ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 30 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1497/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220และที่โจทก์ฎีกามานี้ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าเช็คที่ถูกแก้ไขข้อความและผู้สั่งจ่ายลงลายมือชื่อกำกับไว้จะมีผลสมบูรณ์เป็นเช็คที่ชำระหนี้ได้หรือไม่และหากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวจะถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59 แผ่นที่ 3) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1498/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 และที่โจทก์ฎีกามานี้ล้วนเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าเช็คที่ถูกแก้ไขข้อความและผู้สั่งจ่ายลงลายมือชื่อกำกับไว้จะมีผลสมบูรณ์เป็นเช็คที่ชำระหนี้ได้หรือไม่และหากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คดังกล่าวจะถือว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 60) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3,ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีก …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1499/2532
ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 320 แผ่นที่ 2) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ร่วมกันโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้ง 3 แปลงตามโฉนดที่ดินเลขที่ 942,5199,5200(ในสัญญาลงเลขโฉนดผิดไปเป็น 2500)ให้แก่โจทก์โดยให้หักส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 4ผู้เยาว์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 942 ออกเสียก่อนจำนวน 6 ไร่45 ตารางวา จำนวนเนื้อที่ดินทั้ง 3 โฉนดที่เหลือย่อมคำนวณราคาซื้อขายได้ตามที่ตกลงกันไว้คือไร่ละ 35,000 บาท และให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่ยังค้างชำระจำนวน 197,650 บาท แก่จำเลยทั้งสามในวันโอนที่ดินพิพาท หากจำเลยทั้งสามไม่ไปจัดการโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 313,314) จำเลยที่ 4 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังค …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:150/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,80 ประกอบมาตรา 69 ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 3 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 13) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 150,000 บาท (อันดับ 2 แผ่นที่ 2, อันดับ 5แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1500/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 67) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์จำเลยหย่ากัน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้โจทก์เป็นผู้ปกครองเด็กหญิงสุพรรณิการ์ บัวรักสกุลโดยให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงสุพรรณิการ์ บัวรักสกุล เป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท นับแต่มีคำพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าเด็กหญิงสุพรรณิการ์ บัวรักสกุลจะบรรลุนิติภาวะให้จำเลยเป็นผู้ปกครองเด็กชายเมธา บัวรักสกุล คำขออื่นของจำเลยให้ยกเสีย จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 48,65) คำสั่ง การหย่าโดยคำพิพากษาของศาลมีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1531 วรรคสองคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จำเลยจึงยังไม่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา ไม่ต้องขอทุเลาการบังคับ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1501/2532
ความว่า จำเลยที่ 13 ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 11 ถึงที่ 16มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4,5,6,7,11,48,69,73,74,74 ทวิ,74 จัตวา พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4,6,9,14,31,35 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,33 พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. 2505 ฐานทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ 3 ปี ปรับคนละ 15,000 บาทฐานมีไม้หวงห้ามยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 3 ปีปรับคนละ 15,000 บาท ฐานตั้งโรงงานแปรรูปไม้ จำคุกคนละ 3 ปีปรับคนละ 15,000 บาท ฐานแปรรูปไม้หวงห้าม จำคุกคนละ 3 ปีปรับคนละ 15,000 บาท ฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองจำคุกคนละ 3 ปี ปรับคนละ 15,000 บาท การกระทำของ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1502/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 1 ถึงข้อ 4แม้จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวกันแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งเป็นข้อกฎหมายไม่เป็นสาระแก่คดี ฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาซึ่งได้สั่งไว้ในฎีกาฉบับที่ยื่นไว้ก่อนแล้ว จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทุกข้อ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 1 ถึงข้อ 5 เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 26) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4,22,31,40,42,65,69,70,71 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฯลฯ เป็นความผิดสองกระทงเรียงกระทงลงโทษฐานดัดแปลงก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารพาณิชย์ผิดจากแบบแปลนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ปรับ 20,000บาท และฐานไม่รื้อถอนอาคารต …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1503/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ ฯลฯ จำคุก 6 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม 336 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยที่ 1 จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 4,3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1504/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ ประกอบมาตรา 86 ฯลฯจำคุก 4 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม,336 ทวิ ประกอบมาตรา 86นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยที่ 2 จะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 6,5) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นจะสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 หรือไม่ จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1505/2532
ความว่า จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 เห็นว่า คำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 3โดยอ้างว่าไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(5) การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับหรือคืนคำคู่ความดังกล่าวจึงไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 3โดยมิได้พิจารณาเนื้อหาของคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง คำสั่งดังกล่าวจึงไม่เป็นที่สุด จำเลยที่ 3 จึงฎีกาได้ภายใน 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 126 แผ่นที่ 3) จำเลยที่ 3 ชำระค่าขึ้นศาลม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1506/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 กระทงเดียว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฯลฯ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 116) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 300,000 บาท (อันดับ 3,95 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1507/2532
ความว่า จำเลยทั้งห้าฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 89) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรื้อถอนกับขนย้ายเพิงและสะพานที่ปลูกสร้างรุกล้ำที่ดินโฉนดเลขที่ 7333ของโจทก์ตามที่ปรากฏในแผนที่พิพาทออกไปจากที่ดินของโจทก์โดยทำที่ดินของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิม ห้ามจำเลยทั้งห้าและบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งห้าฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 85,84) จำเลยทั้งห้าได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ (อันดับ 72) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา
- ฎีกาที่ 1508/2532
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยมาศาลและขออ้างตนเองเบิกความเป็นพยาน ศาลชั้นต้นได้ให้โจทก์จำเลยสืบพยาน จำเลยเบิกความว่าการชำระหนี้เงินกู้ 30,000 บาท ตามเช็คพิพาทเป็นหนี้มีเงื่อนไขว่า หากโจทก์ไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โจทก์จึงจะมีสิทธิเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลย แต่ถ้าโจทก์ได้รับเลือกตั้งจำเลยไม่ต้องคืนเงินกู้ดังกล่าวให้โจทก์ การเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงเป็นการเบิกความในข้อที่ไม่ได้เป็นประเด็นในคดี จำเลยจึงสืบพยานในข้อที่ว่าการชำระหนี้เงิน 30,000บาท ตามเช็คพิพาทเป็นหนี้ที่มีเงื่อนไขไม่ได้
- ฎีกาที่ 1508/2532
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยมาศาลและขออ้างตนเองเบิกความเป็นพยาน ศาลชั้นต้นได้ให้โจทก์จำเลยสืบพยาน จำเลยเบิกความว่าการชำระหนี้เงินกู้ 30,000 บาทตามเช็คพิพาทเป็นหนี้ที่มีเงื่อนไขว่า หากโจทก์ไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โจทก์จึงจะมีสิทธิเรียกร้องจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลย แต่ถ้าโจทก์ได้รับเลือกตั้งจำเลยไม่ต้องคืนเงินกู้ดังกล่าวให้โจทก์ การเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงเป็นการเบิกความในข้อที่ไม่ได้เป็นประเด็นในคดี จำเลยจึงสืบพยานในข้อที่ว่าการชำระหนี้เงินกู้ 30,000 บาทตามเช็คพิพาทเป็นหนี้ที่มีเงื่อนไขไม่ได้.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1508/2532
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา มีเหตุผลที่ศาลฎีกาสามารถกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 106) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 20,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 95,96) จำเลยทั้งสามได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยนำสัญญาค้ำประกันของธนาคารมาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 79,84) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยทั้งสามคนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี มาให้เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1509/2532
เมื่อคุณภาพและส่วนผสมของสบู่และเนยที่โจทก์ผลิตตามคำสั่งเฉพาะรายของลูกค้ากับที่โจทก์ผลิตและจำหน่ายเองเหมือนกัน สัมภาระหรือวัตถุที่นำมาใช้ในการผลิตตามคำสั่งเฉพาะรายดังกล่าวจึงมีความสำคัญยิ่งกว่าการงานกรณีเป็นการผลิตและขายให้ลูกค้าผู้สั่ง มิใช่การรับจ้างทำของ ดังนั้นโจทก์ต้องเสียภาษีการค้าในฐานะผู้ผลิต.
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1509/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 และข้อ 2.2 เฉพาะที่เกี่ยวกับเช็คตามเอกสารหมายจ.9 จ.11 ส่วนฎีกาจำเลยสำหรับเช็คตามเอกสารหมาย จ.37.5 จ.7เป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เช็คพิพาทตามเอกสารหมาย จ.3 จ.5 จ.7 จ.9 และ จ.11ที่โจทก์นำมาฟ้องขาดอายุความแล้วและเป็นปัญหาที่จำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้มาโดยตลอดแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 ที่เกี่ยวกับเช็คพิพาททุกฉบับไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 104 แผ่นที่ 2) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์มีมูลจึงมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว …
- ฎีกาที่ 151/2532
ส. บิดาผู้ร้องปลูกบ้านโดยใช้เงินของ ส. และจำเลยซึ่งเป็นมารดาผู้ร้องลงในที่ดินผู้ร้องซึ่ง ขณะปลูกนั้นผู้ร้องอายุไม่เกิน 7 ปี เพื่อใช้ เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน พอถือได้ว่าปลูกโดยผู้ร้องทั้งสามรู้เห็นยินยอมด้วย กรณีเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 บ้านพิพาทจึงไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินอันจะถือว่าเป็นของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องทั้งสามไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์บ้านพิพาทที่โจทก์นำยึด.
- ฎีกาที่ 151/2532
ส.บิดาผู้ร้องปลูกบ้านโดยใช้เงินของส. และจำเลยซึ่งเป็นมารดาผู้ร้องลงในที่ดินผู้ร้องซึ่งขณะปลูกนั้นผู้ร้องอายุไม่เกิน 7ปี เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน พอถือได้ว่าปลูกโดยผู้ร้องทั้งสามรู้เห็นยินยอมด้วยกรณีเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 บ้านพิพาทจึงไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินอันจะถือว่าเป็นของผู้ร้องทั้งสามผู้ร้องทั้งสามไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์บ้านพิพาทที่โจทก์นำยึด
- ฎีกาที่ 151/2532
ส. ปลูกบ้านพิพาทลงบนที่ดินของผู้ร้องทั้งสามเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน ในขณะที่ผู้ร้องทั้งสามมีอายุไม่เกิน7 ปี ไม่มีรายได้อะไร ต้องอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของ ส.และจำเลยผู้เป็นมารดาทั้งเงินที่ใช้ปลูกบ้านก็เป็นของส. และจำเลย พอจะถือได้ว่าบ้านพิพาทปลูกโดยผู้ร้องทั้งสามยินยอม กรณีเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109บ้านพิพาทไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินอันจะถือว่าเป็นของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องทั้งสามจึงไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์.(ที่มา-ส่งเสริม)