ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 17 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1295/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300,390 จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยผู้ขอประกันแถลงในคำร้องประกอบว่าจำเลยประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 18,17) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน50,000 บาท (อันดับ 3,9) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุจะพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1296/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 จำคุกคนละ 3 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 2 ปี ริบมีดของกลางข้อหาตามฟ้องให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จำคุกคนละ 20 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้คนละหนึ่งในสี่คงจำคุกคนละ 15 ปี ฯลฯ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะฎีกาต่อไป (อันดับ 108,106) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันด …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1297/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297,83 จำคุกคนละ 3 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปี ริบมีดของกลาง ข้อหาตามฟ้องให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 จำคุกคนละ 20 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้คนละหนึ่งในสี่ คงจำคุกคนละ 15 ปี ฯลฯจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยแถลงในคำร้องประกอบว่าประสงค์จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 112,109) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้น …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1298/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ทุกข้อเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โจทก์เห็นว่า โจทก์ได้ฎีกาว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังมาเป็นที่ยุติแล้วว่า จำเลยได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญากับโจทก์ เพื่อให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญาจริง ดังนั้นปัญหาที่ว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 63 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,172,173,174,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 56) โจทก์จึงยื่นคำร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1299/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ มีทางที่จะชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 58) ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยตามฟ้องโจทก์เสีย ให้จำเลยคืนเงินประกันตามใบขนสินค้าขาเข้าทั้งสี่ฉบับ จำนวน 70,871.56 บาท,73,954.24 บาท,73,315.05 บาทและ 67,675.43 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่โจทก์วางประกันจนถึงวันที่ชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมิให้เกินกว่า 43,383.79 บาท จำเลยอุทธรณ์ และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48,57) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:130/2532
ความว่า เนื่องจากโจทก์ถึงแก่ความตายในขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ มีความประสงค์ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (สำนวนตอน 2 อันดับ 12) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารออกจากตึกพิพาท ห้ามเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 192) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว โดยศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วจึงให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (สำนวนตอน 2 อันดับ 1,23) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้นายเก๊าแซ่หุ่น ผู้ร้อง เข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะได้ตามขอ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1300/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยทั้งสองได้ตกลงชำระหนี้ให้โจทก์แล้ว โจทก์ไม่คัดค้าน จำเลยทั้งสองไม่ประสงค์จะดำเนินคดีชั้นฎีกาต่อไป จึงขอถอนฎีกา ขอได้โปรดอนุญาตและสั่งคืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแก่จำเลยด้วย หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงข้างคำร้องว่าไม่คัดค้าน (อันดับ 93) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้เงินกู้จำนวน 50,000บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 15พฤษภาคม 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระก็ให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ ตามจำนวนดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา (อันดับ 78) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 93) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนฎีกา คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสอง 3 ใน 4 จำหน่ายคดี
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:131/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา โดยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ไว้แล้ว การทุเลาการบังคับจึงไม่ทำให้โจทก์เสียหาย หากให้มีการบังคับคดีในระหว่างนี้ ถ้าคดีถึงที่สุดจำเลยที่ 3 เป็นฝ่ายชนะคดีจะทำให้จำเลยที่ 3 เสียหายอย่างมากโปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 88) กรณีเป็นชั้นขอให้พิจารณาคดีใหม่ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค จำเลยที่ 1 ที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นให้พิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว ส่วนจำเลยที่ 2โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 470,567 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน2526 ถึงวันที่ 4 มีนาคม 2527 กับอัตราร้อยละ 21 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2527 จนกว่าชำระเสร็จ โดยให้จำ …
- ฎีกาที่ 1312/2532
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และจำเลยได้ทราบประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ของทางราชการแล้ว เป็นการระบุมาในฟ้องแล้วว่าสถานที่ซึ่งจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองนั้นอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ถือได้ว่าโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดแล้ว ส่วนที่โจทก์มิได้แนบสำเนาประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้มาพร้อมฟ้อง ก็ไม่ใช่สาระสำคัญอันจะทำให้ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์สำหรับสถานที่ซึ่งอ้างว่าจำเลยกระทำผิดอยู่ภายในเขตควบคุมหรือไม่ ก็เป็นเพียงประเด็นข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ ทั้งโจทก์บรรยายด้วยว่าประกาศดังกล่าวกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่จังหวัดทุกจังหวัด คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5)
- ฎีกาที่ 1312/2532
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และจำเลยได้ทราบประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ของทางราชการแล้ว ดังนี้ โจทก์ได้ระบุมาในฟ้องแล้วว่าสถานที่ซึ่งจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองนั้นอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ถือได้ว่าโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิดแล้ว ส่วนที่โจทก์มิได้แนบสำเนาประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้มาพร้อมฟ้อง ก็ไม่ใช่สาระสำคัญอันจะทำให้ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ สำหรับสถานที่ซึ่งอ้างว่าจำเลยกระทำผิดอยู่ภายในเขตควบคุมหรือไม่ ก็เป็นเพียงประเด็นข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ ทั้งโจทก์บรรยายด้วยว่าประกาศดังกล่าวกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่จังหวัดทุกจังหวัด คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5).(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1315/2532
ข้อตกลงเพิ่มวงเงินจำนอง มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ถือ ไม่ได้ว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่อันจะมีผลทำให้หนี้เดิม ระงับไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 คำฟ้องระบุจำนวนหนี้ที่ขอให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะ ผู้ค้ำประกันจำเลยให้การต่อสู้ ว่า หากจะต้อง รับผิด ก็รับผิดเพียงวงเงินที่ค้ำประกันและดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น มิได้ปฏิเสธยอดหนี้ ดังนั้นปัญหาว่าจำเลยอื่นได้ เบิกเงินไปจากโจทก์และนำเงินเข้าฝากในบัญชีเพื่อลดหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด หนี้ถึงวันฟ้องเป็นต้นเงินเท่าใด และดอกเบี้ย เท่าใดนั้น โจทก์นำมาสืบในชั้นพิจารณาได้โดย ไม่จำเป็นต้อง แนบบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมาท้ายคำฟ้อง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม.
