ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 29 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1486/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 59) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 63) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว โดยมีคำร้องประกอบ(อันดับ 62,61) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้งสองชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท (อันดับ 3 แผ่นที่ 2,41) คำสั่ง เนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคร …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1488/2532
ความว่า จำเลยฎีกา เชื่อว่าชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 102) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,700,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2524 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินแก่โจทก์ครบถ้วน จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 98,97) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 83,88) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีกเป็นเวลา 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1489/2532
การที่จำเลยขับรถยนต์ โดยประมาทชนผู้ตายแล้วจำเลยนำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลในทันทีหลังจากเกิดเหตุโดย มิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะถือว่าจำเลยหลบหนีไปจนเป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับอันตรายถึงตาย ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 160 วรรคสองหาได้ไม่ จำเลยคงมีความผิดตาม มาตรา 160วรรคแรก เท่านั้น.
- ฎีกาที่ 1489/2532
การที่จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทชนผู้ตายแล้วจำเลยนำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลในทันทีหลังจากเกิดเหตุ โดยมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะถือว่าจำเลยหลบหนีไปจนเป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับอันตรายถึงตายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 160 วรรคสอง หาได้ไม่ จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 160 วรรคแรกเท่านั้น
- ฎีกาที่ 1489/2532
จำเลยนำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลในทันทีหลังจากที่ขับรถชนผู้ตาย ถือไม่ได้ว่าจำเลยหลบหนีไปจนเป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับอันตรายถึงตายตาม พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160วรรคสอง จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 160 วรรคแรก เท่านั้น.(ที่มา-ส่งเสริม)
- ฎีกาที่ 1489/2532
การที่จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทชนผู้ตายแล้วจำเลยนำผู้ตายไปส่งโรงพยาบาลในทันทีหลังจากเกิดเหตุ โดยมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะถือว่าจำเลยหลบหนีไปจนเป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับอันตรายถึงตายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสองหาได้ไม่ จำเลยคงมีความผิดตาม มาตรา 160 วรรคแรก เท่านั้น
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1489/2532
ความว่า จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 126) ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นหมายเรียกวัดป่าดาราภิรมย์เข้าเป็นจำเลยร่วมตามคำร้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทและห้ามเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบหนังสือสำคัญเกี่ยวกับที่พิพาททั้งสี่แปลงให้โจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 123,122) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:149/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1200/2530 ของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 ลงโทษจำคุก 6 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก 4 ปี จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 77,76) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 บาท (อันดับ 20,51) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกาจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1490/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90,91,137,172,173,180,265 และ 268ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137,172,177,180,265 และ 268 เรียงกระทงลงโทษฐานแจ้งความเท็จ จำคุก 4 เดือน ฐานเบิกความเท็จ จำคุก 8 เดือนฐานแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ จำคุก 6 เดือน และฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม จำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 86) จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 67,77 แผ่นที่ 2) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบของผู้ขอประกัน(อันดับ 83,84) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1491/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้ขายทอดตลาดใหม่ โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 75) กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระโจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 5525 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยบ้าน 1 หลังของจำเลยที่ 2 เพื่อขายทอดตลาดในการขายทอดตลาดครั้งแรก โจทก์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุดจำนวน 695,000 บาท จำเลยที่ 2 คัดค้านว่าราคายังต่ำและสามารถหาคนมาซื้อให้ได้ราคาสูงกว่านี้ ขอให้ประกาศขายใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งให้ประกาศขายใหม่การขายทอดตลาดครั้งที่ 2 โจทก์ก็เป็นผู้ให้ราคาสูงสุดจำนวน 700,000 บาท จำเลยคัดค้านว่าราคายังต่ำอยู่อีกและยังหาคนมาซื้อไม่ได้ ฝ่ายโจทก์แถลงว่าได้ราคาดีมากแล้ว จำเลยที่ 2 คัดค้านเพื่อประวิงการบังคับคดีเท่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1492-1493/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างแถลงคัดค้าน(อันดับ 117,118) คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกนางทองดี สมอารี โจทก์สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลัง ว่า โจทก์เรียก นายวิชัยแซ่เตีย จำเลยที่ 1 สำนวนแรก ว่า จำเลยที่ 1และเรียกนายทรงศักดิ์สว่างรุ่ง จำเลยที่ 2 สำนวนแรกและโจทก์สำนวนหลัง ว่า จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1544ตำบลหมูม่น อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2527 ระหว่างนายวิชัยแซ่เตีย จำเลยที่ 1ผู้ขาย กับนายทรงศักดิ์สว่างรุ่ง จำเลยที่ 2 ผู้ซื้อ แล้วให้จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมจดทะเบียนขายที่ดินแปลงดังกล่าวนี้ให้แก่โจทก์ พร้อมกับรับเงินจำนวน 30,000 บาทไปจากโจทก์หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเ …
- ฎีกาที่ 1492-1494/2532
จำเลยกับพวกไปลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โดย เพียงแต่ นำรถจักรยานยนต์ไปจอดห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อลักทรัพย์เสร็จได้ กลับไปที่รถจักรยานยนต์แบ่งทรัพย์กันแล้วก็นั่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไป กรณียังฟังไม่ได้ว่าเป็นการใช้ รถจักรยานยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ.
- ฎีกาที่ 1492-1494/2532
จำเลยกับพวกไปลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยเพียงแต่นำรถจักรยานยนต์ไปจอดห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อลักทรัพย์เสร็จได้กลับไปที่รถจักรยานยนต์แบ่งทรัพย์กัน แล้วก็นั่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไป กรณียังฟังไม่ได้ว่าเป็นการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ.
- ฎีกาที่ 1492-1494/2532
จำเลยกับพวกไปลักทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยเพียงแต่นำรถจักรยานยนต์ไปจอดห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อลักทรัพย์เสร็จได้กลับไปที่รถจักรยานยนต์แบ่งทรัพย์กันแล้วก็นั่งรถจักรยานยนต์หลบหนีไป กรณียังฟังไม่ได้ว่าเป็นการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ทวิ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1494/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 และ 2.2 เป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 45) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ 575/2531ของจำเลยเสีย ปรากฏว่าโจทก์ยังไม่ได้ชดใช้เงินให้จำเลยคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยคืนเงิน 2,200 บาทให้โจทก์ จึงให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 42) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43) คำสั่ง อุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.2 ของจำเลยได้หยิบยกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและระเบียบเกี่ยวกับอุบัติเหตุขึ้นอ้างว่าตามข้อตกลงและระเบียบดังกล่าวโจทก์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังว่า พยานหลักฐานของจำเลยรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทำให้กระจกบ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1495/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 5,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 3 เดือนปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 เดือน โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่า จำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 21,20) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1496/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอวางเงินสด 5,000 บาท เป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 3 เดือนปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 เดือน โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 21,20) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างนี้ ให้ยกคำร้อง
- ฎีกาที่ 1497/2532
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดฐาน ร่วมกันผลิตเฮโรอีนและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าตน มิได้แบ่งบรรจุเฮโรอีนการที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าพยานโจทก์ไม่มีโอกาสมองเห็นการกระทำของจำเลยที่ 1 พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1แบ่งบรรจุเฮโรอีนและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ 1 คงมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อเสพสถานเดียว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.
- ฎีกาที่ 1497/2532
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีน และมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าตนมิได้แบ่งบรรจุเฮโรอีน การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าพยานโจทก์ไม่มีโอกาสมองเห็นการกระทำของจำเลยที่ 1พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แบ่งบรรจุเฮโรอีนและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ 1 คงมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อเสพสถานเดียว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้กล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์ และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- ฎีกาที่ 1497/2532
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามกระทำผิดฐานร่วมกันผลิตเฮโรอีนและมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าตนมิได้แบ่งบรรจุเฮโรอีน การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าพยานโจทก์ไม่มีโอกาสมองเห็น การกระทำของจำเลยที่ 1 พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แบ่งบรรจุเฮโรอีนและจำหน่ายเฮโรอีน จำเลยที่ 1 คงมีความผิดเพียงมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อเสพสถานเดียว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลอุทธรณ์และเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย