ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 9 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1171/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีสิทธิชนะคดีโจทก์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายสิ่งของและสัมภาระออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปเดือนละ 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 96,95 แผ่นที่ 2) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยในส่วนค่าเสียหายจำเลยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 79,84) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วในส่วนที่เกี่ยวกับการบังคับให้จำเลยและบริวารขนย้ายสิ่งของและสัมภาระออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์นั้น ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ ในส่วนท …
- ฎีกาที่ 1172/2531
โจทก์และจำเลยที่ 2 กับพวกเคยถูกฟ้องเรื่องละเมิดและผิดสัญญา ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 5 รับผิดในฐานะคู่สัญญาส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้องคดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยที่ 2 กับพวกเรื่องละเมิดและเรียกทรัพย์คืน ดังนี้คดีก่อนโจทก์กับจำเลยไม่ใช่คู่ความรายเดียวกันและไม่ใช่ประเด็นอย่างเดียวกันกับคดีนี้ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยที่ 2 ซึ่งดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติราชการตามกฎหมายซึ่งกำหนดให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการโดยเคร่งครัดการที่จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อระเบียบของทางราชการโดยชัดแจ้ง ดังนี้เป็นการประมาทเลินเล่อ.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1172/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุกคนละ 2 ปี ยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน (อันดับ 66 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 90,000 บาท (อันดับ 48 แผ่นที่ 8) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดี ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1173/2531
จำเลยที่ 1 ขับรถบรรทุกถังเหล็กมาตามถนน เห็นสายไฟฟ้าพาดขวางถนนอยู่ข้างหน้า จำเลยที่ 1 น่าจะต้องคิดว่าความสูงของของที่บรรทุกมาจะลอดพ้นได้หรือไม่ และควรจะค่อย ๆ เคลื่อนรถลอดใต้สายเคเบิลนั้น โดยให้คนในรถดูว่าจะพันได้หรือไม่ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ทำดังนั้น คงขับต่อไปด้วยความเร็วเพราะคิดว่าลอดพันได้ เป็นเหตุให้ถังเหล็กที่บรรทุกมาเกี่ยวสายไฟฟ้าจนทำให้เสาไฟฟ้าล้มไป 13 ต้น ดังนี้ เป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1173/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 250,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องคิดให้ไม่เกิน 1,354 บาท จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 112,109) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยได้นำหลักทรัพย์ของผู้มีชื่อมาวางไว้เป็นหลักประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 77,87) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปอีกเป็นเวลา 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1174/2531
ความว่า จำเลยที่ 3 ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้ จำเลยที่ 3ไม่ประสงค์จะฎีกาต่อสู้คดีอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา ขอศาลได้โปรดอนุญาตและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 3 ด้วย ทั้งนี้เพื่อจำเลยที่ 3 จะได้มีสิทธิรับประโยชน์จากกรมราชทัณฑ์และรับพระราชทานอภัยโทษต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ประกอบด้วยมาตรา 86 ให้จำคุกตลอดชีวิต และยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ริบของกลาง จำเลยที่ 3 ฎีกา (สำนวนตอน 2 อันดับ 2) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (สำนวนตอน 2 อันดับ 11) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีจากสารบบความให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยที่ 3 ตั้งแต่วันท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1175/2531
ความว่า คดีนี้ โจทก์และจำเลยทั้งห้าสามารถตกลงประนีประนอมยอมความกันได้ โจทก์ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยทั้งห้าอีกต่อไป จึงขอถอนฟ้องของโจทก์เสีย โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งห้าแถลงท้ายคำร้องว่าไม่คัดค้านการขอถอนฟ้อง (อันดับ 54) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ไม่มีมูลให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อ 2.4 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ 2.1 ข้อ 2.2 ข้อ 2.3 ข้อ 2.5 และข้อ 2.6เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1176-1177/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 99แผ่นที่ 3) คดีสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน148,765 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน140,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 1 กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 130,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 97,96) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 85) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1178/2531
ความว่า ตามที่ศาลฎีกาได้โปรดมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำแก้ฎีกาเพิ่มเติมเนื่องจากยื่นเมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลาแก้ฎีกาแล้วนั้น จำเลยมีความประสงค์จะขอให้ศาลฎีกาสั่งรับคำแก้ฎีกาเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นคำแถลงการณ์เพิ่มเติมประกอบคำแก้ฎีกาฉบับแรกของจำเลย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์ลงชื่อรับสำเนาไว้ข้างคำร้อง (อันดับ 74) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกตลอดชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างฎีกา โจทก์ฎีกา (อันดับ 61 แผ่นที่ 2) จำเลยแก้ฎีกา (อันดับ 68) จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ฎีกาเพิ่มเติมพร้อมกับคำแก้ฎีกาเพิ่มเติมศาลฎีกามีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำแก้ฎีกาเพิ่มเติมเมื่อล่วงเลยกำหนดระยะเวลาแก้ฎีกาแล้ว จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง(อันดับ 69,70,71แผ่นที่ 2) จำเลยจึงยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 74) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้รับคำแก้ฎีกาเพิ่มเติมไว้เป็ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1179/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยที่ 2 ไม่ติดใจจะฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกา โปรดอนุญาตและออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 ด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 72) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี ฯลฯ จำคุก 22 ปี 6 เดือนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 จำคุก 2 ปีและมาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 25 ปี 6 เดือนจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 17 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 70) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 72) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถอนฎีกาได้ ให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยที่ 2 นับแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2531 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องต่อศาลธนบุรี จำหน่ายคดีเฉพาะจำเล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:118/2531