- ฎีกาที่ 1315/2532
ข้อตกลงเพิ่มวงเงินจำนอง มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่อันจะมีผลทำให้หนี้เดิมระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 คำฟ้องระบุจำนวนหนี้ที่ขอให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยให้การต่อสู้ว่า หากจะต้องรับผิด ก็รับผิดเพียงวงเงินที่ค้ำประกันและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น มิได้ปฏิเสธยอดหนี้ ดังนั้น ปัญหาว่าจำเลยอื่นได้เบิกเงินไปจากโจทก์ และนำเงินเข้าฝากในบัญชีเพื่อลดหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด หนี้ถึงวันฟ้องเป็นต้นเงินเท่าใด และดอกเบี้ยเท่าใดนั้น โจทก์นำมาสืบในชั้นพิจารณาได้โดยไม่จำเป็นต้องแนบบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมาท้ายคำฟ้องฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
- ฎีกาที่ 1315/2532
ข้อตกลงเพิ่มวงเงินจำนอง มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่อันจะมีผลทำให้หนี้เดิม ระงับไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 คำฟ้องระบุจำนวนหนี้ที่ขอให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะ ผู้ค้ำประกันจำเลยให้การต่อสู้ว่า หากจะต้องรับผิด ก็รับผิดเพียงวงเงินที่ค้ำประกันและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น มิได้ปฏิเสธยอดหนี้ ดังนั้นปัญหาว่าจำเลยอื่นได้เบิกเงินไปจากโจทก์ และนำเงินเข้าฝากในบัญชีเพื่อลดหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด หนี้ถึงวันฟ้องเป็นต้นเงินเท่าใด และดอกเบี้ยเท่าใดนั้น โจทก์นำมาสืบในชั้นพิจารณาได้โดยไม่จำเป็นต้องแนบบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมาท้ายคำฟ้อง ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:132/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีมูลที่จะชนะโจทก์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 60,000บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2528 จนกว่าชำระเสร็จ (แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 14,250 บาท) หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61,60) จำเลยทั้งสองขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 46) ไม่ปรากฏคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกา คำสั่ง ถ้าจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกมีกำหนด 1 ปีมาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังค …
- ฎีกาที่ 1321/2532
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตาม สัญญายืม จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กู้และฟ้องแย้ง ขอให้โจทก์ชำระเงินที่จำเลยมอบให้โจทก์เป็นค่าติดต่อ ส่งคนไปทำงานต่างประเทศคืน โดย ขอนำเงินดังกล่าวหักออกจากสัญญากู้ยืม ดังนี้ ฟ้องแย้งจึงเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน และไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมอันศาลจะรับไว้พิจารณา.
- ฎีกาที่ 1321/2532
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามสัญญากู้ยืม จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กู้และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินที่จำเลยมอบให้โจทก์เป็นค่าติดต่อส่งคนไปทำงานต่างประเทศคืน โดยขอนำเงินดังกล่าวหักออกจากสัญญากู้ยืม ดังนี้ ฟ้องแย้งจึงเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน และไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
- ฎีกาที่ 1321/2532
ฟ้องเดิมโจทก์เรียกหนี้เงินกู้ตามสัญญายืม ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยเรียกเงินค่าป่วยการที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ตามสัญญาต่างตอบแทนคืน ดังนี้ เป็นคนละเรื่องคนละประเด็นไม่เกี่ยวพันกับมูลหนี้เดิมตามฟ้องโจทก์ ศาลไม่รับฟ้องแย้ง.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1321/2532
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามสัญญายืม จำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กู้และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินที่จำเลยมอบให้โจทก์เป็นค่าติดต่อส่งคนไปทำงานต่างประเทศคืน โดยขอนำเงินดังกล่าวหักออกจากสัญญากู้ยืม ดังนี้ ฟ้องแย้งจึงเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นกัน และไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมอันศาลจะรับไว้พิจารณา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1322/2532
ความว่า ผู้ร้องฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ พนักงานอัยการ ฯ ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 78) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2ชั่วคราวโดยมีผู้ร้องเป็นผู้ประกัน วันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้ร้องไม่ส่งตัวจำเลยที่ 2 ต่อศาล ศาลชั้นต้นถือว่าผู้ร้องผิดสัญญาประกัน จึงมีคำสั่งให้ปรับผู้ร้องเป็นเงิน 300,000 บาทเต็มจำนวนตามสัญญาประกัน ผู้ร้องยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าปรับศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ผู้รับมอบอำนาจจะขอผ่อนชำระเดือนละ1,500 บาทนั้น น้อยเกินไป หากประสงค์จะขอผ่อนชำระ อนุญาตให้ผ่อนชำระได้อย่างน้อยเดือนละ 5,000 บาท ทุก ๆ เดือนไปจนกว่าจะครบ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง …
- ฎีกาที่ 1324/2532
การอนุญาตให้ถอนฟ้องหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลที่จะสั่งได้ตามที่เห็นสมควร จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งการใช้ดุลพินิจดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยแม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่มีสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249