ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 34 จาก 200
- ฎีกาที่ 155/2532
จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3)ประกอบด้วยมาตรา 362 การที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 โดยมิได้ปรับบทมาตรา 362 ด้วยนั้นย่อมไม่ถูกต้องเพราะมาตรา 365 มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว
- ฎีกาที่ 155/2532
จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ประกอบด้วยมาตรา 362 เช่นนี้ ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 โดยมิได้ปรับบทมาตรา 362 มาด้วยย่อมไม่ถูกต้องเพราะมาตรา 365 มิได้บัญญัติความผิดไว้ชัดแจ้งในตัว.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:155/2532
ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 113) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินให้โจทก์โดยให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีของเงินต้น 500,000 บาทแรกนับแต่วันที่10 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นไป ของเงินต้น 400,000 บาทต่อไปนับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นไป และของเงินต้น 400,000 บาทสุดท้ายนับแต่วันที่ 5 มีนาคม 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยทั้งหมดถึงวันฟ้องให้ไม่เกิน 464,745.21 บาทให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมรับผิดชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้น 500,000 บาทแรก นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นไป ของเงินต้น 400,000 บาทต่อไป นับแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นต้นไป …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1550/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 125) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ชำระเงิน 9,000 บาทแก่จำเลย แล้วให้จำเลยส่งมอบที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 1/2498หน้าที่ 7 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีให้แก่โจทก์ จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 95,117) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินพิพาท (อันดับ 80) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1551/2532
ความว่า ตามที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดระยะเวลาฟ้องร้องตามกฎหมายนั้นโจทก์เห็นว่า จำเลยมิได้บรรยายข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงในฎีกาไว้โดยชัดแจ้ง ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามบทบัญญัติมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากศาลได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนี้ให้เป็นคุณแก่โจทก์ ก็จะไม่ต้องมีการพิจารณาคดีต่อไปและทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง โปรดพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายนี้ด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ทั้งสองชำระค่าคำร้องมาเพียง 20 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ชำระเงิน 9,000 บาทแก่จำเลย แล้วให้จำเลยส่งมอบที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 1/2498หน้าที่ 7 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรีให้แก่โจทก์ จำเลยฎีกา (อันดับ 95) โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 124) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าการขอให้ศาลวินิจฉ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1552/2532
ความว่า โจทก์ฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สั่งอนุญาตให้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 8600 แขวงท่าแร้งเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ให้แก่นายเล็ก จันทร์วรพฤกษ์ขอศาลได้โปรดมีคำสั่งระงับการโอนที่ดินดังกล่าวไว้ก่อน หมายเหตุ ผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 75) กรณีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 8600 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นของนางประทุม เสียงสุวรรณจำเลยที่ 2 ปรากฏว่านายเล็ก จันทร์วรพฤกษ์ ผู้คัดค้านซื้อที่ดินได้ในราคา250,000 บาทโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายที่ดินแปลงนี้ต่ำกว่าราคาที่ประเมินไว้คือราคา 300,000 บาทและก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะนับ 3 และเคาะไม้ โจทก์ขอเข้าสู้ราคาแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อนุญาต การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ข้อ 83 ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งขายทอ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1553/2532
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า รับอุทธรณ์เฉพาะข้อ (ก)และข้อ(ข)ส่วนข้อ(ค) เป็นการอุทธรณ์ปัญหาการใช้ดุลยพินิจในการรับฟังพยานของศาลมิใช่ข้อกฎหมายจึงไม่รับโจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ (ค) เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลแรงงานกลางรับฟังพยานหลักฐานในคดีผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามพยานหลักฐานในสำนวนเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ (ค) ไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 70) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน81,240 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ (อันดับ 58) โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์บางข้อดังกล่าว (อันดับ 56) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 61) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว โจทก์อุทธรณ์ข้อ (ค) ว …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1554/2532
ความว่า จำเลยอุทธรณ์ คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 65) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน81,240 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ (อันดับ 56) จำเลยอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 58,59) คำสั่ง ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องฉบับนี้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1555-1558/2532
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกกระบวนพิจารณาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2531 เป็นต้นไปขึ้นมาดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่และพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฯลฯแม้จะมีเหตุขัดข้องทำให้ไม่สามารถเบิกตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่าจำเลยได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามความมุ่งหมายของกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะต้องยกกระบวนพิจารณาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2531 ขึ้นมาดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่หรือพิพากษาใหม่ ยกคำร้อง จำเลยเห็นว่า ขณะที่ศาลชั้นต้นออกหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แจ้งแก่จำเลยนั้น จำเลยมิได้อยู่ ณ ภูมิลำเนาฟ้องของโจทก์แล้ว แต่จำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษธนบุรีและฑัณทสถานหญิงลาดยาว การที่ศาลไม่สามารถตรวจสอบหรือไม่ทราบว่าจำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ตลอดจนมิได้เบิกตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาก็เนื่องจากความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ที่มิได้นำเอกสารเข้ารวมสำนวนไว้ใน …
- ฎีกาที่ 1558/2532
ระเบียบของจำเลยว่าด้วยเงินทุนสะสม พ.ศ. 2520 ระบุว่าเมื่อพนักงานบุคคลใด ออกจากธนาคาร ให้ธนาคารจ่ายเงินสะสมแก่พนักงานบุคคลนั้น เว้นแต่ในกรณีต้อง ออกจากงานตาม คำสั่งของธนาคาร เพราะกระทำการทุจริตในหน้าที่หรือกระทำการประมาทเลินเล่อ หรือกระทำการอื่นใด เป็นเหตุให้ธนาคารต้อง เสียหาย... หมายความว่าจำเลยจะไม่ต้องจ่ายเงินทุนสะสมให้แก่พนักงานถ้า พนักงานกระทำให้จำเลยได้ รับความเสียหายโดยตรงต่อ ทรัพย์สินหรือชื่อเสียงของจำเลยการที่โจทก์ปลุกปล้ำทำอนาจาร อ. พนักงานในสำนักงานเดียวกันแต่ กระทำนอกสถานที่ทำงานเป็นการกระทำในเรื่องส่วนตัว และมิได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ทั้งจะถือว่าการกระทำละเมิดต่อ อ.ดังกล่าวเป็นการทำละเมิดต่อ จำเลยด้วย หาได้ไม่ โจทก์ไม่ได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตาม ความหมายของระเบียบดังกล่าวอันจะทำให้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินสะสมให้แก่โจทก์.
- ฎีกาที่ 1558/2532
ระเบียบของจำเลยว่าด้วยเงินทุนสะสม พ.ศ. 2520 ระบุว่าเมื่อพนักงานบุคคลใดออกจากธนาคาร ให้ธนาคารจ่ายเงินทุนสะสมแก่พนักงานบุคคลนั้น เว้นแต่ในกรณีต้องออกจากงานตามคำสั่งของธนาคารเพราะกระทำการทุจริตในหน้าที่หรือกระทำการประมาทเลินเล่อหรือกระทำการอื่นใดเป็นเหตุให้ธนาคารต้องเสียหาย หมายความว่าจำเลยจะไม่ต้องจ่ายเงินทุนสะสมให้แก่พนักงานถ้าพนักงานกระทำให้จำเลยได้รับความเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สินหรือชื่อเสียงของจำเลยการที่โจทก์ปลุกปล้ำทำอนาจาร อ. พนักงานในสำนักงานเดียวกันแต่กระทำนอกสถานที่ทำงาน เป็นการกระทำในเรื่องส่วนตัวและมิได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ทั้งจะถือว่าการกระทำละเมิดต่อ อ. ดังกล่าวเป็นการทำละเมิดต่อจำเลยด้วยหาได้ไม่ โจทก์ไม่ได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามความหมายของระเบียบดังกล่าวอันจะทำให้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินทุนสะสมให้แก่โจทก์
- ฎีกาที่ 1558/2532
ระเบียบของจำเลยว่าด้วยเงินทุนสะสม พ.ศ. 2520 ระบุว่าเมื่อพนักงานบุคคลใดออกจากธนาคาร ให้ธนาคารจ่ายเงินสะสมแก่พนักงานบุคคลนั้น เว้นแต่ในกรณีต้องออกจากงานตามคำสั่งของธนาคาร เพราะกระทำการทุจริตในหน้าที่หรือกระทำการประมาทเลินเล่อ หรือกระทำการอื่นใดเป็นเหตุให้ธนาคารต้องเสียหาย... หมายความว่าจำเลยจะไม่ต้องจ่ายเงินทุนสะสมให้แก่พนักงานถ้าพนักงานกระทำให้จำเลยได้รับความเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สินหรือชื่อเสียงของจำเลย การที่โจทก์ปลุกปล้ำทำอนาจาร อ. พนักงานในสำนักงานเดียวกัน แต่กระทำนอกสถานที่ทำงานเป็นการกระทำในเรื่องส่วนตัว และมิได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ทั้งจะถือว่าการกระทำละเมิดต่อ อ. ดังกล่าวเป็นการทำละเมิดต่อจำเลยด้วยหาได้ไม่ โจทก์ไม่ได้ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามความหมายของระเบียบดังกล่าวอันจะทำให้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินสะสมให้แก่โจทก์
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1559/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรค 2 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคายางพาราจำนวน 10 แผ่น ราคา 238 บาท แก่ผู้เสียหายยกฟ้องฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 35) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน 80,000 บาท (อันดับ 3,21) คำสั่ง คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาฎีกาของจำเลยประกอบเสียก่อน แต่จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่มีเหตุพิจารณาให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:156/2532
ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยคดีโดยมิได้รับฟังจากพยานหลักฐานในถ้อยคำสำนวน เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 60) โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯลฯ นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 56) โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 57) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งหกที่ว่า ศาล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1560/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364,365 และ 278 ประกอบมาตรา 90ลงโทษตามมาตรา 278 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญแก่คดีอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงไม่รับฎีกาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย (อันดับ 70) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยมีคำร้องประกอบ (อันดับ 72,71) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 68) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 3,49) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นมี …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1561/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับเป็นฎีกาเฉพาะข้อ 2.1 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายเท่านั้น นอกนั้นเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยข้อ 2.2ฎีกาว่าคดีแพ่งที่จำเลยได้ยื่นฟ้องนายอำเภอบ้านแพง กับพวกเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดนครพนมเรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่เพิกถอนสัญชาติไทยนั้น บัดนี้ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแล้วว่า จำเลยเป็นคนสัญชาติไทยปรากฏตามเอกสารท้ายฎีกาหมายเลข 1และข้อ 2.3 ฎีกาว่าเจตนาในการกระทำความผิดของจำเลยคดีนี้กับเจตนาของจำเลยในคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1615/2528แตกต่างกันหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 217) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 และมาตรา 267 ให้ลงโทษตามมาตรา 265,268 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี กระทงหนึ่งและมีค …
- ฎีกาที่ 1562/2532
พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527บัญญัติขึ้นเพื่อปราบปรามการกระทำที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนกับวางมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวมรัฐเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีในความผิดตามพระราชกำหนดดังกล่าวเอกชนไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้อง
- ฎีกาที่ 1562/2532
พระราชกำหนดการกู้ยือมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2517บัญญัติขึ้นเพื่อปราบปรามการกระทำที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนกับวางมาตรการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนรวมรัฐเท่านั้น เป็นผู้มีอำนาจฟ้องคดีในความผิดตามพระราชกำหนดดังกล่าว เอกชนไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1562/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,10,12,15 ฯลฯจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานเป็นเจ้ามือจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ และไม่จ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ (อันดับ 25) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 23) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จึงไม่มีเหตุจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1563/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 337,83,91 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุกคนละ 8 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 ต่างอุทธรณ์ เฉพาะจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่อนุญาตยกคำร้อง (อันดับ 1) จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 3) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาตีราคาค่าประกัน 300,000 บาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป