ปี พ.ศ.: 2532
3,985 รายการ · หน้า 36 จาก 200
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1579/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายรับเป็นฎีกาของจำเลยที่ 2 ส่วนฎีกาข้ออื่นเห็นว่าเป็นการฎีกาว่า ไม่ควรรับฟังพยานหลักฐานที่นำสืบของอีกฝ่ายหนึ่งเพราะพยานหลักฐานของผู้ฎีกาดีกว่า เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งคดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับจำเลยที่ 2 เห็นว่า แม้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อ 2.2,2.3 และ 2.4จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในคดีนี้เกิน 50,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 186) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ราคาวัวกับค่ารักษาวัว รวมเป็นเงิน 42,000 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1580/2532
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 183) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ราคาวัวกับค่ารักษาวัว รวมเป็นเงิน 42,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 42,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อ(อันดับ 170) จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 179) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 169) จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยนำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 131,147) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1581/2532
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2520จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมยังไม่ถึงที่สุด จำเลยทั้งสองสามารถฎีกาได้ เพราะเหตุว่า เป็นการฎีกาในเรื่องการขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลเท่านั้น มิใช่เป็นการฎีกาในเนื้อหาของการขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา และถึงแม้ศาลอุทธรณ์จะไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาก็ตาม แต่คดีก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเกี่ยวกับการขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอยู่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งเลยไปถึงว่า ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองด้วยนั้นจึงไม่ชอบจำเลยทั้งสองไม่มีเจตนาจะประวิงคดีแต่ประการใด โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ ทนายโจท …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1582/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีนี้รวมกับคดีหมายเลขแดงที่ 203/2530 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297(8) ประกอบด้วยมาตรา 69 จำคุก 2 ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 203/2530 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา (อันดับ 8) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 2) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ตีราคาประกัน 400,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1583/2532
ความว่าจำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 113) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ 80,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน จำเลยที่ 2 ฎีกาและแก้ไขเพิ่มเติมฎีกา (อันดับ 82,94) จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 110) จำเลยที่ 2 เคยยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกามาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต โดยกำหนดให้จำเลยที่ 2หาหลักประกันมาวางต่อศาลชั้นต้น มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง แต่จำเลยที่ 2นำหลักประกันมาวางต่อศาลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นถือว่าจำเลยที่ 2 ไม่วางหลักประกัน คำร้องขอทุเลาการบังคับจึงต้องยกไปตามคำสั่งของศาลฎีกา (อันดับ 104,108) อนึ่ง ศาลชั้นต้นได้มีหนังสือเรื่องขอยืมสำนวนจ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1584/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2.1 เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218,219 ส่วนข้อ 2.2และ 2.3 เป็นปัญหาข้อกฎหมายแต่คู่ความมิได้ยกขึ้นมาว่ากล่าวกันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และมิใช่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนทั้งเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีด้วย จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ในคดีอาญาการที่จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์และยกข้อต่อสู้ต่าง ๆ ขึ้นกล่าวอ้างในชั้นสืบพยานถือได้ว่า จำเลยได้ยกข้อต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในการพิจารณาของศาลชั้นต้นแล้วและฎีกาข้อ 2.2 ที่ว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหาย เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็นสาระสำคัญแก่คดีด้วยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1585/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 72) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยตีราคาประกัน 70,000 บาท (อันดับ 4) คำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองหมื่นบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1586/2532
ความว่า เนื่องจากนายอุ่มน้อยเรือง จำเลยได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว จำเลยมีนางพัน น้อยเรืองเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและมีบุตรคือนายสุวรรณ น้อยเรือง ขอศาลได้โปรดเรียกนางพัน น้อยเรืองและนายสุวรรณน้อยเรือง เข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยต่อไปด้วย หมายเหตุ นางพัน น้อยเรืองและนายสุวรรณน้อยเรืองแถลงไม่คัดค้าน (อันดับ 125) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 มกราคม 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (อันดับ 103) คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 121) ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องแล้ว จึงให้ส่งถ้อยคำสำนวนมาศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 126) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้นางพัน น้อยเรือง และนายสุวรรณ น้อยเรือง เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะตามคำร้องของโจทก์ได้
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1587/2532
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้าม ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า จำเลยได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการตีความพยานเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ว่าเป็นพยานหลักฐานที่จะฟังว่าจำเลยทำผิดตามฟ้องหรือไม่ และคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จากการรอการลงโทษมาเป็นไม่รอการลงโทษอันเป็นการแก้ไขมาก จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและปรับ 5,000 บาท จำเล …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1588/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 ฯลฯ จำคุก 6 เดือนและปรับ 5,000 บาท จำเลยไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12(1) ฯลฯ กำหนดโทษเป็นไปตามศาลชั้นต้นโดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับเนื่องจากเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย (อันดับ 127) จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 128) จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 124)จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา มาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้อง (อันดับ 120) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1589/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 116) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 224,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 3 กันยายน 2528) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดพระโขนงสแควร์ ลูกหนี้ โจทก์ ฯลฯ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114,113) จำเลยทั้งสามได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น(อันดับ 99 แผ่นที่ 2,106) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คนใดคนหนึ่งหรือร่วมกันหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน มาให้จนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:159/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นางฟุ้งสารมะโน ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,83 จำคุก 20 ปี ส่วนของกลางคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 132,140) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว และในชั้นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นตีราคาประกัน 180,000 บาท (อันดับ 106 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา ไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1590/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 และมาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,47,48 มาตรา 157 แต่เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 1 ปี ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 157นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 198) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ทั้งในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยชั้นอุทธรณ์ตีราคาประกัน100,000 บาท (อันดับ 19,147) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจำเลยที่ 1ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1591/2532
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 154) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงินเพียง 140,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์ฎีกา (อันดับ 148) จำเลยที่ 1 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 151,150) จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยวางหลักทรัพย์ไว้เป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 133,141) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้ …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1592/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 172) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน 1,192,544.18 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.6 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน769,195.72 บาทนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 168,167) ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์แต่จำเลยไม่วางหลักประกันภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด(อันดับ 157 แผ่นที่ 2,159) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.6ต่อปี ในต้นเงิน 769,195.73 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องจนถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1593/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันขอใช้หลักทรัพย์ที่ได้ยื่นไว้เดิมเป็นหลักประกัน หมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8ทวิ,72,72ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,371ลงโทษตามมาตรา 7,72 กระทงหนึ่ง จำคุก 2 ปี ตามมาตรา 8 ทวิวรรคแรก 72 ทวิ วรรคสอง อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปีจำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 21) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 50,000 บาท (อันดับ 5) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สมควรจะได้พิจารณาคำฟ้องฎีกาของจำเลยประกอบด้วย แต่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกามา จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ให้ยกคำร้อง
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1594/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีทางที่จะชนะคดีโจทก์ได้ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ ทนายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่ดินแปลงพิพาทแก่โจทก์และให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 10,000 บาทแก่จำเลยหากจำเลยไม่ไปโอนที่ดินแก่โจทก์ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากจำเลยไม่อาจโอนที่ดินให้แก่โจทก์ได้เพราะเหตุพ้นวิสัย ให้จำเลยคืนเงิน 85,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 74,73) คำสั่ง อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา โดยห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ
- ฎีกาที่ 1595/2532
ผู้ตายถูกกระสุนปืนถึงแก่ความตายเนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นผู้ยิงแต่ไม่อาจระบุได้ว่าจำเลยคนใด แม้จะฟังว่าจำเลยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ยิง แต่การที่จำเลยทั้งสองต่างก็มีอาวุธปืนอาก้าไปร่วมชิงทรัพย์ ส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยทั้งสองว่าถ้ามีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้นในการชิงทรัพย์ จำเลยทั้งสองจะใช้อาวุธปืนยิงผู้ที่ต่อสู้หรือขัดขวางปรากฏว่าจำเลยทั้งสองอยู่ด้วยกัน เมื่อยิงแล้วก็วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนีไปด้วยกันโดยได้ยิงปืนอีก 1 ชุด พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ขัดขวางและยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า.(ที่มา-ส่งเสริม)
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1595/2532
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้ว หมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรค 2,340 ตรี,371 ฯลฯพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,8 ทวิ,72,72 ทวิ ฯลฯ เรียงกระทงลงโทษ จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว ข้อหาชิงทรัพย์ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี จำคุก 7 ปี 6 เดือน ข้อหามีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองตามทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อันเป็นบทหนักจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 9 ปี ฯลฯ จำเลยฎีกาและยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 93,96) จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกามาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกายกคำร้อง (อันดับ 91) ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวทั้งในระห …
- คำสั่งคำร้องที่ คำสั่งคำร้อง:1596/2532
ความว่า จำเลยฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดี โปรดมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 73) ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยชำระเงิน 50,093 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวันที่ 1 พฤศจิกายน 2527 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 66 แผ่นที่ 2 และแผ่นที่ 1) จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันและได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 43,57 แผ่นที่ 2) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2527จนถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบัง …