ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 6 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1122/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 202/2530 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ฯลฯ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ประกอบด้วยมาตรา 80,83,84 ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1ฯลฯนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ให้ขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์และโจทก์ร่วมต่างฎีกา (อันดับ 281,280) จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 329,328) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วส …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1123/2531
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ในความผิดข้อหาทำร้ายร่างกาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,59 เป็น มาตรา 295,68,69 ซึ่งเป็นการแก้ไขมาก และยังมีปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่า การกระทำของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 นั้น เป็นการกระทำโดยมีเจตนาทำร้ายหรือกระทำเพื่อป้องกันสิทธิ และจำเลยกระทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ซึ่งจำเลยฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในข้อหานี้ส่วนความผิดข้อหาหมิ่นประมาทนั้น จำเลยเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยคดี ซึ่งจำเลยได้ฎีกาขอให้ศาลพิจารณาพยานหลักฐานใหม่ทั้งหมด อีกทั้งได้ฎีกาว่าการสอบสวนคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้ร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1124/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ให้ประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 57) คำสั่ง พิเคราะห์พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีแล้ว ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1125/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ แต่เนื่องจากจำเลยประสงค์ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลรัชมังคลาภิเษก วันที่ 2 กรกฎาคม 2531 นี้ จึงขอถอนฎีกาและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแก่จำเลยโดยให้มีผลตั้งแต่วันยื่นคำร้องขอถอนฎีกานี้ด้วย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 91) ระหว่างพิจารณา นางประจวบ พรหมเมตตา มารดาของผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277,277 ทวิ จำคุก 12 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 88) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 91) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา จำหน่ายคดี ให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดแก่จำเลย นับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2531 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1126/2531
ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับโจทก์ทั้งสองเห็นว่า โจทก์ทั้งสองได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเกินคำขอซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและพิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือจากพยานหลักฐานในสำนวนโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสอง ข้อ 2.1 และ 2.2ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 65) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,365 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362,365 จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย2,000 บาทด้วย โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีถ้าจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 นอกจากที่แก้ใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1127/2531
ความว่า เนื่องจากจำเลยไม่ติดใจจะฎีกาอีกต่อไปและประสงค์ให้คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยจึงขอถอนคำร้องขอฎีกา (น่าจะเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา) ที่ได้ยื่นไว้ โปรดอนุญาต หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ อ้างว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในข้อกฎหมายซึ่งต้องอาศัยข้อเท็จจริง แต่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมาก่อนและข้อกฎหมายที่ยกขึ้นก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย (อันดับ 40) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 47) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 53 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้รับฎีกาของจำเลยได้นับตั้งแต่วันยื่นคำร้อง
- ฎีกาที่ 1128/2531
พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5,30,32 บัญญัติความผิดและบทลงโทษฐานทำสุรากับฐานมีสุราไว้ในครอบครองไว้คนละมาตรา จึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ข้อหาทำสุราและข้อหามีสุราไว้ในครอบครองในคราวเดียวกันแม้จำเลยจะทำทั้งสุรากลั่นและสุราแช่และมีทั้งสุรากลั่นและสุราแช่ ในแต่ละข้อหาก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จึงต้องฟังว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่ารถยนต์ของกลางไม่อาจเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามลักษณะของความผิดที่ …
- ฎีกาที่ 1128/2531
พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5,30,32 บัญญัติ ความผิดและบทลงโทษฐานทำสุรากับฐานมีสุราไว้ในครอบครองไว้คนละมาตราจึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ข้อหาทำสุราและข้อหามีสุราไว้ในครอบครองในคราวเดียวกัน แม้จำเลยจะทำทั้งสุรากลั่นและสุราแช่และมีทั้งสุรากลั่นและ สุราแช่ ในแต่ละข้อหาก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จึงต้องฟังว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33การที่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่ารถยนต์ของกลางไม่อาจเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ หรือมีไว้ใช้ในการกระทำความผิดตามลักษณะของความผิดที่โ …
- ฎีกาที่ 1128/2531
พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30, 32 บัญญัติความผิดและบทลงโทษฐานทำสุรากับฐานมีสุราไว้ในครอบครองไว้คนละมาตรา จึงเป็นความผิดต่างกรรมกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ข้อหาทำสุราและข้อหามีสุราไว้ในครอบครองในคราวเดียวกันแม้จำเลยจะทำทั้งสุรากลั่นและสุราแช่และมีทั้งสุรากลั่นและสุราแช่ ในแต่ละข้อหาก็เป็นความผิดกรรมเดียวกัน ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จึงต้องฟังว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่ารถยนต์ของกลางไม่อาจเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามลักษณะของความผิดท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1128/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80,60การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวกันให้ลงโทษจำคุก 12 ปีคำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,60 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา (อันดับ 73) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 77) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน200,000 บาท (อันดับ 9 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1129/2531
จำเลยรู้ว่า จ. กับพวกจะไปทำร้ายผู้เสียหาย จึงเดินตาม จ.กับพวกไปที่บ้าน ม. ซึ่งผู้เสียหายกำลังซ้อมดนตรีอยู่กับ ม.และพวก จ. กับพวกอีก 2 คน ขึ้นไปบนบ้านและใช้ไม้ตีทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนจำเลยยืนดูอยู่เฉย ๆ ข้างล่างห่างที่เกิดเหตุประมาณ 6-10 เมตร ไม่ได้แสดงกริยาอาการจะเข้าร่วมทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยเป็นพรรคพวกของ จ. และมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหายมาแต่แรก แม้หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยจะเดินตาม จ. กับพวกไปก็ตาม ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหาย.
- ฎีกาที่ 1129/2531
จำเลยรู้ว่า จ. กับพวกจะไปทำร้ายผู้เสียหาย จึงเดินตามจ. กับพวกไปที่บ้าน ม. ซึ่งผู้เสียหายกำลังซ้อมดนตรีอยู่กับ ม. และพวก จ. กับพวกอีก 2 คน ขึ้นไปบนบ้านและใช้ไม้ตีทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนจำเลยยืนดูอยู่เฉย ๆ ข้างล่างห่างที่เกิดเหตุประมาณ 6-10 เมตร ไม่ได้แสดงกิริยาอาการจะเข้าร่วมทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยเป็นพรรคพวกของ จ.และมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหายมาแต่แรก แม้หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยจะเดินตาม จ. กับพวกไปก็ตาม ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหาย
- ฎีกาที่ 1129/2531
จำเลยรู้ว่า จ. กับพวกจะไปทำร้ายผู้เสียหาย จึงเดินตาม จ.กับพวกไปที่บ้าน ม. ซึ่งผู้เสียหายกำลังซ้อมดนตรีอยู่กับ ม.และพวก จ. กับพวกอีก 2 คน ขึ้นไปบนบ้านและใช้ไม้ตีทำร้ายผู้เสียหาย ส่วนจำเลยยืนดูอยู่เฉย ๆ ข้างล่างห่างที่เกิดเหตุประมาณ 6 - 10 เมตร ไม่ได้แสดงกริยาอาการจะเข้าร่วมทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยเป็นพรรคพวกของ จ. และมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหายมาแต่แรก แม้หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยจะเดินตาม จ. กับพวกไปก็ตาม ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับ จ. ทำร้ายผู้เสียหาย
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1129/2531
ความว่า จำเลยฎีกา เชื่อได้ว่าจำเลยต้องชนะคดีโจทก์โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 134) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดที่ 2332 ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีเฉพาะส่วนของนางชูชีพ อ่วมอ่ำ เนื้อที่ 2 ไร่เศษ กับที่ดินแปลงนอกโฉนดไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ซึ่งอยู่ติดต่อกับที่ดินในโฉนดอันเป็นของนางชูชีพอีก 2 ไร่เศษ ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง กับให้จำเลยแบ่งที่ดินมือเปล่ายังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ส.ค.1 มีชื่อนางชีพ อ่วมอ่ำ อยู่หมู่ 4ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 6 ไร่1 งาน 16 วา ให้โจทก์ ครึ่งหนึ่ง หากการแบ่งไม่เป็นที่ตกลงกัน ให้ประมูลราคาระหว่างโจทก์ จำเลย หากประมูลราคาไม่เป็นที่ตกลงกัน ให้นำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดให้แบ่งเป็น 2 ส่วน เป็นของโจทก์และจำเลยคนละ 1 ส่วนและให้จำเลยแบ่งเรือน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:113/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,289(4) วางโทษประหารชีวิตคำให้การชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต ฯลฯ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่า จำเลยที่ 2จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 153,152) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 114) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1130/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาต หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 62) โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177,180,264,265,268,341,90,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177,180,264,265,268,341 เป็นความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษฐานเบิกความเท็จ จำคุก 6 เดือน ปรับ 1,000 บาทฐานแสดงพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดี จำคุก 3 เดือนปรับ 600 บาทฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำคุก 6 เดือน ปรับ1,000 บาทฐานฉ้อโกง จำคุก 6 เดือน ปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก1 ปี 9 เดือนปรับ 3,600 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก10 เดือน 15 วัน ปรับ 1,800 บาท ฯลฯ โทษจำค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1131-1132/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ฎีกา คดีมีทางชนะโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 แถลงคัดค้าน (อันดับ 187) โจทก์ที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องโดยวิธีปิดหมาย(อันดับ 186แผ่นที่ 10) คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน ให้เรียกนางวลัยวรรณสุกกสังข์ว่าโจทก์ที่1เด็กชายรัฐพรมนชนว่า โจทก์ที่ 2บริษัทไทยประสิทธิประกันภัย จำกัด ว่าโจทก์ที่ 3 และเรียกนางสิริพร เต็มเจริญ ว่า จำเลยที่ 1นายปัญญา เต็มเจริญ ว่าจำเลยที่ 2 นายถวิล แจ้งสว่างว่า จำเลยที่ 3 นายโสภณทำนาวาสว่า จำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 66,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และจำนวน 3,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2522 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน 87,700 บาท แก่โจทก์ที่ 3พร้อมดอกเบี้ยใ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1133/2531
ความว่า จำเลยที่ 5 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 4 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 5 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 141,143 แผ่นที่ 6 และแผ่นที่ 4) จำเลยที่ 5 เคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง(อันดับ 140 แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 5 ชั่วคราวโดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 500,000 บาท (อันดับ 119) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 5 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกัน 800,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่มแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1134/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 104) จำเลยชำระค่าคำร้องไว้ 80 บาท โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ พร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วยและทำที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิม จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกไปพร้อมกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 10484เลขที่ดิน 239 ตำบลท่าชัย อำเภอเมืองจังหวัดชัยนาท และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิม สำหรับฟ้องแย้งให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 2 ขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว(อันดับ …
- ฎีกาที่ 1135/2531
ในกรณีที่ศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีไปได้นั้น ไม่มีบทกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลย และแม้ศาลจะสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องแล้วมีคำพิพากษาชี้ขาดคดีไปตามประเด็นข้อพิพาทโดยพิพากษาให้จำเลยชนะคดี ศาลก็อาจไม่สั่งให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับกันไปก็ได้.