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลแรงงานกลางสั่งว่าให้ผู้อุทธรณ์คำสั่งวางเงินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 เสียก่อนภายในระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่ง แล้วจะสั่งคำร้องนี้ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินศาลแรงงานกลางสั่งว่า ไม่มีเหตุที่จะขยายเวลาให้ได้ ให้ยกคำร้องและสั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยว่า จำเลยไม่วางเงินในกำหนดเวลาจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยเห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้วางเงินตามกำหนด ศาลแรงงานกลางก็มีหน้าที่ต้องส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 เกี่ยวกับคำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่ยอมขยายเวลาให้จำเลยวางเงินนั้น เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 26แล้ว ดุลพินิจดังกล่าว หาใช่ดุลพินิจเฉพาะศาลช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1180/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงและโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ในข้อ 2.1 เป็นการอุทธรณ์เรื่องอายุความซึ่งโจทก์ได้ใช้สิทธิภายในอายุความ ในข้อ 2.2 เป็นเรื่องที่โจทก์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ในข้อ 2.3 หากโจทก์ประสงค์จะสละสิทธิต่าง ๆ ทางศาลต้องทำบันทึกไว้อย่างชัดเจนและในข้อ 2.4 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์โจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 20 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมกับจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายให้โจทก์นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2529 ถึงวันที่ 15กุม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1181/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 74) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 16,500 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 29ธันวาคม 2526 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์นำตู้เย็นไปส่งมอบให้จำเลยจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 64,63) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยจำเลยได้นำสมุดเงินฝากประจำ ธนาคารศรีนคร จำกัด จำนวนยอดเงินฝาก20,000 บาท ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนมาวางเป็นหลักประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 46,55) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนต้นเงินกับดอกเบี้ยที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คำนวณถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 1 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1182/2531
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 84) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินราชพัสดุที่จำเลยก่อสร้างอาคารรุกล้ำ และให้รื้อถอนอาคารเลขที่ 131ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานครเฉพาะส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินราชพัสดุของโจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 80,79) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 71) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1183/2531
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 113) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 105242 ของจำเลยทั้งสองเฉพาะส่วนที่เป็นทางพิพาทกว้าง 1.20 เมตร ยาวประมาณ 9-10เมตร ตามเส้นสีแดงในแผนที่เอกสารหมาย จ.1 ตกเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 3125 และที่ดินโฉนดเลขที่ 105246แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนทางพิพาทในโฉนดเลขที่ 105242 เป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินดังกล่าว ของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยร่วมกันรื้อถอนรั้วสังกะสีที่ปิดกั้นทางพิพาทออกไป และจัดการให้ทางพิพาทใช้การได้ตามสภาพเดิม ถ้าจำเลยทั้งสองไม่รื้อ ให้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการเองโดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดิ …
- ฎีกาที่ 1184/2531
การที่ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และมิได้เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นตามบทกฎหมายดังกล่าว เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาซึ่งเกิดจากการกระทำอันไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาให้.
- ฎีกาที่ 1184/2531
การที่ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และมิได้เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นตามบทกฎหมายดังกล่าว เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลย นั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาซึ่งเกิดจาก การกระทำอันไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาให้
- ฎีกาที่ 1184/2531
การที่ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และมิได้เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นตามบทกฎหมายดังกล่าว เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลยนั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาซึ่งเกิดจากการกระทำอันไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาให้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1184/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยชำระเงินจำนวน 30,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน (วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2527) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 63,62) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยผู้มีชื่อได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 53,57) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้น ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1185/2531
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 12 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 12 ปี คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบของจำเลยและผู้ขอประกัน (อันดับ 104,108,107,106) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง (อันดับ 99) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนคำสั่งเดิมที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง