับการจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1474/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้โจทก์และจำเลยสามารถเจรจาตกลงกันได้โดยโจทก์ยินยอมรับชำระเงินไว้จากจำเลยเป็นเงิน 40,000 บาท ครบถ้วนแล้วและถือว่าโจทก์จำเลยไม่มีหนี้สินต่อกันอีก จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาต่อไปจึงขอถอนฎีกาดังกล่าวเสีย โปรดอนุญาต และโปรดมีคำสั่งคืนค่าธรรมเนียมให้แก่จำเลยเป็นกรณีพิเศษด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงท้ายคำร้องว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่ค้านการถอนฎีกาของจำเลย (อันดับ 152) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบเครื่องปั่นด้ายจำนวน3 เครื่อง แท่นกลึงญี่ปุ่น (สีเหลือง) ขนาดยาว 8 ฟุต จำนวน1 แผ่น แท่นกลึง TASING ขนาดยาว 4 ฟุต จำนวน 2 แท่นแท่นกลึง PINGLIRNG ขนาดยาว 5 ฟุต จำนวน 1 แท่น แท่นกลึงTASING ขนาดยาว 6 ฟุต จำนวน 1 แท่น แท่นไส ขนาดยาว 24 นิ้วจำนวน 1 แท่น แท่นเจาะ (คว้าน)ของว่องไววิทย์ จำนวน 1 แท่นแท่นเลื่อย จำนวน 1 แท่น และตู้อ๊อก 1 ตู้ จำนวน 2 แท่นกับชำระเงินจำนวน 271,283 บาท พร้อมดอก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1475/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 118) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9953 ตำบลในเมือง (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ให้แก่โจทก์จำนวน 72 ตารางวา ซึ่งโจทก์ครอบครองอยู่ตามสำเนาแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 140,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 7,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรังวัดแบ่งแยกโฉนดและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ฯลฯฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114,115) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยไ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1476/2531
ความว่า จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ โจทก์เกรงว่าหากโจทก์ชนะคดีจำเลยจะไม่มีทรัพย์สินเหลือพอชำระหนี้แก่โจทก์ โปรดมีคำสั่งให้จำเลยนำหลักทรัพย์ที่จะค้ำประกันการขอทุเลาการบังคับมาวางประกันเพิ่มต่อศาล หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9953 ตำบลในเมือง (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ให้แก่โจทก์จำนวน 72 ตารางวา ซึ่งโจทก์ครอบครองอยู่ตามสำเนาแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 140,000 บาทกับค่าเสียหายเดือนละ 7,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรังวัดแบ่งแยกโฉนดและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ฯลฯ ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1477/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 122) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทและที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5 ตำบลสระแก้ว อำเภอสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรี โดยกำหนดให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างส่วนที่ลึกจากด้านหน้าเกินกว่า 4 วา 2 ศอก ออกไป กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 1,600 บาท นับแต่วันที่ 16 มีนาคม 2527เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารเลิกเกี่ยวข้องกับบ้านและที่ดินพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 116,118) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยได้นำเงินค่าเสียหายจำนวน 28,800 บาท มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 93,94,95) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาให้ยกค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1478/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 85,76) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 129,360 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10กันยายน2527จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ (ดอกเบี้ยก่อนฟ้องให้ไม่เกิน1,002 บาท) จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61,62) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยผู้มีชื่อได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 43,49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1479/2531
ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยที่ 1ได้เจรจาทำความเข้าใจกับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้วโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ติดใจดำเนินคดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาโปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยที่ 1 แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 218) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 7677/2528 นี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,332,83 ฯลฯ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 และที่ 9 นอกนั้นให้ยกฟ้องก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมพิจารณาและพิพากษาคดีนี้เข้ากับคดีอื่นอีกสี่สำนวน ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้ฎีกา โดยเรียกโจทก์ในคดีนี้ว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ตามลำดับ และเรียกนายอบ วสุรัตน์ ว่า จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยอื่นโจทก์ได้ขอถอนฟ้องทั้งหมดแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกสำนวน โจทก์ทุกสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุท …
- ฎีกาที่ 1480/2531
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ พ. โอนที่ดินซึ่งเป็นมรดกของ พ.ให้โจทก์ตามพินัยกรรมที่พ. ทำไว้ศาลจะพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินส่วนที่เป็นมรดกของบิดาโจทก์จำเลยซึ่งเป็นทรัพย์นอกพินัยกรรมให้แก่โจทก์มิได้ เพราะเป็นการนอกฟ้อง
- ฎีกาที่ 1480/2531
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ พ. โอนที่ดินซึ่งเป็นมรดกของ พ. ให้โจทก์ตามพินัยกรรมที่ พ. ทำไว้ ศาลจะพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินส่วนที่เป็นมรดกของบิดาโจทก์จำเลยซึ่งเป็นทรัพย์นอกพินัยกรรมให้แก่โจทก์มิได้ เพราะเป็นการนอกฟ้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1480/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 125) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 30,000 บาท ฯลฯคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์95,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันฟ้อง (วันที่ 17 กรกฎาคม 2527) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยและโจทก์ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ 113,117 และ 112) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยผู้มีชื่อได้นำหลักทรัพย์มาวางค้ำประกันและได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 89,98) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเป็นเวลาสี่ปีครึ่ง มาวางให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหน …
- ฎีกาที่ 1481/2531
เมื่อจำเลยผู้เช่าซื้อผิดสัญญาค้างชำระค่าเช่าซื้อและโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไป แม้ภายหลังจำเลยไม่ออกจากอาคารที่เช่าซื้อและส่งเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระกับยังคงชำระค่าเช่าซื้อรายเดือนต่อไปอีก ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ยินยอมให้สัญญาเช่าซื้อมีผลผูกพันกันต่อไปตามเดิม โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าซื้อได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าวแก่จำเลยก่อน
- ฎีกาที่ 1481/2531
เมื่อจำเลยผู้เช่าซื้อผิดสัญญาค้างชำระค่าเช่าซื้อและโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไป แม้ภายหลังจำเลยไม่ออกจากอาคารที่เช่าซื้อและส่งเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระกับยังคงชำระค่าเช่าซื้อรายเดือนต่อไปอีก ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ยินยอมให้สัญญาเช่าซื้อมีผลผูกพันกันต่อไปตามเดิม โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าซื้อได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าวแก่จำเลยก่อน
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1481/2531
ความว่า ผู้ประกันฎีกา คดีมีทางได้รับการตีราคาหลักประกันให้ต่ำลงและได้รับการผ่อนชำระค่าปรับได้มาก โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37) กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวระหว่างสอบสวน ตีราคาค่าประกัน 80,000 บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน)โดยมีผู้ร้องเป็นผู้ประกัน ต่อมาผู้ร้องผิดสัญญาประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 35,34) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับโดยห้ามผู้ประกันทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินซึ่งเป็นหลักประกันในระหว่างฎีกาให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
- ฎีกาที่ 1482/2531
จำเลยให้การเพียงว่าโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต นำสัญญากู้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาฟ้อง โดยมิได้อ้างเหตุแห่งการนั้นไว้ในคำให้การว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเหตุใดอย่างไร ดังนี้เป็นคำให้การที่ไม่แจ้งชัดซึ่งเหตุแห่งการนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ไม่มีสิทธินำพยานมาสืบตามที่ให้การต่อสู้แม้ศาลชั้นต้นจะยอมให้สืบ ก็รับฟังไม่ได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1482/2531
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 124) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชำระเงินจำนวน 25,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 121,120) จำเลยที่ 3 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 3 วางหลักทรัพย์ไว้เป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 101,107) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปีมาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ …
- ฎีกาที่ 1483/2531
โจทก์นำสืบได้ว่าราคาสินค้าแท้จริงที่จำเลยที่ 1 ได้สำแดงไว้ตามฟ้องต่ำกว่าราคาแท้จริงในท้องตลาดและเมื่อเจ้าหน้าที่ของโจทก์เรียกจำเลยที่ 1 ไปพบ ตัวแทนจำเลยที่ 1 ก็ยอมรับว่าราคาสินค้าที่สำแดงไว้ตามฟ้องต่ำกว่าราคาแท้จริง ดังนั้น การประเมินราคาสินค้าให้สูงขึ้นกว่าที่จำเลยสำแดงเพื่อเรียกเก็บภาษีเพิ่มของโจทก์จึงชอบแล้ว
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1483-1488/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 9ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นฎีกาล่วงเลยกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159 วรรคสอง จึงไม่รับจำเลยทั้งเจ็ดเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2531 ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 กำหนดให้ยื่นฎีกาภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนั้นจึงเริ่มนับอายุฎีกาวันแรกในวันที่ 5 พฤษภาคม 2531 ครบกำหนด1 เดือน ในวันที่ 4 มิถุนายน 2531 แต่เนื่องจากวันที่ 4 และวันที่ 5 มิถุนายน 2531 ตรงกับวันหยุดราชการซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 161 ให้ขยายระยะเวลาออกไปถึงวันเปิดทำการถัดไปวันแรก ดังนั้นจำเลยทั้งเจ็ดคนจึงชอบที่จะยื่นฎีกาได้ในวันที่ 6 มิถุนายน 2531 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดไว้พ …
- ฎีกาที่ 1485/2531
แม้ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ไม่มีบทบัญญัติให้ริบรถยนต์ซึ่งบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะแต่เมื่อถือว่ารถยนต์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ซึ่งเป็นบทบัญญัติทั่วไป และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น จึงนำเอามาตรา 33 มาใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17 การสั่งริบของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 เป็นดุลพินิจศาลหยิบยกพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปประกอบคำฟ้องและคำให้การรับสารภาพของจำเลยเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจในการสั่งริบของกลางนั้นได้