ปี พ.ศ.: 2531
3,444 รายการ · หน้า 10 จาก 173
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1186/2531
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีมูลที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 279แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน535,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดแทนจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 135,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินที่ให้รับผิดนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสำหรับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์592,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างฎีกา เฉพาะจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 273,275,276) จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 248) แต่ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1187/2531
ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาอีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาเสีย เพื่อจะได้รับพระราชทานอภัยโทษในวโรกาสพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ขอได้โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว (อันดับ 51) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษความผิดตามมาตรา 7,72 จำคุก 1 ปี ความผิดตามมาตรา 8 ทวิ,72 ทวิจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษตามมาตรา 7,72 จำคุก6 เดือน ตามมาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 1 ปีลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 49) คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 51) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกาได้ ให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำ …
- ฎีกาที่ 1188/2531
จำเลยที่ 4 ฉีดเฮโรอีนให้ ป. ผู้เสียหายโดยมุ่งหมายให้เกิดอาการมึนงงเพื่อความสะดวกที่จะให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ปลดทรัพย์จากผู้เสียหายโดยผู้เสียหายหมดโอกาสจะขัดขืน และจำเลยที่ 4 มุ่งจะได้รับเงินส่วนแบ่งที่ขายทรัพย์ดังกล่าวด้วย การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงเป็นการร่วมในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยแบ่งหน้าที่กันทำ.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1188/2531
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีนี้โดยใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่าจำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ ข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นเป็นข้ออุทธรณ์เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งที่ยกมาประกอบการใช้ดุลพินิจมิใช่เป็นข้อกฎหมายที่จะทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคแรก ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยทั้งสองต้องปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งมีผลผูกพันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ศาลแรงงานกลางได้ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้ว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้อง …
- ฎีกาที่ 1189/2531
จำเลยเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ในสายชั้นเรียนให้แก่ผู้เสียหาย ในขณะเกิดเหตุ ผู้เสียหายเป็นศิษย์อยู่ในความดูแลของจำเลย ทั้งต้องเชื่อฟังจำเลยด้วยเมื่อจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในขณะนั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 277 ประกอบมาตรา 285.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1189/2531
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางที่จะชนะโจทก์ได้ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 129 แผ่นที่ 6) ระหว่างพิจารณา สหกรณ์เคหสถานกรุงเทพฯ จำกัด ยื่นคำร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 55325 แขวงสามเสนนอก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระเงิน 43,700 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องถึงวันที่โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 55325 ให้แก่จำเลยด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาและขอเพิ่มเติมฎีกา (อันดับ 125,124) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 123) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:119/2531
ความว่า จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 4 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 312 ประกอบมาตรา 80,317,83 ฯลฯ พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 มาตรา 18,34 ประกอบด้วยมาตรา 80 เป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ให้เรียงกระทงลงโทษข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ประกอบกับมาตรา 80พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522มาตรา 18,34ประกอบกับมาตรา 80 เป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 312 ประกอบกับมาตรา 80อันเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 ฯลฯ จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 10 ปีรวมจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 12 ปี จำเลยที่ 4รับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1190/2531
ความว่า จำเลยฎีกา จำเลยขอถือเอาหลักทรัพย์ที่วางประกันในชั้นอุทธรณ์เป็นประกันในการขอทุเลาการบังคับในชั้นฎีกาโปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย(อันดับ 209 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 170,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 204,205) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้งดการบังคับคดีในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำพันธบัตรรัฐบาลและหลักทรัพย์ที่ดินมาวางเป็นประกัน และได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้นแล้ว(อันดับ 176 แผ่นที่ 2,191) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระให้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปีมาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างฎ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1191/2531
ความว่า เนื่องจากนายบุญช่วย ศรีวิจิตร ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดวิจิตร์ธนภัณฑ์บริการโจทก์ได้ถึงแก่ความตาย และยังมิได้มีการตั้งผู้ชำระบัญชีเข้ามาเป็นตัวแทนของห้างฯ โจทก์เพื่อดำเนินคดีต่อไป จำเลยจึงเห็นว่าโจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่จะดำเนินคดีได้อีกต่อไป ถึงแม้นายไชยศิริบุตรของผู้ตายจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนก็ตาม เพราะห้างฯ โจทก์ได้สิ้นสภาพนิติบุคคลไปแล้วขณะที่หุ้นส่วนผู้จัดการตายดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นยอมให้กระบวนพิจารณาดำเนินต่อมาจึงเป็นการขัดต่อกฎหมาย ขอศาลฎีกาได้โปรดชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมาย พิพากษากลับหรือยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 174,000 บาท ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 162,87 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1192/2531
ความว่า จำเลยฎีกา แต่จำเลยไม่ประสงค์จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกต่อไป จึงขอถอนฎีกาของจำเลย โปรดอนุญาต หมายเหตุ โจทก์แถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 134) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยชำระเงินจำนวน 3,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องให้คิดไม่เกิน 2,250,000 บาท จำเลยฎีกา (อันดับ 103) ศาลฎีกาทำคำพิพากษาและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดคู่ความฟังแล้ว (อันดับ 125) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 133) คำสั่ง อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา
- ฎีกาที่ 1193/2531
ชั้นแรกโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า'AQUAFRESH' ออกเสียงว่า แอควาเฟรช แต่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนให้โดยอ้างว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้แล้ว การโต้เถียงกันในชั้นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยหรือไม่ เมื่อโจทก์ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแล้ว โจทก์จะนำเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องต่อศาลอีกไม่ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา22 แต่ในคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้ในประเทศต่าง ๆเกือบทั่วโลกเป็นเวลาหลายปีแล้วเป็นการอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจึงขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งเป็นการใช้ …
- ฎีกาที่ 1193/2531
ชั้นแรกโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า"Aquafresh" ออกเสียงว่า แอควาเฟรช แต่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนให้โดยอ้างว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลย ซึ่งนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้แล้ว การโต้เถียงกันในชั้นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยหรือไม่ เมื่อโจทก์ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแล้ว โจทก์จะนำเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องต่อศาลอีกไม่ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 22 แต่ในคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้ในประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลกเป็นเวลาหลายปีแล้ว เป็นการอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว จึงขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งเป็นก …
- ฎีกาที่ 1193/2531
ชั้นแรกโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า'AQUAFRESH' ออกเสียงว่า แอควาเฟรช แต่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนให้โดยอ้างว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้แล้ว การโต้เถียงกันในชั้นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยหรือไม่ เมื่อโจทก์ได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแล้ว โจทก์จะนำเรื่องเดียวกันนั้นมาฟ้องต่อศาลอีกไม่ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา22 แต่ในคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้ในประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลกเป็นเวลาหลายปีแล้วเป็นการอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วจึงขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งเป็นการใช …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1193/2531
ความว่า ผู้ร้องฎีกา แต่เนื่องจากโจทก์ได้ถึงแก่ความตายแล้วและศาลได้มีคำสั่งตั้งให้นางบุญมา นำผล เป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ จึงขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้เรียก นางบุญมา นำผลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะต่อไป หมายเหตุ นางบุญมา นำผล ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 56) ผู้ร้องชำระค่าคำร้อง 20 บาท กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจาก โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 12656 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีพร้อมกับบ้านเลขที่ 41 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 1 เพื่อนำขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินและบ้านที่โจทก์นำยึดไว้ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง มิใช่เป็นของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้คืนแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา (อันดับ …
- ฎีกาที่ 1194/2531
เหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นและให้ผลพิบัติโดยไม่มีใครอาจจะป้องกันได้ การที่น้ำป่าพัดสะพานพัง ถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยแต่กรณีระดับน้ำในแม่น้ำเมยสูงขึ้นเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยปกติตามฤดูกาล โดยระดับน้ำในหน้าฝนจะสูงขึ้นเช่นนี้ทุกปี ยังถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย.
- ฎีกาที่ 1194/2531
เหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นและให้ผลพิบัติโดยไม่มีใครอาจจะป้องกันได้ การที่น้ำป่าพัดสะพานพัง ถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย แต่กรณีระดับน้ำในแม่น้ำเมยสูงขึ้นเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยปกติตามฤดูกาล โดยระดับน้ำในหน้าฝนจะสูงขึ้นเช่นนี้ ทุกปี ยังถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
- ฎีกาที่ 1194/2531
เหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นและให้ผลพิบัติโดยไม่มีใครอาจจะป้องกันได้ การที่น้ำป่าพัดสะพานพัง ถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยแต่กรณีระดับน้ำในแม่น้ำเมยสูงขึ้นเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยปกติตามฤดูกาล โดยระดับน้ำในหน้าฝนจะสูงขึ้นเช่นนี้ทุกปี ยังถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1194/2531
ความว่า ผู้ร้องฎีกา โดยที่ทรัพย์พิพาทเป็นบ้านและที่ดินตั้งอยู่ในเขตชุมชนมีแต่ราคาจะสูงขึ้นหากเนิ่นนานไปโจทก์ก็ไม่เสียหาย แต่ถ้ามีการขายทอดตลาดและหากผู้ร้องชนะคดีในที่สุดผู้ร้องก็จะได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจาก โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 12656 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีพร้อมกับบ้านเลขที่ 41 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 1 เพื่อนำขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินและบ้านที่โจทก์นำยึดไว้ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง มิใช่เป็นของจำเลยที่ 1 โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้คืนแก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้ …
- ฎีกาที่ 1195/2531
โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดตามสิทธิที่โจทก์มีอยู่เป็นการเฉพาะตัว ไม่ได้ฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสแต่อย่างใด แม้โจทก์จะมีสามีก็ไม่จำต้องให้สามีให้ความยินยอม โจทก์ได้ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในมูลละเมิดภายในกำหนดอายุความ การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายเกิน 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ตัวผู้ที่จะใช้ค่าเสียหายแล้ว โดยอ้างว่ายังมิได้เรียกค่ายาและค่ารักษาพยาบาลไว้ หาทำให้คำฟ้องเพิ่มเติมของโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายนั้นขาดอายุความไม่ จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถโดยสารประจำทางคันเกิดเหตุและนำมาวิ่งรับส่งคนโดยสารร่วมกับจำเลยที่ 3 ในเส้นทางเดินรถของจำเลยที่ 3 และปรากฏว่าพนักงานเก็บเงินค่าโดยสารเป็นพนักงานของจำเลยที่ 3 จึงถือได้ว่าการนำรถโดยสารของจำเลยที่ 2 เข้ามาแล่นในเส้นทางสัมปทานที่จำเลยที่ 3 ได้รับจากรัฐบาลเป็นกิจการของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 1 ซึ …
- ฎีกาที่ 1195/2531
โจทก์บรรยายฟ้องเจาะจงตัวจำเลยที่ 2 ว่าเป็นนิติบุคคลประเภท บริษัทจำกัด ใช้ชื่อว่าบริษัท ส. จำกัด ไม่ต้องระบุว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำการแทนจำเลยที่ 2 การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ นั่งรถยนต์รับจ้างสามล้อที่ ก. เป็นผู้ขับขี่แล่นมาถึงบริเวณใกล้ที่พักผู้โดยสารประจำทางใกล้สะพานสท้านนภา โฉมหน้าจากสถานีขนส่งสายใต้ไปทางสามแยกท่าพระถูกรถยนต์โดยสารประจำทางสาย 81 คันหมายเลขทะเบียน กท.จ.3991 พุ่งเข้าชนนั้นย่อมชัดแจ้งเข้าใจได้แล้วว่ารถชนกันที่ใด ส่วนค่าเสียหายโจทก์บรรยายฟ้องแยกชนิดประเภทความเสียหายว่าเป็นเงินส่วนละเท่าใด ความเสียหายที่ทำให้โจทก์เสียฆานประสาทก็บรรยายฟ้องว่าไม่อาจรับความรู้สึกในการดมกลิ่นอีก ฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิด ไม่ได้ฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสเป็นการฟ้องตามสิทธิที่มีอยู่เป็นการเฉพาะตัว จึงไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากสามี โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร …