ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 35 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1564/2532
ความว่า คดีนี้จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอรับรถยนต์ของกลางเพื่อนำมาเก็บรักษา แต่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลย เนื่องจากการที่รถยนต์ดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่พนักงานสอบสวนนั้นมิได้มีการดูแลบำรุงรักษาแต่อย่างใดทำให้รถยนต์ดังกล่าวอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม จำเลยมีความประสงค์ขอรับรถยนต์ดังกล่าวมาดูแลรักษาเองเพื่อป้องกันความเสียหายและเพื่อให้รถยนต์ดังกล่าวคงสภาพใช้งานได้ตามปกติโดยจำเลยขอวางเงินประกันตามจำนวนที่ศาลกำหนดแทนโปรดอนุญาตให้จำเลยเป็นผู้เก็บรักษารถยนต์ของกลางดังกล่าวด้วย หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 4) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ที่แก้ไขใหม่ ๆ และผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 24,50 ที่แก้ไขใหม่รวมจำคุก 1 ปี ปรับ 904,838.64 บาท ริบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน8 จ -6595 กรุงเทพมหานคร สีขาว ไว้เป็นของกลาง จำ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1565-1566/2532
ความว่า คดีนี้ จำเลยได้นำเงินค่าเสียหายที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางไว้ต่อศาลเดือนละ 16,000 บาทรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 688,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยฎีกาและขอถอนฎีกา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฎีกาแล้ว คดีของจำเลยย่อมถึงที่สุด จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ตามคำพิพากษาโจทก์มีความประสงค์ขอรับเงินที่จำเลยวางศาลไว้จำนวน 688,000 บาทค่าขึ้นศาลและค่าทนายความที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยชำระแทนโจทก์โดยมอบให้นายสุขุมพิริยานสรณ์ ทนายโจทก์เป็นผู้รับแทนโปรดมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายเงินดังกล่าวข้างต้นแก่โจทก์ด้วยอนึ่งการจ่ายเงินศาลแพ่งจะจ่ายเป็นเช็ค ขอศาลได้โปรดสั่งจ่ายแก่โจทก์หรือผู้ถือด้วย หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 1 ในสำนวนหลังว่าโจทก์เรียกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในสำนวนหลังตามชื่อที่ปรา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1567/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 จำคุก 10 ปีจำเลยเบิกความรับว่าฟันผู้เสียหายจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 103,104) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 85) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ตีราคาประกัน 200,000 บาท (อันดับ 18,64) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1569/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ริบกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 2) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาค่าประกันหนึ่งล้านบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:157/2532
ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 1เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงอุทธรณ์ข้อ 2 เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจของศาลถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันจึงไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยเฉพาะอุทธรณ์ในข้อแรก มีปัญหาข้อกฎหมายอย่างชัดแจ้งตามกฎหมายทุกประการโปรดมีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้นด้วย หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 23) โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างที่ 473/2531 ของจำเลย ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมกับชำระค่าจ้างระหว่างเลิกจ้างถึงวันรับกลับเข้าทำงาน เดือนละ2,828 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 16) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 17) คำสั่ง พิเคราะห …
- ฎีกาที่ 1570/2532
คดีฉ้อโกงประชาชนข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ค. พวกของจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายคนละวันเวลากัน แต่สถานที่เกิดเหตุเป็นที่เดียวกันหรือบริเวณเดียวกัน ดังนั้น ถือว่าจำเลยกับพวกได้หลอกลวงพวกผู้เสียหายในเวลาเดียวกัน แม้พวกผู้เสียหายหลงเชื่อมาชำระเงินให้ ค. หรือจำเลยในภายหลังในวันเวลาที่ไม่ตรงกันก็ไม่เป็นการกระทำผิดหลายกรรม เพราะการรับเงินเป็นผลที่เกิดจากการกระทำ หาใช่การกระทำขึ้นใหม่ไม่
- ฎีกาที่ 1570/2532
คดีฉ้อโกงประชาชนข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ค. พวกของจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายคนละวันเวลากัน แต่สถานที่เกิดเหตุเป็นที่เดียวกันหรือบริเวณเดียวกัน ดังนั้น ถือว่าจำเลยกับพวกได้หลอกลวงพวกผู้เสียหายในเวลาเดียวกัน แม้พวกผู้เสียหายหลงเชื่อมาชำระให้ ค. หรือจำเลยในภายหลังในวันเวลาที่ไม่ตรงกัน ก็ไม่เป็นการกระทำผิดหลายกรรมเพราะการรับเงินเป็นผลที่เกิดจากการกระทำ หาใช่การกระทำขึ้นใหม่ไม่.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1570/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80,295 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 10 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยแถลงในคำร้องประกอบว่าจะยื่นฎีกาต่อไป (อันดับ 99,98) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยในชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน250,000 บาท (อันดับ 3,81) คำสั่ง ได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1571/2532
ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 54 แผ่นที่ 3) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์เป็นเงิน100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน50,000 บาท นับแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2527 และในต้นเงิน 50,000 บาทนับแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53,52) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 42 แผ่นที่ 2,46) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับต้นเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟังคำสั่งและต่อไปอีกเป็นเวลา 2 ปี มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1572/2532
ความว่า คดีนี้นัดฟังคำสั่งศาลฎีกาวันที่ 31 กรกฎาคม 2532เนื่องจากผู้ร้องกำลังยื่นหนังสือขอใช้สิทธิตามมติของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับที่ดินราวพัสดุแปลงหมายเลขที่ ภก.263 ตำบลบางเทาอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีนี้ ผู้ร้องจึงขอถอนฎีกาคำสั่งและไม่ประสงค์จะดำเนินคดีนี้อีกต่อไป โปรดอนุญาต หมายเหตุ ผู้คัดค้านได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 187)ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าที่ดินรวม 14 แปลง ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์และสั่งยกคำร้อง (อันดับ 164,163) ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 167) ศาลอุทธรณ์สั่งว่า ที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องว่า นับแต่ศาลชั้นต้นพิพากษา ผู้ร้องกับทนายไม …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1573/2532
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ส่วนข้อหาตามมาตรา 157 และมาตรา 326 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงโจทก์จึงฎีกาได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ในข้อหาฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและฐานหมิ่นประมาทไว้พิจารณาด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177,326,157,83 และมาตรา 91 ฯลฯ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 46) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว สำห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1574/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 วรรคสาม ก่อนศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะจำเลย คดีชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ จำเลยยังมิได้เข้ามาสู่ฐานะเป็นคู่ความไม่มีสิทธิฎีกา จึงไม่รับ จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันควรสู่ศาลฎีกา จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,137,326,328,83,91 ฯลฯ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องไต่สวนมูลฟ้อง จึงให้งดการไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอา …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1575/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 100) กรณีสืบเนื่องจากโจทก์นำยึดที่ดินโฉนดที่ 47285 ถึง 47312,47269,47275,47278 และ 47315 แขวงหนองแขม เขตหนองแขมกรุงเทพมหานคร รวม 32 โฉนดของจำเลยที่ 1 และได้ขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2532 โดยขายรวมครั้งเดียวทั้ง 32 โฉนดได้ราคาทั้งสิ้น 2,300,000 บาท โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้จำเลยที่ 1ยื่นคำร้องว่าราคายังต่ำมากและควรขายที่ดินเป็นแปลง ๆ เพราะจะได้ราคาดีกว่า ขอให้ยกเลิกการขาย ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีพฤติการณ์ใดส่อให้เห็นว่าเป็นการไม่ชอบหรือไม่สุจริตจึงไม่มีเหตุที่จะสั่งยกเลิกหรือเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1576/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157จำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 9 เดือน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 32) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 34) คำสั่ง ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาดุลพินิจในการลงโทษจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจ …
- ฎีกาที่ 1577/2532
การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ผู้ซื้อสินค้ารับสินค้าไปจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย โดย มิได้แจ้งให้ การท่าเรือแห่งประเทศไทย และตัวแทนของบริษัทเรือที่ขนส่งมาร่วมทำการสำรวจความเสียหายเสียก่อน ทั้งที่ปรากฏว่าลังไม้บรรจุสินค้าแตก ย่อมถือได้ว่าเป็นการรับสินค้าไปในสภาพที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นการรับสินค้าไว้โดย มิได้อิดเอื้อน จำเลยผู้ขนส่งร่วมจึงไม่ต้องรับผิดต่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 623 วรรคแรก แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 623 วรรคแรกจะมิใช่กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเลที่จะต้อง ใช้ บังคับแก่คดีนี้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609 วรรคสอง แต่ โดย ที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วย การรับขนของทางทะเลบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้อง นำมาตรา 623 วรรคแรกดังกล่าว ซึ่ง เป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาใช้ บังคับตาม ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาต …
- ฎีกาที่ 1577/2532
การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ผู้ซื้อสินค้ารับสินค้าไปจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยมิได้แจ้งให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยและตัวแทนของบริษัทเรือที่ขนส่งมาร่วมทำการสำรวจความเสียหายเสียก่อน ทั้งที่ปรากฏว่าลังไม้บรรจุสินค้าแตก ย่อมถือได้ว่าเป็นการรับสินค้าไปในสภาพที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นการรับสินค้าไว้โดยมิได้อิดเอื้อน จำเลยผู้ขนส่งร่วมจึงไม่ต้องรับผิดต่อห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 623 วรรคแรก แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 623 วรรคแรกจะมิใช่กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเลที่จะต้องใช้บังคับแก่คดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609 วรรคสอง แต่โดยที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำมาตรา 623 วรรคแรกดังกล่าวซึ่งเป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาใช้บังคับตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 ได้กำหนดไว้
- ฎีกาที่ 1577/2532
การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ซึ่งเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าและเป็นผู้รับตราส่งรับสินค้าไปจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยมิได้แจ้งให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยทราบและตัวแทนของบริษัทเรือที่ขนส่งมาร่วมสำรวจความเสียหายของสินค้าดังกล่าวเสียก่อนทั้งที่ปรากฏว่าลังไม้บรรจุสินค้าดังกล่าวแตก ย่อมถือได้ว่าเป็นการรับสินค้าไปในสภาพที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นการรับเอาสินค้าไว้โดยมิได้อิดเอื้อนจำเลยในฐานะผู้ขนส่งจึงไม่ต้องรับผิดต่อห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 623 วรรคแรกซึ่งแม้จะมิใช่กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเลที่จะต้องใช้บังคับแก่คดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 609 วรรคสอง แต่โดยที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลบัญญัติไว้โดยเฉพาะจึงต้องนำมาตรา 623 วรรคแรกดังกล่าวซึ่งเป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาใช้บังคับตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 4 ได …
- ฎีกาที่ 1577/2532
การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ผู้ซื้อสินค้ารับสินค้าไปจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยมิได้แจ้งให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย และตัวแทนของบริษัทเรือที่ขนส่งมาร่วมทำการสำรวจความเสียหายเสียก่อน ทั้งที่ปรากฏว่าลังไม้บรรจุสินค้าแตก ย่อมถือได้ว่าเป็นการรับสินค้าไปในสภาพที่เรียบร้อยแล้ว และเป็นการรับสินค้าไว้โดยมิได้อิดเอื้อน จำเลยผู้ขนส่งร่วมจึงไม่ต้องรับผิดต่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 623 วรรคแรก แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 623 วรรคแรกจะมิใช่กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเลที่จะต้อง ใช้บังคับแก่คดีนี้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609 วรรคสอง แต่โดยที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำมาตรา 623 วรรคแรกดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาใช้บังคับตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 ได้กำหน …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1577/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้เป็นลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อยฎีกาจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้ศาลรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ โดยจำเลยที่ 2 ได้กล่าวอ้างเหตุผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไว้ชัดแจ้งแล้ว และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีไม่ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 218 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 9 …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1578/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและจำเลยให้การรับสารภาพมาตลอด ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกานั้นไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาแม้จะเป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลล่างทั้งสองก็ตาม จำเลยก็ย่อมฎีกาได้ กล่าวคือจำเลยได้ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดองค์ประกอบความผิด รวมทั้งมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับบุคคลหรือสิ่งของพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้ นอกจากนี้ยังฎีกาอีกว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้น …